๑. เตสกุณชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๑. เตสกุณชาดก (๕๒๑) ๑๗. จัตตาลีสนิบาต ๑. เตสกุณชาดก (๕๒๑) ว่าด้วยนก ๓ ตัว (พระราชาตรัสถามธรรมกับนกเวสสันดรในท่ามกลางมหาชนว่า)
ลูกนก ขอความเจริญจงมีแก่ลูก พ่อขอถามลูกเวสสันดรว่า กิจอะไรบุคคลผู้ประสงค์จะครอบครองราชสมบัติ กระทำแล้วเป็นกิจอันประเสริฐ (นกเวสสันดรยังไม่ทูลตอบปัญหา แต่ทูลเตือนพระราชาเพราะความประมาทก่อนแล้วจึงกราบทูลว่า)
นานนักหนอ พระเจ้ากังสะพระราชบิดาของเรา ผู้ทรงครอบครองกรุงพาราณสี ผู้มีความประมาท ได้ตรัสถามเราผู้เป็นบุตรซึ่งหาความประมาทมิได้ (นกเวสสันดรเมื่อทูลเตือนอย่างนี้แล้ว จึงกราบทูลว่า)
ขอเดชะบรมกษัตริย์ อันดับแรกทีเดียว พระราชาพึงทรงห้ามการตรัสคำไม่จริง ความโกรธ ความหรรษาร่าเริง ต่อแต่นั้นพึงตรัสสั่งให้ทำราชกิจ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า นั้นเป็นพระราชประเพณี
ขอเดชะเสด็จพ่อ เมื่อก่อนกรรมใดเป็นกรรมกระทำให้ เดือดร้อนโดยไม่ต้องสงสัย พระองค์ทรงทำไว้แล้ว ๑ กรรมใดพระองค์ทรงมีความกำหนัดและความขัดเคืองทรงทำ ๑ กรรมนั้นพระองค์ไม่พึงทำต่อไปอีก
ขอเดชะพระองค์ผู้ผดุงรัฐให้เจริญ โภคะทั้งปวงในแคว้นของกษัตริย์ผู้ประมาทแล้วย่อมพินาศ ข้อนั้นท่านกล่าวว่า เป็นความทุกข์ของพระราชา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๙๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๑. เตสกุณชาดก (๕๒๑)
ขอเดชะเสด็จพ่อ เทพธิดาชื่อสิริและอลักขีถูกสุจิวารเศรษฐีถาม ได้ตอบว่า ดิฉันชื่นชมยินดีคนที่ขยันหมั่นเพียรและไม่ริษยา
ขอเดชะมหาราช ส่วนอลักขีเทพธิดาเป็นคนกาฬกัณณี หักกุศลจักร ย่อมชื่นชมยินดีคนริษยา คนใจร้าย มักทำลายกุศลกรรม
ขอเดชะมหาราช พระองค์นั้น โปรดทรงมีพระหทัยดี ในชนทั้งปวง จงทรงพิทักษ์รักษาชนทั้งปวง โปรดทรงขับนางเทพธิดาที่อับโชคออกไป ขอพระราชนิเวศน์จงเป็นที่อยู่ของนางเทพธิดาที่อำนวยโชคเท่านั้นเถิด
ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งชนชาวกาสี เพราะว่าบุรุษผู้ถึงพร้อมด้วยปัญญาและความเพียรนั้น มีอัธยาศัยกว้างขวาง ย่อมตัดรากเง่าและยอดของศัตรูได้ขาด
แท้จริง แม้ท้าวสักกะผู้เป็นเจ้าแห่งภูต ก็มิได้ทรงประมาทในความขยันหมั่นเพียร ท้าวเธอทรงกระทำความเพียรในกัลยาณธรรม ทรงสนพระทัยในความขยันหมั่นเพียร
คนธรรพ์ พรหม เทวดาทั้งหลายที่มีชีวิตเกี่ยวเนื่องกับ พระราชาเหล่านั้น เมื่อพระองค์ทรงขยันหมั่นเพียร ไม่ประมาท ก็ย่อมจะคล้อยตาม
ขอเดชะเสด็จพ่อ ขอเสด็จพ่ออย่าทรงประมาท อย่าทรงกริ้ว แล้วตรัสสั่งให้ทำราชกิจ อนึ่ง โปรดทรงพยายามในราชกิจ เพราะคนไม่เกียจคร้านย่อมประสบความสุข
ข้อความเหล่านั้นที่ข้าพระองค์กล่าวแก้ในปัญหาของเสด็จพ่อ นั้นแลเป็นวัตตบท ข้อนี้แลเป็นอนุสาสนีสำหรับเสด็จพ่อ ที่สามารถช่วยมิตรให้ถึงความสุขและให้ทุกข์เกิดแก่ศัตรูได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๙๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๑. เตสกุณชาดก (๕๒๑) (พระราชาตรัสถามราชธรรมกับนางนกกุณฑลินีว่า)
แม่กุณฑลินี สกุณีผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของผู้มีบรรดาศักดิ์ เจ้าคงจะเข้าใจปัญหา กิจอะไรบุคคลผู้ประสงค์จะครอบครอง ราชสมบัติกระทำแล้วเป็นกิจอันประเสริฐ (นางนกกุณฑลินีกราบทูลว่า)
ขอเดชะเสด็จพ่อ มีเหตุอยู่ ๒ ประการเท่านั้น ที่ประโยชน์สุขทั้งปวงดำรงมั่นอยู่ได้ คือ การได้ลาภที่ยังไม่ได้ ๑ การตามรักษาลาภที่ได้แล้ว ๑
ขอเดชะเสด็จพ่อ พระองค์โปรดทรงรู้จักหมู่อำมาตย์ ผู้เป็นนักปราชญ์ ฉลาดในประโยชน์ ไม่ใช่นักเลงการพนัน ไม่ใช่คนปลิ้นปล้อน ไม่ใช่นักเลงล้างผลาญเถิด พระเจ้าข้า
ขอเดชะเสด็จพ่อ อำมาตย์คนใดพึงรักษาทรัพย์ ที่พระองค์พึงมีไว้ได้เหมือนนายสารถียึดรถ อำมาตย์ผู้นั้นพระองค์โปรดทรงให้ทำราชกิจเถิด
พระราชาพึงสงเคราะห์ชนฝ่ายในให้ดี ตรวจตราราชทรัพย์ด้วยพระองค์เอง ไม่พึงฝังขุมทรัพย์ และให้กู้หนี้โดยทรงไว้วางพระทัยผู้อื่น
พระราชาควรทราบความเจริญและความเสื่อมด้วยพระองค์เอง ควรทรงทราบสิ่งที่ทรงกระทำแล้วและยังมิได้ทรงกระทำ ด้วยพระองค์เอง พึงข่มคนที่ควรข่ม ยกย่องคนที่ควรยกย่อง
ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นจอมทัพรถ ขอพระองค์ทรงโปรดพร่ำสอนสิ่งที่เป็นประโยชน์ แก่ชาวชนบทด้วยพระองค์เอง ข้าราชการผู้ไม่มีธรรมที่ทรงใช้สอยอย่าได้ทำพระราชทรัพย์ และรัฐสีมาของพระองค์ให้พินาศเลย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๙๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๑. เตสกุณชาดก (๕๒๑)
อนึ่ง พระองค์อย่าทรงกระทำ หรือตรัสใช้ให้ผู้อื่นกระทำราชกิจด้วยความเร่งด่วน เพราะการงานที่ทำด้วยความเร่งด่วนไม่ดีเลย คนโง่ย่อมเดือดร้อนในภายหลังเพราะการกระทำเช่นนั้น
ขอพระทัยของพระองค์อย่าทรงล่วงเลยกุศล ขอพระองค์อย่าทรงปล่อยพระทัยให้ขุ่นเคืองเกรี้ยวกราดนัก เพราะว่าสกุลทั้งหลายที่มั่งคั่งมากมาย ถึงความไม่เป็นสกุลเพราะความโกรธ
ขอเดชะเสด็จพ่อ ขอพระองค์อย่าทรงให้ประชาชน หยั่งลงเพื่อความหายนะ เพราะเข้าพระทัยว่า เราเป็นใหญ่ ขอพวกสตรีและบุรุษของพระองค์อย่าได้มีความทุกข์เลย
พระราชาผู้ปราศจากอาการขนพองสยองเกล้า มีพระทัยใฝ่หาแต่กาม โภคะทั้งปวงจักพินาศไป ข้อนั้นท่านกล่าวว่า เป็นความทุกข์ของพระราชา
ข้อความเหล่านั้นที่หม่อมฉันกล่าวแก้ในปัญหาของเสด็จพ่อ นั้นเป็นวัตตบท ข้อนี้แลเป็นอนุสาสนีสำหรับเสด็จพ่อ ขอเดชะพระมหาราช บัดนี้ เสด็จพ่อพึงทรงขยันหมั่นบำเพ็ญบุญ อย่าทรงเป็นนักเลง อย่าทรงล้างผลาญพระราชทรัพย์ ควรทรงเป็นผู้มีศีล เพราะคนทุศีลต้องตกนรก (พระราชาตรัสถามปัญหากับนกชัมพุกบัณฑิตว่า)
พ่อชัมพุกะ พ่อได้ถามโกสิยโคตรแล้ว และแม่กุณฑลินีพ่อก็ได้ถามแล้วเช่นกัน คราวนี้ พ่อจงบอกกำลังอันสูงสุดกว่ากำลังทั้งหลายบ้าง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๙๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๑. เตสกุณชาดก (๕๒๑) (นกชัมพุกบัณฑิตแสดงธรรมแก่พระราชาว่า)
ในโลกมีกำลังอยู่ ๕ ประการ มีอยู่ในบุรุษ ผู้มีอัธยาศัยกว้างขวาง บรรดากำลังทั้ง ๕ ประการนั้น ขึ้นชื่อว่ากำลังแขนท่านกล่าวว่า เป็นกำลังสุดท้าย
ขอเดชะพระองค์ผู้ทรงพระชนมายุยืนนาน ส่วนกำลังแห่งโภคะท่านกล่าวว่า เป็นกำลังที่ ๒ และกำลังแห่งอำมาตย์ท่านกล่าวว่า เป็นกำลังที่ ๓
อนึ่ง กำลังแห่งชาติสกุลอันยิ่งนั้น เป็นกำลังที่ ๔ อย่างไม่ต้องสงสัย กำลังทั้งหมด ๔ ประการเหล่านั้นบัณฑิตย่อมยึดถือไว้ได้
กำลังปัญญานั้นเป็นกำลังประเสริฐสุด เป็นยอดกำลังกว่ากำลังทั้งหลาย บัณฑิตผู้มีกำลังปัญญาสนับสนุนย่อมประสบประโยชน์
แม้ถึงคนมีปัญญาทรามจะได้แผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ก็จริง คนอื่นผู้มีปัญญาย่อมกดขี่เขาซึ่งไม่ประสงค์จะให้ ยึดครองแผ่นดินนั้นเสีย
ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งชนชาวกาสี ถึงกษัตริย์แม้อุบัติในสกุลอันสูงยิ่ง ได้ราชสมบัติแล้ว แต่มีปัญญาทราม จะดำรงพระชนม์ชีพอยู่ด้วยโภคะแม้ทั้งปวงหาได้ไม่
ปัญญาเท่านั้นเป็นเครื่องวินิจฉัยเรื่องที่ได้ฟัง ปัญญาเป็นเหตุให้เกียรติยศชื่อเสียงเจริญ นรชนในโลกนี้ประกอบด้วยปัญญาแล้ว แม้เมื่อเกิดทุกข์ก็ประสบสุขได้ @เชิงอรรถ : @ กำลัง ๕ คือ (๑) กำลังกาย (๒) กำลังโภคทรัพย์ (๓) กำลังอำมาตย์ (๔) กำลังชาติตระกูล (กษัตริย์)@(๕) กำลังปัญญา (ขุ.ชา.อ. ๗/๒๗/๓๔๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๙๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๑. เตสกุณชาดก (๕๒๑)
ส่วนคนบางคนไม่ตั้งใจฟังด้วยดี ไม่อาศัยท่านผู้เป็นพหูสูต ซึ่งตั้งอยู่ในธรรม ไม่ไตร่ตรองเหตุผล ย่อมไม่ได้ลุถึงปัญญา
อนึ่ง ผู้ใดรู้จักจำแนกธรรม ลุกขึ้นในกาลที่เหมาะสม ไม่เกียจคร้าน บากบั่นตามกาลเวลา ผลงานของผู้นั้นย่อมสำเร็จ
ประโยชน์ของบุคคลผู้มิใช่เป็นบ่อเกิดแห่งศีล ผู้คบหาบุคคลผู้มิใช่บ่อเกิดแห่งศีล ผู้มีปกติเบื่อหน่ายการทำงาน ย่อมไม่เผล็ดผลโดยชอบ
ส่วนประโยชน์ของบุคคลผู้ประกอบธรรมอันเป็นภายใน ผู้คบหาบุคคลผู้เป็นบ่อเกิดแห่งศีลเช่นนั้น มีปกติไม่เบื่อหน่ายการทำงาน ย่อมเผล็ดผลโดยชอบ
ขอเดชะเสด็จพ่อ ขอเสด็จพ่อจงทรงใฝ่หาปัญญา คือการตามประกอบความเพียรในเหตุที่ควรประกอบ และใฝ่หาการอนุรักษ์ทรัพย์ที่ทรงรวบรวมไว้ทั้ง ๒ อย่างนั้นเถิด อย่าทรงทำลายทรัพย์ด้วยเหตุอันไม่สมควรเลย เพราะคนมีปัญญาทรามย่อมล่มจม เหมือนเรือนไม้อ้อ เพราะการกระทำอันไม่สมควร (พระโพธิสัตว์พรรณนากำลัง ๕ ประการนี้แล้ว ยกกำลังคือปัญญาขึ้นกราบทูลแด่พระราชาอีกว่า)
ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด ทรงประพฤติธรรมในพระราชมารดาและพระราชบิดาเถิด ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์
ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด ทรงประพฤติธรรมในพระโอรสและพระชายาเถิด ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๐๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๑. เตสกุณชาดก (๕๒๑)
ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด ทรงประพฤติธรรมในหมู่มิตรและอำมาตย์เถิด ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์
ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด ทรงประพฤติธรรมในราชพาหนะและพลนิกายเถิด ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์
ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด ทรงประพฤติธรรมในชาวบ้านและชาวนิคมเถิด ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์
ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด ทรงประพฤติธรรมในชาวแคว้นและชาวชนบทเถิด ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์
ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด ทรงประพฤติธรรมในสมณะและพราหมณ์ทั้งหลายเถิด ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์
ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรด ทรงประพฤติธรรมในหมู่เนื้อและสัตว์ปีกทั้งหลายเถิด ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์
ขอเดชะพระมหาราชผู้เป็นกษัตริย์ ขอพระองค์โปรดทรงประพฤติธรรม เพราะธรรมที่บุคคลประพฤติแล้วนำความสุขมาให้ ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์
ขอเดชะพระมหาราช ขอพระองค์โปรดทรงประพฤติธรรมเถิด เพราะเทวดาพร้อมทั้งพระอินทร์และพระพรหม ถึงทิพยสถานได้ด้วยธรรมที่ตนประพฤติดีแล้ว ขอเดชะ ขอพระองค์อย่าทรงประมาทธรรมเลย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๐๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต] ๒. สรภังคชาดก (๕๒๒) (พระโพธิสัตว์กล่าวคาถาแสดงจริยธรรม ๑๐ ประการนี้แล้ว จึงโอวาทให้ยิ่งขึ้นไปว่า)
ข้อความเหล่านั้นที่ข้าพระองค์กล่าวแก้ในปัญหาของเสด็จพ่อ นั้นแลเป็นวัตตบท ข้อนี้เป็นอนุสาสนีสำหรับเสด็จพ่อ ขอเสด็จพ่อโปรดทรงคบหาคนมีปัญญา จงทรงเป็นผู้มีกัลยาณธรรม ทรงทราบความข้อนั้นด้วยพระองค์เองแล้ว โปรดทรงปฏิบัติให้ครบถ้วนเถิด เตสกุณชาดกที่ ๑ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตฺตาลีสนิปาตชาตกํ ๑ เตสกุณชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ จัตตาฬีสนิบาตชาดก ๑. เตสกุณชาดก ว่าด้วยนกตอบปัญหาพระราชา
เวสฺสนฺตรนฺตํ ปุจฺฉามิ สกุณ ภทฺทมตฺถุ เต รชฺชํ กาเรตุกาเมน กึสุ กิจฺจํ กตํ วรํ ฯ
เราขอถามเจ้าเวสสันดร ดูกรนก ขอความเจริญจงมีแก่เจ้า กิจอะไรที่ บุคคลผู้ประสงค์เสวยราชสมบัติกระทำแล้ว เป็นกิจประเสริฐ?
จิรสฺสํ วต มํ ตาโต กํโส พาราณสิคฺคโห ปมตฺโต อปฺปมตฺตํ มํ ปิตา ปุตฺตํ อโจทยิ ฯ
นานนักหนอ พระเจ้ากังสราชพระบิดาเรา ผู้ทรงสงเคราะห์ชาวเมือง พาราณสี เป็นผู้ประมาท ได้ตรัสถามเราผู้บุตรซึ่งหาความประมาทมิได้.
ปฐเมเนว วิตถํ โกธํ หาสํ นิวารเย ตโต กิจฺจานิ กาเรยฺย ตํ วตํ อาหุ ขตฺติย ฯ ยํ ตฺวํ ตาต ตเป กมฺมํ ปุพฺเพ กตมสํสยํ รตฺโต ทุฏฺโฐ จ ยํ กยิรา น ตํ กยิรา ตโต ปุน ฯ ขตฺติยสฺส ปมตฺตสฺส รฏฺฐสฺมึ รฏฺฐวฑฺฒน สพฺเพ โภคา วินสฺสนฺติ รญฺโญ ตํ วุจฺจเต อฆํ ฯ สิรี จ ตาต ลกฺขี จ ปุจฺฉิตา เอตทพฺรวุํ อุฏฺฐาเน วีริเย โปเส รมามหํ อนุสุยฺยเก ฯ อุสฺสุยฺยเก ทุหทเย ปุริเส กมฺมทุสฺสเก กาฬกณฺณี มหาราช รมติ จกฺกภญฺชนี ฯ โส ตฺวํ สพฺเพสํ สุหทโย สพฺเพสํ รกฺขิโต ภว อลกฺขึ นูท มหาราช ลกฺขฺยา ภว นิเวสนํ ฯ สลกฺขี ธีติสมฺปนฺโน ปุริโส หิ มหคฺคโต อมิตฺตานํ กาสิปติ มูลํ อคฺคญฺจ ฉินฺทติ ฯ สกฺโกปิ หิ ภูตปติ อุฏฺฐาเน นปฺปมชฺชติ ส กลฺยาเณ ธิตึ กตฺวา อุฏฺฐาเน กุรุเต มโน ฯ คนฺธพฺพา ปิตโร เทวา สาชีวา โหนฺติ ตาทิโน อุฏฺฐหโต อปฺปมชฺชโต อนุติฏฺฐนฺติ เทวตา ฯ โส อปฺปมตฺโต อกุทฺโธ ตาต กิจฺจานิ การย วายมสฺสุ สกิจฺเจสุ นาลโส วินฺทเต สุขํ ฯ ตตฺเถว เต วตฺตปทา เอสาว อนุสาสนี อลํ มิตฺเต สุขาเปตุํ อมิตฺตานํ ทุขาย จ ฯ
ข้าแต่บรมกษัตริย์ ธรรมดาพระราชาควรทรงห้ามมุสาวาท ความโกรธ และความร่าเริงก่อนทีเดียว แต่นั้นพึงรับสั่งให้กระทำกิจทั้งหลาย คำที่ ข้าพระพุทธเจ้ากล่าวมานั้นนักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่า เป็นวัตรของพระ- ราชา. ข้าแต่พระบิดา เมื่อก่อนพระองค์ทรงรักใคร่และเกลียดชังแล้ว พึงทรงทำกรรมใดกรรมนั้นที่พระองค์ทำแล้ว พึงยังพระองค์ให้เดือดร้อน โดยไม่ต้องสงสัย แต่นั้นพระองค์ไม่ควรทรงกระทำกรรมนั้นอีก. ข้าแต่ พระองค์ผู้ทรงบำรุงรัฐ เมื่อกษัตริย์ประมาทแล้ว โภคสมบัติทุกอย่าง ในแว่นแคว้นย่อมพินาศ ข้อนั้นนักปราชญ์กล่าวว่าเป็นความทุกข์ของ พระราชา. ข้าแต่พระบิดา เทพธิดาชื่อศิริ และชื่อลักขีถูกสูจิบริวาร เศรษฐีถามได้ตอบว่า ข้าพเจ้าย่อมยินดีในบุรุษผู้มีความขยันหมั่นเพียร ไม่มีความริษยา. ข้าแต่พระมหาราชา คนกาลกรรณีผู้ทำลายจักร ย่อม ยินดีในบุรุษผู้ริษยา ผู้มีใจชั่ว ผู้ประทุษร้ายการงาน. ข้าแต่พระมหา ราชา พระองค์จงทรงเป็นผู้มีพระทัยดีต่อคนทั้งปวง จงทรงพิทักษ์รักษา คนทั้งปวง จงทรงบรรเทาเสียซึ่งคนไม่มีราศรี จงเป็นผู้มีคนที่มีราศรีเป็น ที่พึ่งเถิด. ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งชนชาวกาสี บุรุษผู้มีราศรี สมบูรณ์ด้วยความเพียร มีอัธยาศัยใหญ่ ย่อมตัดโคน และยอดของศัตรู ทั้งหลายได้. ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่ของประชาชน จริงอยู่ ถึงท้าว สักกะก็ไม่ทรงประมาทในความหมั่นเพียร ท้าวเธอทรงทำความเพียรใน กัลยาณธรรม ทำพระทัยในความหมั่นเพียร. คนธรรพ์ พรหม เทวดา เป็นผู้เป็นอยู่ อาศัยพระราชาเช่นนั้น เมื่อพระราชาทรงอุตสาหะ ไม่ ทรงประมาท เทวดาทั้งหลายย่อมคุ้มครองป้องกัน. ข้าแต่พระบิดา พระองค์จงทรงเป็นผู้ไม่ประมาท ไม่ทรงพระพิโรธแล้ว รับสั่งให้ทำกิจ ทั้งหลาย จงทรงพยายามในกิจทั้งหลาย เพราะคนเกียจคร้าน ย่อมไม่ พบความสุข. ข้อความที่ข้าพระองค์กล่าวแก้แล้วในปัญหาของพระองค์ นั้น ข้อนี้เป็นอนุศาสนี สามารถยังผู้เป็นมิตรให้ถึงความสุข และยัง คนผู้นั้นเป็นศัตรูให้ถึงความทุกข์ได้.
สกฺขิ ตุวํ กุณฺฑลินิ มญฺญสิ ขตฺตพนฺธุนิ รชฺชํ กาเรตุกาเมน กึสุ กิจฺจํ กตํ วรํ ฯ
ดูกรนางนกกุณฑลินี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของนกมีบรรดาศักดิ์ เจ้าสามารถละ หรือ เจ้าจะเข้าใจได้หรือ กิจอะไร เล่าที่ผู้มุ่งจะครอบครองสมบัติกระทำ แล้วเป็นกิจประเสริฐ?
เทฺวว ตาต ปทกานิ ยตฺถ สพฺพํ ปติฏฺฐิตํ อลทฺธสฺส จ โย ลาโภ ลทฺธสฺส จานุรกฺขนา ฯ อมจฺเจ ตาต ชานาหิ ธีเร อตฺถสฺส โกวิเท อนกฺขากิตเว ตาต อโสณฺเฑ อวินาสเก ฯ โย จ ตํ ตาต รกฺเขยฺย ธนํ ยญฺเจว เต สิยา สูโตว รถํ สงฺคเณฺห โส เต กิจฺจานิ การเย สุสงฺคหีตนฺตชโน สยํ วิตฺตํ อเวกฺขิย นิธิญฺจ อิณทานญฺจ น กเร ปรปตฺติยา ฯ สยํ อายํ วยํ ชญฺญา สยํ ชญฺญา กตากตํ นิคฺคเณฺห นิคฺคหารหํ ปคฺคเณฺห ปคฺคหารหํ ฯ สยํ ชานปทํ อตฺถํ อนุสาส รเถสภ มา เต อธมฺมิกา ยุตฺตา ธนํ รฏฺฐญฺจ นาสยุํ ฯ มา จ เวเคน กิจฺจานิ กาเรสิ การเยสิ วา เวคสา หิ กตํ กมฺมํ มนฺโท ปจฺฉานุตปฺปติ ฯ มา เต อธิสเร มุจฺจ สุพาฬฺหมธิโกปิตํ โกธสา หิ พหู ผีตา กุลา อกุลตํ คตา ฯ มา ตาต อิสฺสโรมฺหีติ อนตฺถาย ปตารยิ อิตฺถีนํ ปุริสานญฺจ มา เต อาสิ ทุกฺขุทฺรโย ฯ อเปตโลมหํสสฺส รญฺโญ กามานุสาริโน สพฺเพ โภคา วินสฺสนฺติ รญฺโญ ตํ วุจฺจเต อฆํ ฯ ตตฺเถว เต วตฺตปทา เอสาว อนุสาสนี ทกฺขสฺสุทานิ ปุญฺญกโร อโสณฺโฑ อวินาสโก สีลวสฺสุ มหาราช ทุสฺสีโล วินิปาติโก ฯ
ข้าแต่พระบิดา ประโยชน์ทั้งปวงตั้งมั่นอยู่ในเหตุ ๒ ประการเท่านั้น คือ ความได้ลาภที่ยังไม่ได้ ๑ การตามรักษาลาภที่ได้แล้ว ๑. พระองค์จงทรง ทราบอำมาตย์ทั้งหลายผู้เป็นนักปราชญ์ ฉลาดในประโยชน์ ไม่แพร่ง พรายความลับ ไม่เป็นนักเลงสุรา ไม่ทำให้เสื่อมเสีย. อำมาตย์ผู้ใด พึงรักษาพระราชทรัพย์ของพระองค์ให้มีคงที่อยู่ได้ ดุจนายสารถียึดรถ ไว้ พระองค์ควรทรงใช้อำมาตย์ผู้นั้น ให้กระทำกิจทั้งหลายของพระองค์ พระราชาพึงเป็นผู้มีอันโตชนอันสงเคราะห์ดีแล้ว พึงตรวจตราพระราช- ทรัพย์ด้วยพระองค์เอง ไม่ควรจัดการทรัพย์และการกู้หนี้ โดยทรงไว้ วางพระทัยในคนอื่น. ควรทรงทราบรายได้รายจ่ายด้วยพระองค์เอง ควร ทรงทราบกิจที่ทำแล้วและยังไม่ทำด้วยพระองค์เอง ควรข่มคนที่ควรข่ม ยกย่องคนที่ควรยกย่อง. ข้าแต่พระองค์ผู้จอมพลรถ พระองค์จงทรง พร่ำสอนเหตุผล แก่ชาวชนบทเอง เจ้าหน้าที่ผู้เก็บภาษีอากร ผู้ไม่ ประกอบด้วยธรรม อย่ายังพระราชทรัพย์และรัฐสีมาของพระองค์ให้ พินาศ. อนึ่ง พระองค์อย่าทรงทำเอง หรืออย่าทรงใช้คนอื่นให้ทำกิจ ทั้งหลายโดยฉับพลัน เพราะว่าการงานที่ทำลงไปโดยฉับพลัน ไม่ดีเลย คนเขลาย่อมเดือดร้อนในภายหลัง. พระองค์อย่าทรงล่วงเลยกุศล อย่า ทรงปล่อยพระทัยให้เกรี้ยวกราดนัก เพราะว่าสกุลที่มั่นคงเป็นอันมาก ได้ถึงความไม่เป็นสกุลเพราะความโกรธ. พระองค์อย่าทรงนึกว่าเราเป็น ใหญ่ แล้วยังมหาชนให้หยั่งลงเพื่อความฉิบหาย กำไรคือความทุกข์อย่า ได้มีแก่หญิงและชายของพระองค์เลย. โภคสมบัติทั้งปวงของพระราชา ผู้ปราศจากความหวาดเสียว แส่หากามารมณ์ ย่อมพินาศหมด ข้อนั้น นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่าเป็นความทุกข์ของพระราชา. ข้อความที่หม่อม ฉันกราบทูลในปัญหาของพระองค์นั้น เป็นวัตตบท นี่แหละเป็น อนุศาสนี ข้าแต่พระมหาราชา บัดนี้ พระองค์ยังทรงขยันบำเพ็ญกุศล ไม่ทรงเป็นนักเลง ไม่ทรงทำให้ราชทรัพย์ให้พินาศ จงทรงศีล เพราะว่า คนทุศีลย่อมตกนรก.
อปุจฺฉิมฺหา โกสิยโคตฺตํ กุณฺฑลินึ ตเถว จ ชมฺพุก ตฺวํทานิ วเทหิ พลานํ พลมุตฺตมํ ฯ
พ่อชัมพุกะ พ่อได้ถามปัญหากะเจ้าโกสิยโคตรและเจ้ากุณฑลินีมาเช่น เดียวกันแล้ว บัดนี้ เจ้าจงบอกกำลังอันอุดมกว่ากำลังทั้งหลาย.
พลํ ปญฺจวิธํ โลเก ปุริสสฺมึ มหคฺคเต ตตฺถ พาหุพลํ นาม จริมํ วุจฺจเต พลํ โภคพลญฺจ ทีฆาวุ ทุติยํ วุจฺจเต พลํ ฯ อมจฺจพลญฺจ ทีฆาวุ ตติยํ วุจฺจเต พลํ อภิชจฺจพลญฺเจว ตํ จตุตฺถํ อสํสยํ ยานิ เจตานิ สพฺพานิ อธิคฺคณฺหาติ ปณฺฑิโต ฯ ตํ พลานํ พลํ เสฏฺฐํ อคฺคํ ปญฺญาพลํ วรํ ปญฺญาพเลนุปตฺถทฺโธ อตฺถํ วินฺทติ ปณฺฑิโต ฯ อปิ เจ ลภติ มนฺโท ผีตํ ธรณิมุตฺตมํ อกามสฺส ปสยฺหํ วา อญฺโญ ตํ ปฏิปชฺชติ ฯ อภิชาโตปิ เจ โหติ รชฺชํ ลทฺธาน ขตฺติโย ทุปฺปญฺโญ หิ กาสิปติ สพฺเพนปิ น ชีวติ ฯ ปญฺญา สุตวินิจฺฉินี ปญฺญา (กิตฺติ) สิโลกวฑฺฒนี ปญฺญาสหิโต นโร อิธ (อปิ) ทุกฺเข สุขานิ วินฺทติ ฯ ปญฺญญฺจ โข อสุสฺสูสํ น โกจิ อธิคจฺฉติ พหุสฺสุตํ อนาคมฺม ธมฺมฏฺฐํ อวินิพฺภชํ ฯ โย จ ธมฺมวิภงฺคญฺญู กาลุฏฺฐายี อตนฺทิโต อนุฏฺฐหติ กาเลน กมฺมผลํ ตสฺส อิชฺฌติ ฯ อนายตนสีลสฺส อนายตนเสวิโน น นิพฺพินฺทิยการิสฺส สมฺมทตฺโถ วิปจฺจติ ฯ อชฺฌตฺตญฺจ ปยุตฺตสฺส ตถายตนเสวิโน อนิพฺพินฺทิยการิสฺส สมฺมทตฺโถ วิปจฺจติ ฯ โยคปฺปโยคสงฺขาตํ สมฺภตสฺสานุรกฺขนํ ตานิ ตฺวํ ตาต เสวสฺสุ มา อกมฺมาย รนฺธยิ อกมฺมุนา หิ ทุมฺเมโธ นฬาคารํว สีทติ ฯ
กำลังในบุรุษผู้มีอัธยาศัยใหญ่ในโลกนี้มี ๕ ประการ ในกำลัง ๕ ประการ นั้น กำลังแขน บัณฑิตกล่าวว่าเป็นกำลังต่ำทราม ข้าแต่พระองค์ผู้ทรง เจริญพระชนม์ กำลังโภคทรัพย์ บัณฑิตกล่าวว่าเป็นกำลังที่ ๒. กำลัง อำมาตย์ บัณฑิตกล่าวว่าเป็นกำลังที่ ๓ กำลังคือมีชาติยิ่งใหญ่เป็น กำลังที่ ๔ โดยแท้ บัณฑิตย่อมยึดเอากำลังทั้งหมดนี้ไว้ได้. กำลังปัญญา บัณฑิตกล่าวว่าเป็นกำลังประเสริฐ ยอดเยี่ยมกว่ากำลังทั้งหลาย เพราะ ว่าบัณฑิตอันกำลังปัญญาสนับสนุนแล้ว ย่อมได้ความเจริญ. ถ้าบุคคลมี ปัญญาทราม แม้ได้แผ่นดินอันสมบูรณ์ เมื่อเขาไม่ปรารถนา คนอื่นผู้ถึง พร้อมด้วยปัญญา ก็ข่มขี่แย่งเอาแผ่นดินนั้นเสีย. ข้าแต่พระจอมแห่งชน ชาวกาสี ถ้าบุคคลแม้เป็นผู้มีชาติสูง ได้ราชสมบัติแล้วเป็นกษัตริย์ แต่ มีปัญญาทราม หาเป็นอยู่ด้วยราชสมบัติทุกอย่างได้ไม่. ปัญญาเป็นเครื่อง วินิจฉัยข้อความที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา ปัญญาเป็นเครื่องเพิ่มพูนเกียรติคุณ และชื่อเสียง คนในโลกนี้ประกอบด้วยปัญญาแล้ว แม้เมื่อทุกข์เกิดขึ้น ก็ย่อมได้รับสุข. ก็คนบางคนไม่ตั้งใจฟังด้วยดี ไม่อาศัยผู้เป็นพหูสูต ผู้ตั้ง อยู่ในธรรม ไม่พิจารณาเหตุผล ย่อมไม่ได้บรรลุปัญญาแล อนึ่ง ผู้ใดรู้ จักจำแนกธรรม ลุกขึ้นในเวลาเช้า ไม่เกียจคร้าน ย่อมบากบั่นตามกาล ผลการงานของผู้นั้นย่อมสำเร็จประโยชน์แห่งการงานของบุคคลผู้มีศีล มิใช่บ่อเกิด ผู้คบหาบุคคลที่มิใช่บ่อเกิด (ลาภยศสุข) ผู้มีปกติเบื่อหน่าย ทำการงาน ย่อมไม่เผล็ดผลโดยชอบ. ส่วนประโยชน์แห่งการงานของ บุคคลผู้ประกอบธรรมอันเป็นภายใน คบหาบุคคลที่เป็นบ่อเกิดอย่างนั้น ไม่มีปกติเบื่อหน่ายทำการงาน ย่อมเผล็ดผลโดยชอบ. ข้าแต่พระบิดา ขอพระองค์ทรงเสวนะปัญญา อันเป็นส่วนแห่งการประกอบความเพียร เป็นเครื่องตามรักษาทรัพย์ที่รวบรวมไว้ และเหตุ ๒ ประการข้างต้นที่ ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลแล้วนั้นเถิด อย่าได้ทรงทำลายทรัพย์เสียด้วยการ งานอันไม่สมควร เพราะคนมีปัญญาทราม ย่อมล่มจมด้วยการงานอันไม่ สมควร ดังเรือนไม้อ้อฉะนั้น.
ธมฺมญฺจร มหาราช มาตาปิตูสุ ขตฺติย อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ ธมฺมญฺจร มหาราช ปุตฺตทาเรสุ ขตฺติย อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ ธมฺมญฺจร มหาราช มิตฺตามจฺเจสุ ขตฺติย อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ ธมฺมญฺจ มหาราช วาหเนสุ พเลสุ จ อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ ธมฺมญฺจร มหาราช คาเมสุ นิคเมสุ จ อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ ธมฺมญฺจร มหาราช รฏฺเฐสุ ชนปเทสุ จ อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ ธมฺมญฺจร มหาราช สมเณ พฺราหฺมเณสุ จ อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ ธมฺมญฺจร มหาราช มิคปกฺขีสุ ขตฺติย อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ ธมฺมญฺจร มหาราช ธมฺโม จิณฺโณ สุขาวโห อิธ ธมฺมญฺจริตฺวาน ราช สคฺคํ คมิสฺสสิ ฯ ธมฺมญฺจร มหาราช อินฺทา เทวา สพฺรหฺมกา สุจิณฺเณน ทิวํ ปตฺตา มา ธมฺมํ ราช ปามโท ฯ ตตฺเถว เต วตฺตปทา เอสาว อนุสาสนี สปฺปญฺญเสวิ กลฺยาณี สมตฺตํ สาม ตํ วิทูติ ฯ เตสกุณชาตกํ ปฐมํ ฯ ---------
ข้าแต่พระมหาราชา ขอพระองค์จงทรงประพฤติธรรม ในพระราชมารดา พระราชบิดา ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ขอพระองค์จงทรงประพฤติธรรมในพระราชโอรสและพระอัครมเหสี ครั้น ทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ขอพระองค์จงทรง ประพฤติธรรมในมิตรและอำมาตย์ ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ขอพระองค์จงทรงประพฤติธรรมในพาหนะและพล นิกาย ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ขอพระองค์ จงทรงประพฤติธรรมในชาวบ้านและชาวนิคม ครั้นทรงประพฤติธรรมใน โลกนี้แล้วจัดเสด็จสู่สวรรค์. ขอพระองค์จงทรงประพฤติธรรมในสมณะ และพราหมณ์ทั้งหลาย ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่ สวรรค์. ขอพระองค์จงทรงประพฤติธรรมในเนื้อและนก ครั้นทรงประพฤติ ธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ขอพระองค์จงทรงประพฤติธรรม เพราะธรรมที่บุคคลประพฤติแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้ ครั้นพระองค์ ทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ข้าแต่พระมหาราชา ขอพระองค์ทรงประพฤติธรรม เพราะว่าพระอินทร์ ทวยเทพพร้อมทั้ง พราหมณ์ ถึงทิพยสถานได้ด้วยธรรมอันตนประพฤติดีแล้ว ข้าแต่บรม กษัตริย์ ขอพระองค์อย่าทรงประมาทธรรมเลย. ข้อความที่ข้าพระองค์ กล่าวแล้วในปัญหาของพระองค์นั้นเป็นวัตตบท ข้อนี้แลเป็นอนุศาสนี ขอพระองค์จงทรงคบหาสมาคมกับผู้มีปัญญา จงมีคุณอันงามทรงทราบข้อ นั้นด้วยพระองค์แล้ว จงทรงปฏิบัติให้ครบถ้วนเถิดจบ เตสกุณชาดกที่ ๑.