๘. สรัมภชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘ สารมฺภชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๘. สรัมภชาดก ว่าด้วยการพูดดี-พูดชั่ว
กลฺยาณิเมว มุญฺเจยฺย น หิ มุญฺเจยฺย ปาปิกํ โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ มุตฺวา ตปฺปติ ปาปิกนฺติ ฯ สารมฺภชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
บุคคลพึงเปล่งวาจางามเท่านั้น ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย การเปล่งวาจางาม ยังประโยชน์ให้สำเร็จ ผู้เปล่งวาจาชั่วย่อมเดือดร้อน. จบ สารัมภชาดกที่ ๘.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑. เอกกนิบาต] ๙. อปายิมหวรรค ๑๐. อกตัญญุชาดก (๙๐) ๘. สารัมภชาดก (๘๘) ว่าด้วยโคชื่อสารัมภะ (พระศาสดาตรัสสารัมภชาดกแล้ว จึงตรัสพระคาถานี้ว่า)
บุคคลควรพูดคำที่ดีงามเท่านั้น ไม่ควรพูดคำที่ชั่วหยาบเลย การพูดคำที่ดีงามเป็นการดี บุคคลย่อมเดือดร้อนเพราะพูดคำชั่วหยาบสารัมภชาดกที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อทรงอาศัยพระนครสาวัตถี ประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภโอมสวาทสิกขาบท ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า กลฺยาณเมว มุญฺเจยฺย ดังนี้.
แม้เรื่องทั้งสอง ก็เป็นเช่นเดียวกับเรื่องที่กล่าวไว้แล้ว ในนันทวิสาลชาดก ในหนหลัง. (แปลกแต่ว่า) ในชาดกนี้ พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นโคทรงกำลัง ชื่อ สารัมภะ ของพราหมณ์ผู้หนึ่งในพระนครตักกสิลา.
พระศาสดาตรัสเรื่องในอดีตนี้แล้ว ครั้นตรัสรู้พระสัมโพธิญาณแล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า :-
พึงเปล่งแต่วาจาดีเท่านั้น ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย การเปล่งวาจาดีสำเร็จประโยชน์ได้ เปล่งวาจาชั่ว ย่อมเดือดร้อน ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กลฺยาณเมว มุญฺเจยฺย ความว่า บุคคลพึงเปล่ง คือพึงแถลง ได้แก่พึงกล่าวถ้อยคำที่พ้นจากโทษ ๔ ชื่อว่า ถ้อยคำดีงาม คือไม่มีโทษเท่านั้น.
บทว่า น หิ มุญฺเจยฺย ปาปิกํ ความว่า ไม่พึงเปล่งคำชั่ว คือคำลามก ได้แก่คำอันไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่พอใจของคนอื่นๆ.
บทว่า โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ ความว่า การเปล่งวาจาดีเท่านั้น ยังประโยชน์ให้สำเร็จ คือเป็นความดีงาม เป็นความเจริญในโลกนี้.
บทว่า มุตฺวา ตปฺปติ ปาปิกํ ความว่า ครั้นเปล่ง คือแถลง ได้แก่กล่าวคำชั่ว คือคำหยาบแล้วบุคคลนั้นย่อมเดือดร้อน คือเศร้าโศก ลำบาก.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาด้วยประการฉะนี้ แล้วทรงประชุมชาดกว่า
พราหมณ์ในครั้งนั้น ได้มาเป็น อานนท์
พราหมณีได้เป็น อุบลวรรณา
ส่วนโคสารัมภะ ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล. -----------------------------------------------------