๑๕. มหามังคลชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๕. มหามังคลชาดก (๔๕๓) ว่าด้วยมหามงคล (ศิษย์ผู้เป็นหัวหน้าถามอาจารย์ว่า)
ในเวลาต้องการความเป็นมงคล นรชนร่ายพระเวทอะไร นรชนนั้นเรียนพระเวทอะไร หรือบรรดาสุตะ เรียนสุตะบทไหน และกระทำอย่างไร จึงได้รับความคุ้มครองโดยสวัสดิภาพ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า (พระโพธิสัตว์บอกมงคลว่า)
เทวดาและเทพบิดรทั้งปวง สัตว์เลื้อยคลานและสรรพสัตว์ทั้งปวง อันผู้ใดแผ่เมตตาอยู่เป็นนิตย์ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการแผ่เมตตานั้นในสัตว์ทั้งหลายว่า เป็นความสวัสดีของผู้นั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๑๕. มหามังคลชาดก (๔๕๓) (พระโพธิสัตว์กล่าวมงคลต่อไปอีกว่า)
ผู้ใดมีความประพฤติถ่อมตนต่อชาวโลกทั้งปวง คือ ต่อหญิงชายทั้งหลาย พร้อมทั้งพวกเด็ก เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำที่หยาบคาย ไม่กล่าววาจาที่ขัดแย้ง บัณฑิตทั้งหลายกล่าวความอดกลั้นนั้นว่า เป็นความสวัสดีของผู้นั้น
ผู้ใดมีปัญญา มีความรู้ ในเมื่อเหตุเกิดขึ้น ไม่ดูหมิ่นมิตรสหายโดยศิลปะ สกุล ทรัพย์ และโดยชาติ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวความไม่ดูหมิ่นนั้นในสหายทั้งหลายว่า เป็นความสวัสดีของผู้นั้น
ผู้ใดพูดจาไม่โกหก คบเพื่อนดี และไม่ประทุษร้ายมิตร แบ่งปันทรัพย์ของตนให้ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการกระทำนั้นในมิตรทั้งหลายว่า เป็นความสวัสดีของผู้นั้น
ผู้ใดมีภรรยาซึ่งมีวัยเท่าๆ กัน สามัคคีกัน คล้อยตามกัน เป็นผู้ใคร่ธรรม ให้กำเนิดลูกได้ เป็นหญิงมีสกุล มีศีล มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อสามี บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการประพฤตินั้นในภรรยาทั้งหลายว่า เป็นความสวัสดีของผู้นั้น
ผู้ใดมีพระราชาผู้เป็นใหญ่กว่าหมู่ชน ทรงมีพระเกียรติยศ หยั่งรู้ความเป็นผู้บริสุทธิ์ และความพากเพียร โดยปราศจากความคลางแคลงพระทัยว่า ผู้นี้เป็นเพื่อนร่วมใจของเรา บัณฑิตทั้งหลายกล่าวความไม่คลางแคลงพระทัยนั้นว่า เป็นความสวัสดีของผู้นั้นในพระราชาทั้งหลาย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๑๖. ฆตปัณฑิตชาดก (๔๕๔)
ผู้ใดมีศรัทธา มีจิตเลื่อมใส พลอยอนุโมทนา ให้ข้าวน้ำ ดอกไม้ของหอม และเครื่องลูบไล้เป็นทาน บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการให้ทานนั้นว่า เป็นความสวัสดีของผู้นั้นในสวรรค์
ผู้ใดเป็นผู้คงแก่เรียนทั้งหลาย ผู้สำเร็จด้วยการประพฤติชอบ เป็นสัตบุรุษ ได้ยินได้ฟังมามาก เป็นผู้แสวงหาคุณความดี มีศีล ชำระล้างด้วยธรรมของพระอริยะ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการชำระล้างด้วยธรรมของพระอริยะนั้นว่า เป็นความสวัสดีในท่ามกลางพระอรหันต์ของผู้นั้น (พระโพธิสัตว์รวมยอดเทศนาด้วยพระอรหันต์ ตรัสมหามงคล ๘ ประการว่า)
มงคลทั้ง ๘ ประการเหล่านี้เป็นความสวัสดีในโลก ที่ท่านผู้รู้สรรเสริญ มีความสุขเป็นกำไร ขอเชิญนรชนคนมีปัญญาในโลกประพฤติปฏิบัติมงคลเหล่านั้นเถิด เพราะในมงคลทางโลก ไม่มีอะไรจริงสักอย่างเดียวมหามังคลชาดกที่ ๑๕ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๕ มหามงฺคลชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๕. มหามังคลชาดก ว่าด้วยมงคล
กึสุ นโร ชปฺปมธิจฺจ กาเล กํ วา วิชฺชํ กตมํ วา สุตานํ โส มจฺโจ อสฺมึ จ ปรมฺหิ โลเก กถํกโร โสตฺถาเนน คุตฺโต ฯ
นรชนรู้วิชาอะไรก็ดี รู้สุตะทั้งหลายอะไรก็ดี กระซิบถามกันว่า อะไร เป็นมงคล ในเวลาปรารถนามงคล นรชนนั้นจะทำอย่างไร จึงจะเป็นผู้ อันความสวัสดีคุ้มครองแล้ว ทั้งในโลกนี้ และโลกหน้าฯ
ยสฺส เทวา ปิตโร จ สพฺเพ สิรึสปา สพฺพภูตานิ จาปิ เมตฺตาย นิจฺจํ อปจิตานิ โหนฺติ ภูเตสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
เทวดาและพรหมทั้งปวง ทีฆชาติและสรรพสัตว์ทั้งหลาย บุคคลใด อ่อนน้อมอยู่เป็นนิตย์ ด้วยเมตตา บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวเมตตา ของ บุคคลนั้นแลว่า เป็นสวัสดิมงคลในสัตว์ทั้งหลาย.
โย สพฺพโลกสฺส นิวาตวุตฺติ อิตฺถีปุมานํ สหทารกานํ ขนฺตา ทุรุตฺตานํ อปฺปฏิกูลวาที อธิวาสนํ โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
ผู้ใดประพฤติถ่อมตนแก่สัตว์โลกทั้งปวง แก่หญิงและชาย พร้อมทั้งเด็ก เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำชั่วร้าย ไม่กล่าวลำเลิกถึงเรื่องเก่าๆ บัณฑิต ทั้งหลายกล่าวความอดกลั้น ของผู้นั้นว่า เป็นสวัสดิมงคล.
โย นาวชานาติ สหายมิตฺเต สิปฺเปน กุลฺยาภิ ธเนน ชจฺจา รุจิปญฺโญ อตฺถกาเล มตีมา สหาเยสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
ผู้ใดเป็นผู้มีปัญญาดี มีความรู้ปรุโปร่งในเมื่อเหตุเกิดขึ้น ไม่ดูหมิ่น มิตรสหายทั้งหลายด้วย ศิลป สกุล ทรัพย์ และด้วยชาติ บัณฑิต ทั้งหลายกล่าวการไม่ดูหมิ่นสหายของผู้นั้นว่า เป็นสวัสดิมงคลในสหาย ทั้งหลาย.
มิตฺตานิ เว ยสฺส ภวนฺติ สนฺโต สํวิสฺสตฺถา อวิสํวาทกสฺส น มิตฺตทุพฺภี สํวิภาคี ธเนน มิตฺเตสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
สัตบุรุษทั้งหลายเป็นผู้ชอบพอคุ้นเคยกัน เป็นมิตรแท้ของผู้ใด ผู้มีคำพูด มั่นคง อนึ่ง ผู้ใดเป็นผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร แบ่งปันทรัพย์ของตน ให้ แก่มิตร บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการได้ประโยชน์เพราะอาศัยมิตร และการ แบ่งปันของผู้นั้นว่า เป็นความสวัสดิมงคลในมิตรทั้งหลาย.
ยสฺส ภริยา ตุลฺยวยา สมคฺคา อนุพฺพตา ธมฺมกามา ปชาตา โกลินิยา สีลวตี ปติพฺพตา ทาเรสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
ภรรยาของผู้ใดมีวัยเสมอกัน อยู่รวมกันด้วยความปรองดอง ประพฤติ ตามใจกัน เป็นคนใคร่ธรรม ไม่เป็นหญิงหมัน มีศีลโดยสมควรแก่สกุล รู้จักปรนนิบัติสามี บัณฑิตทั้งหลาย กล่าวคุณความดีในภรรยาของผู้นั้น ว่าเป็นสวัสดิมงคลในภรรยาทั้งหลาย.
ยสฺส ราชา ภูตปตี ยสสฺสี ชานาติ โสเจยฺย ปรกฺกมญฺจ อเทฺวชฺฌตา สุหทยํ มมนฺติ ราชูสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
พระราชาเป็นเจ้าแผ่นดิน ทรงพระอิศริยยศใหญ่ ทรงทราบความสะอาด และความขยันหมั่นเพียรของราชเสวกคนใด และทรงทราบราชเสวก คนใด ด้วยความเป็นผู้ไม่ร้าวรานกับพระองค์ และทรงทราบราชเสวก คนใดว่ามีใจจงรักภักดีต่อเรา บัณฑิตทั้งหลายกล่าวคุณความดีของราช เสวกนั้นๆ ว่าเป็นสวัสดิมงคล ในพระราชาทั้งหลาย.
อนฺนญฺจ ปานญฺจ ททาติ สทฺโธ มาลญฺจ คนฺธญฺจ วิเลปนญฺจ ปสนฺนจิตฺโต อนุโมทมาโน สคฺเคสุ เว โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
บุคคลใดมีศรัทธาให้ข้าวน้ำ ให้ดอกไม้ของหอม และเครื่องลูบไล้ มีจิต เลื่อมใสอนุโมทนา บัณฑิตทั้งหลายกล่าวคุณข้อนั้นของบุคคลนั้นแล ว่าเป็นความสวัสดีในสวรรค์ทั้งหลาย.
ยมริยธมฺเมน ปุนนฺติ วทฺธา อาราธิตา สมจริยาย สนฺโต พหุสฺสุตา อิสโย สีลวนฺโต อรหนฺตมชฺเฌ โสตฺถานํ ตทาหุ ฯ
สัตบุรุษทั้งหลายผู้รู้แจ้งด้วยญาณ ผู้ยินดีแล้ว ในสัมมาปฏิบัติ เป็น พหูสูต แสวงหาคุณ เป็นผู้มีศีล ยังบุคคลใดให้บริสุทธิ์ด้วยอริยธรรม บัณฑิตทั้งหลายยกย่องคุณความดีของสัตบุรุษนั้น ว่าเป็นความสวัสดีใน ท่ามกลางพระอรหันต์.
เอตานิ โข โสตฺถานานิ โลเก วิญฺญูปสตฺถานิ สุขุทฺรยานิ ตานีธ เสเวถ นโร สปญฺโญ น หิ มงฺคเล กิญฺจินมตฺถิ สจฺจนฺติ ฯ มหามงฺคลชาตกํ ปณฺณรสมํ ฯ ---------
ความสวัสดีเหล่านี้แล ผู้รู้สรรเสริญแล้ว มีสุขเป็นผลกำไรในโลก นรชน ผู้มีปัญญา พึงเสพความสวัสดีเหล่านั้นไว้ในโลกนี้ ก็ในมงคลมีประเภท คือ ทิฏฐมงคล สุตมงคล และมุตมงคล มงคลสักนิดหนึ่งที่จะเป็น มงคลจริงๆ ไม่มีเลย. จบ มหามังคลชาดกที่ ๑๕.