อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๖๗๐

๓. กุนตินีชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๗๐–๖๗๓4 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๓ กุนฺตินีชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๓. กุนตินีชาดก ว่าด้วยการเชื่อมมิตรภาพ

ข้อ ๖๗๐

อวสิมฺห ตวาคาเร นิจฺจํ สกฺกตปูชิตา ตฺวเมวทานิมกริ หนฺท ราช วชามหํ ฯ

หม่อมฉันได้อาศัย อยู่ในพระราชนิเวศของพระองค์ พระองค์ทรงอุปถัมภ์ บำรุงมาเป็นอย่างดีมิได้ขาด มาบัดนี้ พระองค์ผู้เดียวได้ก่อเหตุขึ้น ข้าแต่ พระราชา มิฉะนั้น หม่อมฉันจะขอทูลลาไปป่าหิมพานต์.

ข้อ ๖๗๑

โย เว กเต ปฏิกเต กิพฺพิเส ปฏิกิพฺพิเส เอวนฺตํ สมฺมติ เวรํ วส กุนฺตินิ มา คมา ฯ

ผู้ใดแล เมื่อคนอื่นทำกรรมอันชั่วร้ายให้แก่ตนแล้ว และตนก็ได้ทำตอบ แทนแล้ว ย่อมรู้สึกได้ว่า เราได้ทำตอบแก่เขาแล้ว เวรของผู้นั้น ย่อม สงบไปด้วยอาการเพียงเท่านี้ ดูกรนางนกกระเรียน ท่านจงอยู่ก่อนเถิด อย่าเพิ่งไปเลย.

ข้อ ๖๗๒

น กตสฺส จ กตฺตา จ มิตฺติ สนฺธิยเต ปุน หทยํ นานุชานาติ คจฺฉญฺเญว รเถสภ ฯ

มิตรภาพของผู้ที่ถูกทำร้ายกับผู้ที่ทำร้าย ย่อมเชื่อมกันไม่ติดอีก ใจของ หม่อมฉันไม่ยอมให้อยู่ ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ เพราะเหตุนั้น หม่อมฉันขอทูลลาไป.

ข้อ ๖๗๓

กตสฺส เจว กตฺตา จ มิตฺติ สนฺธิยเต ปุน ธีรานํ โน จ พาลานํ วส กุนฺตินิ มา คมาติ ฯ กุนฺตินีชาตกํ ตติยํ ฯ ---------

มิตรภาพของผู้ที่ถูกทำร้ายกับผู้ที่ทำร้าย ย่อมกลับเชื่อมติดกันได้อีก เฉพาะพวกบัณฑิตด้วยกัน ย่อมเชื่อมกันไม่ติดอีก เฉพาะพวกชนพาล ดูกรนางนกกระเรียน ท่านจงอยู่ก่อนเถิด อย่าเพิ่งไปเลย. จบ กุนตินีชาดกที่ ๓.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๓. กุนตินีชาดก (๓๔๓) ว่าด้วยนางนกกระเรียน (นางนกกระเรียนกราบทูลพระราชาโพธิสัตว์ว่า)

ข้อ ๑๖๙

ข้าพระองค์ได้อาศัยอยู่ในพระราชนิเวศน์ของพระองค์ ได้รับสักการะอยู่เนืองนิตย์ บัดนี้ พระองค์ได้ทรงก่อเหตุแห่งความเสียใจให้แก่ข้าพระองค์ ข้าแต่มหาราช เอาเถิด ข้าพระองค์จะลาไปยังป่าหิมพานต์ (พระราชาโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๑๗๐

ผู้ใดรู้กรรมชั่วร้ายที่คนอื่นทำแก่ตน และรู้กรรมชั่วร้ายที่ตนทำตอบแก่เขา เวรของผู้นั้นย่อมระงับไปด้วยเหตุเพียงเท่านี้ แม่นกกระเรียน เพราะฉะนั้น เธอจงอยู่เถิด อย่าไปเลย (นางนกระเรียนได้ฟังดังนั้น จึงกราบทูลว่า)

ข้อ ๑๗๑

มิตรภาพของผู้ประทุษร้ายและของผู้ถูกประทุษร้าย ย่อมสมานกันไม่ได้อีก ใจไม่อนุญาตให้อยู่ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ ข้าพระองค์จักไป

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๙๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๔. จตุกกนิบาต] ๕. จูฬกุณาลวรรค ๔. อัมพชาดก (๓๔๔) (พระราชาโพธิสัตว์ตรัสว่า)

ข้อ ๑๗๒

มิตรภาพของผู้ประทุษร้ายและของผู้ถูกประทุษร้าย พวกที่เป็นนักปราชญ์ย่อมสมานกันได้อีก แต่พวกที่โง่เขลาย่อมสมานกันไม่ได้ แม่นกกระเรียน เธอจงอยู่เถิด อย่าไปเลยกุนตินีชาดกที่ ๓ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภนางนกกระเรียนซึ่งอยู่อาศัยในพระราชวังของพระเจ้าโกศล จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อวสิมฺหา ตวาคาเร ดังนี้.

ได้ยินว่า นางนกกระเรียนนั้นเป็นผู้จำทูลพระราชสาสน์ของพระราชา นางนกนั้นมีลูกนกอยู่ ๒ ตัว. พระราชาทรงให้นางนกนั้นถือพระราชหัตถเลขาไปส่งแก่พระราชาองค์หนึ่ง. ในเวลาที่นางนกนั้นไปแล้ว พวกทารกในราชสกุลพากันเอามือบีบลูกนกเหล่านั้นจนตายไป. นางนกนั้นกลับมาแล้วเห็นลูกนกเหล่านั้นตายแล้ว จึงถามว่า ใครฆ่าลูกฉันตาย? เขาบอกว่า เด็กคนโน้นและเด็กคนโน้นฆ่า.

ก็ในเวลานั้น ในราชสกุล มีเสือโคร่งที่เลี้ยงไว้ตัวหนึ่งดุร้ายหยาบช้า มันอยู่ได้โดยการล่ามไว้. ทีนั้นพวกเด็กเหล่านั้นได้ไปเพื่อจะดูเสือโคร่งนั้น. นางนกแม้นั้นก็ได้ไปกับเด็กเหล่านั้น คิดว่า เราจักกระทำเด็กเหล่านี้เหมือนมันฆ่าลูกของเรา จึงพาเด็กเหล่านั้นไปทำให้ล้มลงใกล้เท้าเสือโคร่ง. เสือโคร่งเคี้ยวกินกร้วมๆ. นางนกนั้นคิดว่า บัดนี้ มโนรถของเราบริบูรณ์แล้ว จึงบินไปยังหิมวันตประเทศทันที.

ภิกษุทั้งหลายได้สดับเหตุนั้นแล้วจึงนั่งสนทนากันในโรงธรรมสภาว่า อาวุโสทั้งหลาย ได้ยินว่า นางนกกระเรียนในราชสกุล กระตุ้นพวกเด็กที่ฆ่าลูกของตนให้ล้มลงที่ใกล้เท้าเสือโคร่ง แล้วบินไปยังหิมวันตประเทศเลยทีเดียว.

พระศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งสนทนากันเรื่องอะไร เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า เรื่องนี้ พระเจ้าข้า. จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่บัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน นางนกกระเรียนนี้ก็กระตุ้นพวกเด็กผู้ฆ่าลูกของตนให้ล้ม แล้วไปสู่หิมวันตประเทศเหมือนกัน.

แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้.

ในอดีตกาล เมื่อพระโพธิสัตว์ครองราชสมบัติในนครพาราณสี โดยธรรมโดยสม่ำเสมอ. ในพระราชนิเวศน์ มีนางนกกระเรียนตัวหนึ่ง เป็นผู้จำทูลพระราชสาสน์.

ข้อความทั้งหมดเช่นกับที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั่นเอง.

ส่วนความแผกกันมีดังต่อไปนี้ :-

นางนกกระเรียนนั้นให้เสือโคร่งฆ่าเด็กทั้งหลายแล้วคิดว่า บัดนี้ เราไม่อาจอยู่ในที่นี้ เราจักต้องไป แต่เมื่อจะไป ยังไม่กราบทูลพระราชาให้ทรงทราบก่อนจักไม่ไป นางนกกระเรียนนั้นจึงเข้าไปเฝ้าพระราชาแล้วยืนอยู่ ณ ส่วนสุดข้างหนึ่ง กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นนาย พวกเด็กฆ่าลูกๆ ของข้าพระองค์ เพราะความพลั้งเผลอของพระองค์ข้าพระองค์เป็นผู้ตกอยู่ในอำนาจของความโกรธ จึงฆ่าเด็กพวกนั้นตอบแทน บัดนี้ ข้าพระองค์ไม่อาจอยู่ในที่นี้ แล้วกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-

ข้าพระองค์ได้อาศัยอยู่ในพระราชนิเวศน์ของพระองค์พระองค์ทรงอุปถัมภ์บำรุงเป็นอย่างดีมิได้ขาด มาบัดนี้ พระองค์ทีเดียวได้ก่อเหตุขึ้น ข้าแต่พระราชา ผิฉะนั้น ข้าพระองค์จะขอทูลลาไปป่าหิมพานต์.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตฺวเมวทานิมกริ ความว่า พระองค์นั่นแหละให้ข้าพระองค์ถือพระราชหัตถเลขาไปส่ง ไม่ทรงปกป้องบุตรทั้งหลายของข้าพระองค์ เพราะความประมาทของพระองค์ชื่อว่าทรงก่อเหตุให้ข้าพระองค์ไปนี้ ณ บัดนี้. ศัพท์ว่า หนฺท เป็นนิบาตใช้ในอรรถแห่งอุปสรรค. นางนกกระเรียนเรียกพระโพธิสัตว์ว่า ราชา.

บทว่า วชามหํ ความว่า ข้าพระองค์จะไปยังหิมวันตประเทศ.

พระราชาทรงสดับดังนั้น จึงตรัสคาถาที่ ๒ ว่า :-

ผู้ใดแล เมื่อคนอื่นทำกรรมอันชั่วร้ายให้แก่ตนแล้วและตนก็ได้ทำตอบแทนแล้วย่อมรู้สึกได้ว่า เราได้ทำตอบแก่เขาแล้วเวรของผู้นั้นย่อมสงบไปด้วยอาการเพียงเท่านี้

ดูก่อนนางนกกระเรียน ท่านจงอยู่เถิด อย่าไปเลย.

คำที่เป็นคาถานั้นมีใจความว่า

บุคคลใด เมื่อคนอื่นกระทำกรรมอันชั่วร้าย คือกระทำกรรมอันทารุณ มีฆ่าบุตรเป็นต้นของตนเมื่อตนกลับทำตอบซึ่งกรรมอันชั่วร้ายตอบต่อบุคคลนั้นได้ ย่อมรู้สึกว่าเราทำตอบเขาได้แล้ว. เวรนั้นย่อมสงบไปด้วยอาการอย่างนี้ คือเวรนั้นย่อมสงบ คือเข้าไปสงบด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้เพราะเหตุนั้น นางนกกระเรียนเอ๋ย เจ้าอยู่เถิดอย่าไปเลย.

นางนกกระเรียนได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :-

มิตรภาพของผู้ที่ถูกทำร้ายกับผู้ที่ทำร้าย ย่อมเชื่อมกันอีกไม่ได้ ใจของข้าพระองค์ไม่ยอมอนุญาตให้อยู่ ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์จึงขอทูลลาไปให้ได้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น กตสฺส จ กตฺตา จ ความว่า ขึ้นชื่อว่ามิตรภาพของคน ๒ จำพวกนี้ คือคนผู้ถูกกระทำ ถูกข่มเหงถูกเบียดเบียนและคนผู้ทำให้แปรปรวนไปโดยความแตกแยกในบัดนี้ ย่อมเชื่อมกันไม่ได้ คือต่อกันไม่ได้อีก.

บทว่า หทยํ นานุชานาติ ความว่า เพราะเหตุนั้น ใจของข้าพระองค์จึงไม่อนุญาตการอยู่ในที่นี้.

บทว่า คจฺฉญฺเญว รเถสภ ความว่า ข้าแต่มหาราช เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จักขอไปอย่างเดียว.

พระราชาทรงสดับดังนั้น จึงตรัสคาถาที่ ๔ ว่า :-

มิตรภาพของผู้ที่ถูกทำร้ายกับผู้ที่ทำร้าย ย่อมเชื่อมกันได้อีกเฉพาะพวกบัณฑิตด้วยกันแต่สำหรับพวกคนพาลย่อมเชื่อมกันไม่ได้อีกดูก่อนนางนกกระเรียน เจ้าจงอยู่เถิดอย่าไปเลย.

คำที่เป็นคาถานั้นมีใจความว่า

ไมตรีของบุคคลผู้ถูกกระทำและบุคคลผู้กระทำ ย่อมเชื่อมกันได้อีก แต่ไมตรีนั้นย่อมเชื่อมกันได้ สำหรับพวกนักปราชญ์ส่วนสำหรับพวกคนพาลย่อมเชื่อมกันไม่ได้ เพราะว่า ไมตรีของนักปราชญ์ทั้งหลาย แม้จะแตกไปแล้วก็กลับเชื่อมต่อได้ส่วนไมตรีของพวกคนพาลแตกกันคราวเดียว ย่อมเป็นอันแตกไปเลย เพราะฉะนั้น นางนกกระเรียนเอ๋ย เจ้าจงอยู่เถิดอย่าไปเลย.

แม้เมื่อตรัสห้ามอยู่อย่างนั้น นางนกก็ยังทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นนาย ข้าพระองค์ไม่อาจอยู่ พระเจ้าข้า. จึงถวายบังคมพระราชา แล้วบินไปยังหิมวันตประเทศทีเดียว.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า

ในกาลนั้น นางนกกระเรียนนั่นแหละได้มาเป็น นางนกกระเรียน ในบัดนี้

ส่วนพระเจ้าพาราณสีในครั้งนั้น ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถากุนตินีชาดกที่ ๓ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา