๑๐. สรภมิคชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต] ๑๐. สรภมิคชาดก (๔๘๓) ๑๐. สรภมิคชาดก (๔๘๓) ว่าด้วยละมั่งทำคุณแก่พระราชา (พระเจ้าพรหมทัตมีพระทัยเปี่ยมด้วยปีติ ทรงเปล่งอุทานว่า)
เป็นคนต้องหวังร่ำไป คนฉลาดไม่ควรท้อแท้ เราเห็นตัวเองเป็นตัวอย่าง ปรารถนาอย่างใดก็ได้อย่างนั้น
เป็นคนต้องหวังร่ำไป คนฉลาดไม่ควรท้อแท้ เราเห็นตัวเองเป็นตัวอย่าง ถูกเขาช่วยให้ขึ้นจากน้ำมาบนบกได้
เป็นคนต้องพยายามร่ำไป คนฉลาดไม่ควรท้อแท้ เราเห็นตัวเองเป็นตัวอย่าง ปรารถนาอย่างไรก็ได้อย่างนั้น
เป็นคนต้องพยายามร่ำไป คนฉลาดไม่ควรท้อแท้ เราเห็นตัวเองเป็นตัวอย่าง ถูกเขาช่วยให้ขึ้นจากน้ำมาบนบกได้
คนมีปัญญาแม้จะตกอยู่ในความทุกข์ ก็ไม่ควรสิ้นความหวัง เพื่อจะบรรลุถึงความสุข เพราะว่าสัมผัส มีอยู่มากมาย ทั้งที่ไม่มีประโยชน์และมีประโยชน์ ถึงจะไม่นึกคิดก็ต้องถึงความตาย
สิ่งที่ไม่ได้คิดแล้วเป็นไปได้ก็มี สิ่งที่คิดแล้วพินาศไปก็มี ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย โภคะทั้งหลายสำเร็จได้เพราะความคิดไม่มีเลย @เชิงอรรถ : @ สัมผัส คือ สิ่งที่กระทบถูกต้อง ผัสสะที่เป็นทุกข์ ถูกเข้าแล้วถึงตายก็มี ผัสสะที่เป็นสุข ถูกเข้าแล้ว@ทำให้มีชีวิตก็มี (ขุ.ชา.อ. ๖/๑๓๘/๒๔๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๑๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต] ๑๐. สรภมิคชาดก (๔๘๓) (พราหมณ์ปุโรหิตถวายพระพรชัยแล้ว ได้กราบทูลว่า)
ละมั่งตัวใด พระองค์ติดตามไปจนถึงซอกเขา ในตอนแรก เพราะอาศัยความบากบั่นของละมั่งตัวนั้นซึ่งมีจิตไม่ย่อท้อ พระองค์จึงยังทรงพระชนม์อยู่ได้
ละมั่งตัวใด พยายามใช้ก้อนหินถม ช่วยพระองค์ขึ้นมาจากเหวที่ขึ้นได้แสนยาก และปลดเปลื้องพระองค์ผู้ทรงระทมทุกข์จากปากพญามัจจุราช พระองค์คงจะทรงรับสั่งถึงละมั่งตัวมีจิตไม่ย่อท้อตัวนั้นแหละ (พระราชาตรัสว่า)
เวลานั้น ท่านได้อยู่ ณ ที่นั้นเหมือนกันหรือ หรือว่าใครบอกเรื่องนั้นแก่ท่าน ท่านเห็นทุกอย่างหรือ จึงเปิดเผยเรื่องนั้นได้ ญาณของท่านมีกำลังมากจริงนะพราหมณ์ (พราหมณ์ปุโรหิตเมื่อจะชี้แจง จึงกราบทูลว่า)
เวลานั้น ข้าพระองค์ได้อยู่ที่นั้นด้วยก็หาไม่ และแม้ใครจะบอกเรื่องนั้นๆ แก่ข้าพระองค์ก็หาไม่ ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน ปราชญ์ทั้งหลาย ประมวลเนื้อความแห่งบทคาถาสุภาษิตนั้นมา (ต่อมาท้าวสักกะทรงสิงในสรีระของพราหมณ์ปุโรหิตแล้วได้ตรัสกับพระราชาว่า)
พระองค์ทรงสอดลูกศรมีปีก ซึ่งจะฆ่าได้ด้วยความเพียรของผู้อื่นไว้ที่แล่งแล้ว ทำไมยังทรงลังเลอยู่เล่า ขอเดชะพระองค์ผู้ทรงพระปัญญาอันประเสริฐ ขอลูกศรที่แล่นออกจากแล่งไปจงฆ่าละมั่งโดยเร็วเถิด เพราะว่าเนื้อละมั่งนั่นเป็นภักษาของพระราชา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๒๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต] ๑๐. สรภมิคชาดก (๔๘๓) (ลำดับนั้น พระราชาตรัสว่า)
ข้อนั้น ถึงเราจะรู้อย่างชัดแจ้งว่า เนื้อเป็นพระกระยาหารของกษัตริย์ก็จริง พราหมณ์ แต่เราเมื่อจะอ่อนน้อมบูชาคุณ ที่ละมั่งตัวนี้ได้ทำไว้แก่เราในกาลก่อน เพราะเหตุนั้น จึงไม่ฆ่าเนื้อละมั่ง (ท้าวสักกะตรัสว่า)
พระมหาราชผู้เป็นใหญ่ในทิศ นั่นไม่ใช่เนื้อ นั่นคือท้าวสักกะผู้ยิ่งใหญ่กว่าอสูร พระองค์ผู้จอมมนุษย์ ขอพระองค์ทรงประหารท้าวสักกะนั่น แล้วเป็นจอมเทพเสียเอง
ขอเดชะพระมหาราช ผู้ประเสริฐกว่าคนผู้กล้าหาญ ถ้าพระองค์ยังทรงลังเลที่จะฆ่าเนื้อละมั่งผู้สหายอยู่ พระองค์พร้อมทั้งพระโอรส พระธิดา และพระมเหสี จะต้องตกเวตตรณีนรกของพญายม (พระราชาตรัสว่า)
เราและชาวชนบทก็ดี ลูกเมียและหมู่สหายก็ดี จะต้องตกเวตตรณีนรกของพญายมก็ตามที เราไม่ควรจะฆ่าผู้ที่ให้ชีวิตแก่เราเลย
เนื้อตัวนี้ทำคุณแก่เราผู้กำลังตกยากอยู่คนเดียว ในป่าเปลี่ยวอันแสนทารุณ เราเมื่อระลึกถึงบุพการีที่เนื้อตัวนี้ได้กระทำไว้เช่นนั้น ทั้งที่รู้อยู่จะพึงฆ่าลงได้อย่างไร ท่านมหาพราหมณ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๒๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๓. เตรสกนิบาต] ๑๐. สรภมิคชาดก (๔๘๓) รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้ (ลำดับนั้น ท้าวสักกะทรงประกาศคุณของพระราชาว่า)
พระองค์ทรงโปรดปรานผู้เป็นมิตร ขอทรงมีพระชนม์ชีพยืนนานเถิด ขอทรงดำรงอยู่ในคุณธรรมปกครองรัฐสีมานี้เถิด พระองค์ผู้มีหมู่นารีบำเรออยู่ จงบันเทิงพระหฤทัยในแว่นแคว้น ดังเช่นท้าววาสวะบันเทิงอยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ขอพระองค์อย่าทรงพิโรธ มีพระหฤทัยผ่องใสอยู่เป็นนิตย์ ทรงต้อนรับแขกผู้มาเยือนทั้งปวง จงบำเพ็ญทานบ้าง เสวยเองบ้างตามอานุภาพ จงอย่าทรงถูกชาวโลกนินทา เสด็จสู่แดนสวรรค์เถิด สรภมิคชาดกที่ ๑๐ จบ รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้ คือ ๑. อัมพชาดก ๒. ผันทนชาดก ๓. ชวนหังสชาดก ๔. จูฬนารทกัสสปชาดก ๕. ทูตชาดก ๖. กาลิงคโพธิชาดก ๗. อกิตติชาดก ๘. ตักการิยชาดก ๙. รุรุมิคราชชาดก ๑๐. สรภมิคชาดก เตรสกนิบาต จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๒๒}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐ สรภชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๐. สรภชาดก ว่าด้วยละมั่งทำคุณแก่พระราชา
อาสึเสเถว ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ ยถา อิจฺฉึ ตถา อหุ ฯ
บุรุษพึงหวังไว้ทีเดียว บัณฑิตไม่พึงเบื่อหน่าย เราเห็นตนอยู่ว่า ปรารถนา อย่างใด ได้เป็นอย่างนั้น.
อาสึเสเถว ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ อุทกา ถลมุพฺภตํ ฯ
บุรุษพึงหวังไว้ทีเดียว บัณฑิตไม่พึงเบื่อหน่าย เราเห็นตนอยู่ว่า ได้ รับความช่วยเหลือให้ขึ้นจากน้ำสู่บกได้.
วายเมเถว ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ ยถา อิจฺฉึ ตถา อหุ ฯ
บุรุษพึงพยายามไว้ทีเดียว บัณฑิตไม่พึงเบื่อหน่าย เราเห็นตนอยู่ว่า ปรารถนาอย่างใด ได้เป็นอย่างนั้น.
วายเมเถว ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต ปสฺสามิ โวหํ อตฺตานํ อุทกา ถลมุพฺภตํ ฯ
บุรุษพึงพยายามร่ำไป บัณฑิตไม่พึงเบื่อหน่าย เราเห็นตนอยู่ว่า ได้รับ ความช่วยเหลือให้ขึ้นจากน้ำสู่บกได้.
ทุกฺขูปนีโตปิ นโร สปญฺโญ อาสํ น ฉินฺเทยฺย สุขาคมาย พหู หิ ผสฺสา อหิตา หิตา จ อวิตกฺกิตาโร มจฺจุมุปปชฺชนฺติ ฯ
นรชนผู้มีปัญญา แม้ตกอยู่ในกองทุกข์ ก็ไม่ควรตัดความหวังในอันจะ มาสู่ความสุข เพราะว่าผัสสะอันไม่เกื้อกูลและเกื้อกูลมีมาก คนที่ไม่ใฝ่ ฝันถึงเลยก็ต้องเข้าถึงความตาย.
อจินฺติตมฺปิ ภวติ จินฺติตมฺปิ วินสฺสติ น หิ จินฺตามยา โภคา อิตฺถิยา ปุริสสฺส วา ฯ
สิ่งที่ไม่ได้คิดไว้ย่อมมีได้บ้าง สิ่งที่คิดไว้ย่อมพินาศไปบ้าง โภคะ ทั้งหลายของสตรี หรือบุรุษ จะสำเร็จได้ด้วยความคิดนึกไม่มีเลย.
สรภํ คิริทุคฺคสฺมึ ยํ ตฺวํ อนุสฺสรี ปุเร อลีนจิตฺตสฺส ตุวํ วิกฺกนฺตมนุชีวสิ ฯ
เมื่อก่อนพระองค์เสด็จติดตามละมั่งตัวใดไปตกเหวที่ซอกเขา พระองค์ ทรงพระชนม์สืบมาได้ ด้วยความบากบั่นของละมั่งตัวนั้น ผู้มีจิตไม่ ท้อแท้.
โย ตํ วิทุคฺคา นรกา สมุทฺธริ สีลาย โยคฺคํ สรโภ กริตฺวา ทุกฺขูปนีตํ มจฺจุมุขา ปโมจยิ อลีนจิตฺตํ ตเมว วเทสิ ฯ
ละมั่งตัวใดพยายามเอาก้อนหินถมเหว ช่วยพระองค์ขึ้นจากเหวลึกยาก ที่จะขึ้น ปลดเปลื้องพระองค์ ผู้เข้าถึงกองทุกข์เสียจากปากมฤตยู พระองค์กำลังตรัสถึงละมั่งตัวนั้น ผู้มีจิตไม่ท้อแท้.
กึ ตฺวํ นุ ตตฺเถว ตทา อโหสิ อุทาหุ เต โกจิ ตํ เอตทกฺขา วิวฏจฺฉโท นุสิ สพฺพทสฺสี ญาณํ นุ เต พฺราหฺมณ ภึสรูปํ ฯ
ดูกรพราหมณ์ เมื่อคราวนั้น ท่านได้อยู่ในที่นั้นด้วยหรือ หรือว่าใครได้ บอกเรื่องนี้แก่ท่าน ท่านเป็นผู้เปิดเผยข้อที่เคลือบคลุม เห็นเรื่องได้ทั้ง ปวงละสิหนอ ความรู้ของท่านมีกำลัง เห็นปรุโปร่งหรืออย่างไร?
น เจวาหํ ตตฺถ ตทา อโหสึ น จาปิ เม โกจิ นํ เอตทกฺขา คาถาปทานญฺจ สุภาสิตานํ อตฺถํ ตทาเนนฺติ ชนินฺท ธีรา ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน เมื่อคราวนั้น ข้าพระองค์หาได้อยู่ ในที่นั้นไม่ และใครก็มิได้บอกเรื่องนั้นแก่ข้าพระองค์เลย แต่ว่านัก ปราชญ์ทั้งหลาย ย่อมนำเนื้อความแห่งบทคาถาที่พระองค์ทรงภาษิตแล้ว มาใคร่ครวญดู.
อาทาย ปตฺตํ ปรวีริยฆาตึ จาเป สรํ กึ วิจิกิจฺฉเส ตุวํ นุณฺโณ สโร สรภํ หนฺตุ ขิปฺปํ อนฺนํ หิ เอตํ วรปญฺญ รญฺโญ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระปรีชาอันประเสริฐ พระองค์ทรงสอดลูกศรอันมี ปีก อันจะกำจัดความแกล้วกล้าของปรปักษ์ได้เข้าในแล่งแล้ว จะทรง ลังเลอะไรอยู่อีกเล่า ลูกศรที่ทรงยิงไปแล้วต้องฆ่าละมั่งได้ทันที ละมั่งนี้ คงเป็นพระกระยาหารของพระราชาได้โดยแท้.
อทฺธา ปชานามิ อหํปิ เอตํ อนฺนํ มิโค พฺราหฺมณ ขตฺติยสฺส ปุพฺเพ กตญฺจ อปจายมาโน ตสฺมา มิคํ สรภํ โน หนามิ ฯ
ดูกรพราหมณ์ แม้เราจะรู้แจ้งชัดความข้อนี้ว่า เนื้อเป็นอาหารของ กษัตริย์ ก็แต่ว่า เราจะบูชาคุณที่ละมั่งนี้ได้ทำไว้แก่เรา ในครั้งก่อน เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่ฆ่าละมั่งนี้.
เนโส มิโค มหาราช อสุเรโส ทิสมฺปติ เอตํ หนฺตฺวา มนุสฺสินฺท ภวสฺสุ อมราธิโป ฯ
ข้าแต่พระมหาราชาผู้เป็นใหญ่แห่งทิศ นั่นมิใช่เนื้อ นั่นคือท้าวสักกะ ผู้เป็นใหญ่กว่าอสูร ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมมนุษย์ พระองค์จงทรงฆ่า ท้าวสักกะเทวราชนั้นเสีย แล้วจะได้เป็นใหญ่ในหมู่อมรเทพ.
สเจ จ ราช วิจิกิจฺฉเส ตุวํ หนฺตุํ มิคํ สรภํ สหายกํ สปุตฺตทาโร นรวีรเสฏฺฐ คนฺตฺวา ตุวํ เวตรณึ ยมสฺส ฯ
ข้าแต่พระราชาผู้องอาจ ประเสริฐกว่านรชน ถ้าว่าพระองค์ยังทรงลังเล ที่จะฆ่าละมั่งผู้เป็นพระสหาย พระองค์พร้อมด้วยพระราชโอรส และ พระราชชายา จักต้องไปยังเวตรณีนรกของพญายม.
กามํ อหํ ชานปทา จ สพฺเพ ปุตฺตา จ ทารา จ สหายสงฺฆา คจฺเฉมุ ตํ เวตรณึ ยมสฺส น เตฺวว หญฺเญ มม ปาณทสฺส ฯ
เรา ชาวชนบททั้งหมด ลูก เมียและหมู่สหาย จะพากันไปยังเวตรณีนรก ของพญายมนั้นก็ตาม ถึงกระนั้น เราจะไม่ฆ่าผู้ที่ให้ชีวิตเรา เป็น อันขาด.
อยํ มิโค กิจฺฉคตสฺส มยฺหํ เอกสฺส กตฺตา วิวนสฺมึ โฆเร ตํ ตาทิสํ ปุพฺพกิจฺจํ สรนฺโต ชานํ มหาพฺรหฺเม กถํ หเนยฺยํ ฯ
ดูกรมหาพราหมณ์ ละมั่งตัวนี้ ทำคุณแก่เราเมื่อคราวถึงความยาก ตัว คนเดียวในป่าเปลี่ยวแสนร้าย เราระลึกได้อยู่ถึงบุรพกิจเช่นนั้น ที่ ละมั่งตัวนี้กระทำแก่เรา รู้คุณอยู่จะพึงฆ่าอย่างไรได้เล่า.
มิตฺตาภิราธี จิรเมว ชีว รชฺชํ อิมํ ธมฺมคุเณ ปสาส นารีคเณหิ ปริจารยนฺโต โมทสฺสุ รฏฺเฐ ติทิเวว วาสโว ฯ
ขอพระองค์ผู้ทรงโปรดปรานมิตรยิ่งนัก จงทรงพระชนม์ชีพอยู่ยืนนาน เถิด พระองค์จงทรงปกครองราชสมบัติในคุณธรรมเถิด จงทรงมีหมู่ นารีบำรุงบำเรอ จงทรงบันเทิงพระหฤทัยในแว่นแคว้น เหมือนท้าว วาสวะบันเทิงอยู่ในไตรทิพย์ ฉะนั้น.
อกฺโกธโน นิจฺจปสนฺนจิตฺโต สพฺพาติถี ปาหุนเก กริตฺวา ทตฺวา จ ภุตฺวา จ ยถานุภาวํ อนินฺทิโต สคฺคมุเปหิ ฐานนฺติ ฯ สรภชาตกํ ทสมํ ฯ --------- ตสฺสุทฺทานํ วรมมฺพ กุฐาริ สหํสวโร อถรญฺญสฺมึ ทูตกปญฺจมโก อถ โพธิ อกิตฺติ สุตกฺกรินา อถ รุรุมิเคน ปโร สรโภ ฯ เตรสนิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ ---------
ขอพระองค์ไม่ทรงพระพิโรธ จงมีพระหฤทัยผ่องใสอยู่เป็นนิตย์ ทรง กระทำสมณพราหมณ์ ผู้ตั้งอยู่ในธรรมทั้งปวง ให้เป็นแขกควรต้อนรับ ครั้นทรงบำเพ็ญทาน และเสวยบ้างตามอานุภาพแล้ว ชาวโลกไม่ ติเตียนพระองค์ได้ จงเสด็จเข้าถึงสัคคสถานเถิด. จบ สรภชาดกที่ ๑๐. ----------------------------------------------------- รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อัมพชาดก ๒. ผันทนชาดก ๓. ชวนหังสชาดก ๔. จุลลนารทกัสสปชาดก ๕. ทูตชาดก ๖. กาลิงคโพธิชาดก ๗. อกิตติชาดก ๘. ตักการิยชาดก ๙. รุรุมิคชาดก ๑๐. สรภชาดก. จบ เตรสนิบาตชาดก -----------------------------------------------------