๑๐. จัมเปยยชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๐. จัมเปยยชาดก (๕๐๖) ๑๐. จัมเปยยชาดก (๕๐๖) ว่าด้วยพญานาคจัมเปยยะ (พระราชาทรงเห็นนางนาคสุมนาอยู่ในอากาศ จึงตรัสว่า)
เธอเป็นใครกันหนอ รัศมีช่างงามผ่องใสดุจสายฟ้า อุปมาเหมือนดาวประกายพรึก ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเธอว่า เป็นเทพธิดา หญิงคนธรรพ์ หรือหญิงมนุษย์หนอ (นางนาคสุมนาได้ฟังดังนั้นแล้ว จึงตรัสตอบว่า)
ขอเดชะพระมหาราช หม่อมฉันมิใช่เทพธิดา มิใช่หญิงคนธรรพ์ มิใช่หญิงมนุษย์ หม่อมฉันเป็นนางนาคกัญญา มาที่นี้เพราะเหตุอย่างหนึ่ง (พระราชาตรัสถามว่า)
เธอมีจิตกระวนกระวาย อินทรีย์เศร้าหมอง มีหยาดน้ำตาไหลนองหน้า แม่นาง เชิญบอกมาเถิด อะไรของเธอหาย หรือเธอปรารถนาสิ่งใด จึงมาที่นี้ (นางนาคสุมนาตอบว่า)
ก็ชาวโลกร้องเรียกสัตว์ใดว่า อุรคชาติ ผู้มีเดชยิ่งใหญ่ ขอเดชะ พระองค์ผู้จอมชน ชนทั้งหลายเรียกสัตว์นั้นว่า นาค ชายผู้ต้องการเลี้ยงชีพได้จับนาคนั้นมา นาคนั้นเป็นสามีหม่อมฉัน ขอพระองค์โปรดทรงปล่อยนาคนั้นจากเครื่องผูกเถิดเพคะ (พระราชาตรัสถามว่า)
นาคราชนี้ประกอบด้วยกำลังและความเพียร กลับมาตกอยู่ในเงื้อมมือของคนวณิพกได้อย่างไร แม่นางนาคกัญญา ขอแม่นางจงบอกเนื้อความนั้นแก่เรา เราจะรู้ว่า นาคราชถูกจับมาได้อย่างไร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๑๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๐. จัมเปยยชาดก (๕๐๖) (นางนาคสุมนาตอบว่า)
แท้จริง นาคราชนั้นประกอบด้วยกำลังและความเพียร พึงกระทำแม้พระนครให้เป็นเถ้าธุลีได้ แต่เพราะนาคราชเป็นผู้นบนอบพระธรรม ฉะนั้น จึงบากบั่นบำเพ็ญตบะ
ขอเดชะพระมหาราช นาคราชอธิษฐานจาตุททสีอุโบสถ และปัณณรสีอุโบสถ นอนรักษาอุโบสถอยู่ใกล้หนทางสี่แพร่ง ชายผู้ต้องการเลี้ยงชีพได้จับนาคราชนั้นมา นาคราชนั้นเป็นสามีหม่อมฉัน ขอพระองค์โปรดปล่อยนาคราชนั้น จากเครื่องพันธนาการเถิด เพคะ (และนางอ้อนวอนพระราชานั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า)
นางนาค ๑๖,๐๐๐ นางสวมใส่กุณฑลแก้วมณี นอนอยู่ในห้องใต้น้ำ นางนาคแม้เหล่านั้นยึดเอานาคราชนั้นเป็นที่พึ่ง
ขอพระองค์โปรดปล่อยนาคราชไปโดยธรรม ด้วยความไม่ผลุนผลัน ด้วยบ้านส่วย ๑๐๐ หลัง ทองคำ ๑๐๐ แท่ง และโค ๑๐๐ ตัว ขออุรคชาติผู้ได้รับการปล่อยตัวแล้วจงท่องเที่ยวไป ขอนาคราชผู้ต้องการบุญจงพ้นจากเครื่องผูก (พระราชาตรัสว่า)
เราจะปล่อยนาคราชไปโดยธรรม ด้วยความไม่ผลุนผลัน ด้วยบ้านส่วย ๑๐๐ หลัง ทองคำ ๑๐๐ แท่ง และโค ๑๐๐ ตัว ขออุรคชาติผู้ได้รับการปล่อยตัวแล้วจงท่องเที่ยวไป ขอนาคราชผู้ต้องการบุญจงพ้นจากเครื่องผูก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๑๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๐. จัมเปยยชาดก (๕๐๖)
พ่อพราน เราจะให้ทองคำแก่ท่าน ๑๐๐ แท่ง ต่างหูแก้วมณีมีค่ามาก และบัลลังก์ ๔ เหลี่ยม มีสีอันเป็นสิริคล้ายดอกสามหาว
ภรรยาที่เหมาะสมกัน ๒ คน และโคอุสภะอีก ๑๐๐ ตัว ขออุรคชาติผู้ได้รับการปล่อยตัวแล้วจงท่องเที่ยวไป ขอนาคราชผู้ต้องการบุญจงพ้นจากเครื่องผูก (นายพรานกราบทูลพระราชาว่า)
ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน แม้จะทรงเว้นการพระราชทาน เพียงพระดำรัสของพระองค์เท่านั้น ข้าพระพุทธเจ้าก็จะปล่อยอุรคชาตินั้นจากเครื่องผูก ขออุรคชาติผู้ได้รับการปล่อยตัวแล้วจงท่องเที่ยวไป ขอนาคราชผู้ต้องการบุญจงพ้นจากเครื่องผูก (พระศาสดาทรงประกาศความนั้นว่า)
พญานาคจัมเปยยะหลุดพ้นจากเครื่องพันธนาการแล้ว ได้กราบทูลพระราชานั้นว่า ขอเดชะพระเจ้ากาสี ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายบังคมพระองค์ ขอเดชะ พระองค์ผู้ผดุงแคว้นกาสีให้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายบังคมพระองค์ ขอประคองอัญชลีต่อพระองค์ ขอเชิญเสด็จทอดพระเนตรนิเวศน์ของข้าพระองค์ (พระราชาตรัสว่า)
นาคราช แน่นอนทีเดียวที่เขาพูดกันว่า มนุษย์กับอมนุษย์จะพึงคุ้นเคยกัน เป็นเรื่องคุ้นเคยกันได้ยาก แต่ถ้าท่านขอร้องเราเกี่ยวกับเรื่องนั้น เราก็จะไปเยี่ยมที่อยู่ของท่าน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๑๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๐. จัมเปยยชาดก (๕๐๖) (ครั้งนั้น พระโพธิสัตว์เมื่อจะปฏิญญาให้พระราชาทรงเชื่อ จึงกราบทูลว่า)
ขอเดชะพระมหาราช ถึงลมจะพัดพาเอาภูเขาไปได้ก็ดี ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์จะพึงแผดเผาแผ่นดินก็ดี แม่น้ำทุกสายจะพึงไหลทวนกระแสก็ดี ถึงอย่างนั้น ข้าพระพุทธเจ้าก็จะไม่พึงพูดเท็จแน่นอน
ขอเดชะพระมหาราช ถึงท้องฟ้าจะพึงถล่มทะลาย น้ำทะเลจะพึงเหือดแห้ง แผ่นดินซึ่งมีนามว่าภูตธาราและวสุนธราจะพึงม้วนเข้า และภูเขาสิเนรุศิลาล้วนจะพึงถอนขึ้นทั้งรากก็ดี ถึงอย่างนั้น ข้าพระพุทธเจ้าก็จะไม่พึงพูดเท็จ (พระราชาไม่ทรงเชื่อจึงตรัสซ้ำอีกว่า)
นาคราช แน่นอนทีเดียวที่เขาพูดกันว่า มนุษย์กับอมนุษย์จะพึงคุ้นเคยกัน เป็นเรื่องคุ้นเคยกันได้ยาก แต่ถ้าท่านขอร้องเราเกี่ยวกับเรื่องนั้น เราก็จะไปเยี่ยมที่อยู่ของท่าน (และตรัสคาถาต่อไปว่า)
พวกท่านเป็นผู้มีพิษร้ายแรงยิ่งนัก มีเดชมาก และก็โกรธง่าย ท่านหลุดพ้นจากเครื่องผูกเพราะเรา ควรจะรู้คุณที่เรากระทำแล้ว (พระโพธิสัตว์เมื่อจะทำปฏิญญาอีก จึงกราบทูลว่า)
ผู้ใดถูกขังติดอยู่ในกระชังใกล้จะตาย ยังไม่รู้จักบุญคุณที่พระองค์ทรงทำแล้วเช่นนั้น ขอผู้นั้นจงหมกไหม้อยู่ในนรกที่โหดร้าย อย่าได้ความสำราญทางกายอย่างใดอย่างหนึ่งเลย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๑๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๐. จัมเปยยชาดก (๕๐๖) (พระราชาทรงชมเชยพระโพธิสัตว์นั้นว่า)
ขอปฏิญญาของท่านจงเป็นสัตย์จริงเถิด ขอท่านอย่าเป็นผู้มีนิสัยมักโกรธและผูกโกรธ ขอครุฑทั้งหลายจงงดเว้นตระกูลนาคของท่านทั้งมวล เหมือนบุคคลงดเว้นไฟในคิมหันตฤดู (ฝ่ายพระโพธิสัตว์ก็ได้ชมเชยพระราชาว่า)
ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน พระองค์ทรงอนุเคราะห์ตระกูลนาค เหมือนมารดาอนุเคราะห์บุตรสุดที่รักคนเดียว ข้าพระพุทธเจ้าพร้อมกับตระกูลนาค จะทำการขวนขวายตอบแทนพระองค์อย่างโอฬาร (พระราชาทรงมีพระประสงค์จะเสด็จไปยังภพนาค จึงรับสั่งว่า)
เจ้าพนักงานทั้งหลายจงเทียมราชรถที่งามวิจิตร จงเทียมม้าอัสดรที่ฝึกดีแล้ว ซึ่งเกิดในแคว้นกัมโพชะ อนึ่ง จงผูกช้างตัวประเสริฐ ซึ่งประดับด้วยสุวรรณวัตถาภรณ์ เราจะไปเยี่ยมนิเวศน์ของนาคราช (พระศาสดาตรัสพระคาถาว่า)
เจ้าพนักงานตีกลอง ตะโพน แกว่งบัณเฑาะว์ เป่าสังข์ ต่อพระเจ้าอุคคเสน พระราชามีหมู่นารีแวดล้อม เสด็จไปท่ามกลางหมู่นารีงดงามยิ่งนัก (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเรื่องนั้น จึงตรัสว่า)
พระราชาผู้ผดุงแคว้นกาสีให้เจริญ ได้ทอดพระเนตรภูมิภาคที่วิจิตรด้วยทรายทอง และปราสาททอง ซึ่งปูด้วยแผ่นกระดานแก้วไพฑูรย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๑๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๐. จัมเปยยชาดก (๕๐๖)
พระราชาพระองค์นั้นเสด็จเข้าไปยังนิเวศน์ของพญานาคจัมเปยยะ ซึ่งประดับตบแต่งไว้แล้ว อันมีรัศมีโอภาสเปล่งปลั่ง ดุจดังแสงอาทิตย์แรกอุทัย และประดุจดังสายฟ้าในกลุ่มเมฆ
พระเจ้ากาสีพระองค์นั้น เสด็จทอดพระเนตรจนทั่วพระนิเวศน์ของพญานาคจัมเปยยะ ที่ดารดาษด้วยพฤกษชาตินานาพันธุ์ ซึ่งอบอวลด้วยกลิ่นหอมนานาประการ
เมื่อพระเจ้ากาสีเสด็จไปยังนิเวศน์ของพญานาคจัมเปยยะ เหล่าทิพย์ดนตรีก็บรรเลง ทั้งเหล่านางนาคกัญญาก็ฟ้อนรำ
พระเจ้ากาสีเสด็จขึ้นสู่นาคนิเวศน์ ซึ่งมีหมู่นางนาคกัญญาตามเสด็จ ทรงพอพระทัย ประทับนั่งบนภัทรบิฐทองคำ มีพนักอิงฉาบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์หอมซึ่งเป็นทิพย์
พระองค์เสวยและทรงรื่นรมย์อยู่ในนาคพิภพนั้นแล้ว ได้ตรัสกับพญานาคจัมเปยยะว่า ท่านมีวิมานอันประเสริฐเหล่านี้ ซึ่งรัศมีเปล่งปลั่งดังรัศมีดวงอาทิตย์ วิมานเช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี นาคราช เพื่อประสงค์อะไรอีก ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่
นางนาคกัญญาเหล่านั้นสวมสังวาลทองคำ ใส่เสื้อผ้าสวยงาม มีองคุลีกลมกลึง มีฝ่ามือฝ่าเท้าแดง ผิวพรรณไม่ทรามเลย คอยประคองให้ท่านดื่มน้ำทิพย์ ความงามเช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี นาคราช เพื่อประสงค์อะไร ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่
อนึ่ง ในพิภพของท่าน แม่น้ำเหล่านี้ ดาษดื่นด้วยฝูงปลามีเกล็ดหนานานาชนิด มีนกเงือกเปล่งสำเนียงเสียงร้องอยู่ระงมไพร มีท่าน้ำที่สวยงาม นทีทิพย์เช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี นาคราช เพื่อประสงค์อะไรอีก ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๑๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๐. จัมเปยยชาดก (๕๐๖)
ฝูงนกกระเรียน นกยูง หงส์ และนกดุเหว่าทิพย์ ต่างพากันเปล่งสำเนียงประสานเสียงอย่างไพเราะ โผผินไปมา ปักษีทิพย์เช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี นาคราช เพื่อประสงค์อะไร ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่
ต้นมะม่วง ต้นสาละ ต้นหมากเม่า ต้นหว้า ต้นราชพฤกษ์ และต้นแคฝอย ผลิดอกออกผลบานสะพรั่ง รุกขชาติอันเป็นทิพย์เช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี นาคราช เพื่อประสงค์อะไร ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่
อนึ่ง รอบๆ สระโบกขรณีของท่าน ทิพยสุคนธ์เหล่านี้หอมฟุ้งตลบอบอวล ไม่ขาดสาย ทิพยสุคนธ์เช่นนี้ในมนุษยโลกไม่มี นาคราช เพื่อประสงค์อะไร ท่านจึงยังบำเพ็ญตบะอยู่ (นาคราชกราบทูลว่า)
ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน ข้าพระพุทธเจ้าบำเพ็ญตบะ เพราะเหตุแห่งบุตร เพราะเหตุแห่งทรัพย์สมบัติ หรือแม้เพราะเหตุแห่งอายุก็หาไม่ แต่เพราะข้าพระพุทธเจ้าปรารถนากำเนิดแห่งมนุษย์ เพราะเหตุนั้น จึงบากบั่นบำเพ็ญตบะอยู่ (พระราชาทรงชมเชยพระโพธิสัตว์ว่า)
ท่านมีดวงเนตรแดง มีรัศมีเปล่งปลั่ง ประดับตบแต่งอย่างสวยงาม ตัดผมโกนหนวดเรียบร้อย ชโลมลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์แดง เปล่งรัศมีไปทั่วทิศ ดุจราชาแห่งคนธรรพ์
ท่านถึงพร้อมด้วยเทพฤทธิ์ มีอานุภาพยิ่งใหญ่ เพียบพร้อมด้วยกามทั้งสิ้น นาคราช เราขอถามเนื้อความนั้นกับท่าน มนุษยโลกมีอะไรประเสริฐกว่านาคพิภพนี้หรือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๑๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๐. จัมเปยยชาดก (๕๐๖) เพียบพร้อมด้วยกามทั้งสิ้น นาคราช เราขอถามเนื้อความนั้นกับท่าน มนุษยโลกมีอะไรประเสริฐกว่านาคพิภพนี้หรือ (นาคราชกราบทูลว่า)
ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน นอกจากมนุษยโลกแล้ว ความบริสุทธิ์หรือความสำรวมย่อมไม่มี ข้าพระพุทธเจ้าได้กำเนิดมนุษย์แล้ว จะทำที่สุดแห่งการเกิดและการตาย (พระราชาตรัสว่า)
ชนเหล่าใดมีปัญญา เป็นพหูสูต คิดเหตุการณ์ได้เป็นอันมาก ชนเหล่านั้นควรคบโดยแท้ ข้าพเจ้าเห็นนางนาคกัญญาและตัวท่านแล้ว จะทำบุญให้มาก นะนาคราช (นาคราชกราบทูลว่า)
ชนเหล่าใดมีปัญญา เป็นพหูสูต คิดเหตุการณ์ได้เป็นอันมาก ชนเหล่านั้นควรคบโดยแท้ ขอเดชะพระมหาราช พระองค์เห็นนางนาคกัญญา และข้าพระพุทธเจ้าแล้ว โปรดทรงทำบุญให้มากเถิด (พระโพธิสัตว์เมื่อจะแสดงทรัพย์จึงกราบทูลว่า)
ก็เงินทองของข้าพระพุทธเจ้านี้มีอยู่เพียงพอ กองทองคำสูงประมาณชั่วลำตาล พระองค์โปรดให้ขนไปจากที่นี่แล้วจงให้สร้างพระตำหนักทองคำ และสร้างกำแพงเงินเถิด
อนึ่ง แก้วมุกดาประมาณ ๕,๐๐๐ เล่มเกวียน ที่ปนกับแก้วไพฑูรย์ พระองค์โปรดให้ขนไปจากที่นี่แล้วจงลาดลงบนภาคพื้นภายในบุรี เมื่อเป็นเช่นนี้ ภาคพื้นจักไม่เป็นโคลนตม และจะไม่มีฝุ่นละออง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๑๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๑. มหาปโลภนชาดก (๕๐๗)
ขอเดชะพระมหาราชผู้ประเสริฐ ทรงมีพระปรีชาอันล้ำเลิศ ขอพระองค์โปรดเสวยราชสมบัติ ครอบครองกรุงพาราณสีซึ่งมั่งคั่งสมบูรณ์ สง่างามล้ำเลิศดุจทิพยวิมานเห็นปานนี้เถิดจัมเปยยชาดกที่ ๑๐ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐ จมฺเปยฺยชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๐. จัมเปยยชาดก บำเพ็ญตบะเพื่อต้องการเกิดเป็นมนุษย์
กา นุ วิชฺชุริวาภาสิ โอสธี วิย ตารกา เทวตา นุสิ คนฺธพฺพี น ตํ มญฺญามิ มานุสี ฯ
ท่านเป็นใคร งามผ่องใสดุจสายฟ้า และอุปมาเหมือนดาวประจำรุ่ง เรา ไม่รู้จักท่านว่า เป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือเป็นหญิงมนุษย์?
นมฺหิ เทวี น คนฺธพฺพี น มหาราช มานุสี นาคกญฺญาสฺมิ ภทฺทนฺเต อตฺเถนมฺหิ อิธาคตา ฯ
ข้าแต่พระมหาราชา หม่อมฉันหาใช่เทวดา คนธรรพ์ หรือหญิงมนุษย์ไม่ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเป็นนางนาคกัญญา อาศัยเหตุอย่างหนึ่ง จึงได้มาในพระนครนี้.
วิพฺภนฺตจิตฺตา กุปิตินฺทฺริยาสิ เนตฺเตหิ เต วาริคณา สวนฺติ กินฺเต นฏฺฐํ กึ ปน ปตฺถยานา อิธาคตา นาริ ตทิงฺฆ พฺรูหิ ฯ
ดูกรนางนาคกัญญา ท่านมีอาการเหมือนคนมีจิตฟั่นเฟือน มีอินทรีย์อัน เศร้าหมอง หยาดน้ำตาไหลออกจากเบ้าตาทั้งสองของท่าน อะไรของ ท่านหาย หรือว่าท่านปรารถนาอะไรจึงได้มาในเมืองนี้ เชิญท่านบอกเถิด?
ยมุคฺคเตโช อุรโคติ จาหุ นาโคติ นํ อาหุ ชโน ชนินฺท ตมคฺคหี ปุริโส ชีวิกตฺโถ ตํ พนฺธนา มุญฺจ ปตี มเมโส ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน มหาชนเขาร้องเรียกสัตว์ใดว่า อุรค- ชาติผู้มีเดชสูง มหาชนเขาร้องเรียกสัตว์นั้นว่า นาค บุรุษคนนี้จับนาค นั้นมาต้องการเลี้ยงชีพ นาคนั่นแหละเป็นสามีของหม่อมฉัน ขอพระ- องค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดปล่อยนาคนั้นเสียจากที่คุมขังเถิด เพคะ.
กถนฺวยํ พลวิริยูปปนฺโน หตฺถตฺถมาคจฺฉิ วนิพฺพกสฺส อกฺขาหิ เม นาคกญฺเญ ตมตฺถํ กตํ วิชาเนมุ คหีตนาคํ ฯ
ดูกรนางนาคกัญญา นาคราชนี้ประกอบไปด้วยกำลังอันแรงกล้า ไฉนจึง มาถึงเงื้อมมือของชายวณิพกได้เล่า เราจะใคร่รู้ถึงการที่นาคราชถูกกระทำ จนถูกจับมาได้ ขอท่านจงบอกความข้อนั้นแก่เราเถิด?
นครํปิ นาโค ภสฺมํ กเรยฺย ตถาหิ โส พลวิริยูปปนฺโน ธมฺมญฺจ นาโค อปจายมาโน ตสฺมา ปรกฺกมฺม ตโป กโรติ ฯ
แท้จริง นาคราชนั้นประกอบด้วยกำลังอันแรงกล้า พึงทำแม้นครให้เป็น ภัสมธุลีไปได้ แต่เพราะนาคราชนั้น เคารพ นบนอบธรรม ฉะนั้น จึงได้ บากบั่นบำเพ็ญตบะ.
จาตุทฺทสึ ปณฺณรสึ จ ราช จตุปฺปเถ สมฺมติ นาคราชา ตมคฺคหี ปุริโส ชีวิกตฺโถ ตํ พนฺธนา มุญฺจ ปตี มเมโส ฯ
ข้าแต่พระราชา นาคราชอธิษฐานรักษาอุโบสถในดิถีที่ ๑๔ และดิถีที่ ๑๕ นอนอยู่ใกล้ทางสี่แพร่ง บุรุษหมองูจับนาคราชนั้นมาต้องการเลี้ยงชีพ นาคราชนี้เป็นสามีของหม่อมฉัน ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรด ปล่อยนาคราชนั้นจากที่คุมขังเถิด เพคะ.
โสฬสิตฺถีสหสฺสานิ อามุตฺตมณิกุณฺฑลา วาริเคหสยา นารี ตาปิ ตํ สรณํ คตา ฯ ธมฺเมน โมเจหิ อสาหเสน คาเมน นิกฺเขน ควํ สเตน โอสฺสฏฺฐกาโย อุรโค จราตุ ปุญฺญตฺถิโก มุญฺจตุ พนฺธนสฺมา ฯ
สนมนารีถึงหมื่นหกพันนาง ล้วนสวมใส่กุณฑลแก้วมณี บันดาลวารี เป็นห้องไสยาสน์ แม้สนมนารีเหล่านั้นก็ยึดถือนาคราชนั้นเป็นที่พึ่ง. ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดปล่อยนาคราชนั้นโดยธรรม ปราศจาก กรรมอันสาหัสเถิด ด้วยบ้านส่วยร้อยบ้าน ทองร้อยแท่ง และโคร้อย ตัว ขอนาคราชผู้ต้องการบุญ จงเหยียดกายตรงเที่ยวไป จงพ้นจากที่ คุมขังเถิด เพคะ.
ธมฺเมน โมเจมิ อสาหเสน คาเมน นิกฺเขน ควํ สเตน โอสฺสฏฺฐกาโย อุรโค จราตุ ปุญฺญตฺถิโก มุญฺจตุ พนฺธนสฺมา ฯ ทมฺมิ นิกฺขสตํ ลุทฺท ถูลญฺจ มณิกุณฺฑลํ จตุรสฺสญฺจ ปลฺลงฺกํ อุมฺมารปุปฺผสนฺนิภํ ฯ เทฺว จ สาทิสิโย ภริยา อุสภญฺจ ควํ สตํ โอสฺสฏฺฐกาโย อุรโค จราตุ ปุญฺญตฺถิโก มุญฺจตุ พนฺธนสฺมา ฯ
เราจะปล่อยนาคราชนี้ไปโดยธรรม ปราศจากกรรมอันสาหัส ด้วยบ้านส่วย ร้อยบ้าน ทองคำร้อยแท่ง โคร้อยตัว นาคราชผู้ต้องการบุญ จงเหยียด กายตรงเที่ยวไป จงพ้นจากที่คุมขัง. ดูกรนายพราน ฉันจะให้ทอง ๑๐๐ แท่ง กุณฑลแก้วมณีราคามาก บัลลังก์ สี่เหลี่ยมสีดังดอกผักตบ ภรรยารูปงาม ๒ คน และโคอุสุภะ ๑๐๐ ตัว แก่ท่าน ขอนาคราชตัวต้องการบุญ จงเหยียดกายตรงเที่ยวไป จงพ้นจาก ที่คุมขังเถิด.
วินาปิ ทานา ตว วจนํ ชนินฺท มุญฺเจมุ นํ อุรคํ พนฺธนสฺมา โอสฺสฏฺฐกาโย อุรโค จราตุ ปุญฺญตฺถิโก มุญฺจตุ พนฺธนสฺมา ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน แม้จะมิทรงพระราชทานสิ่งไรเลย เพียงแต่รับสั่งให้ปล่อยเท่านั้น ข้าพระพุทธเจ้าก็จะปล่อยนาคราชนั้น จากที่คุมขังทันที ขอนาคราชตัวต้องการบุญ จงเหยียดกายตรงเที่ยวไป จงพ้นจากที่คุมขังเถิด.
มุตฺโต จมฺเปยฺยโก นาโค ราชานํ เอตทพฺรวิ นโม เต กาสิราชตฺถุ นโม เต กาสิวฑฺฒน อญฺชลึ เต ปคฺคณฺหามิ ปสฺเสยฺยํ เม นิเวสนํ ฯ
จัมเปยยนาคราชหลุดพ้นได้แล้ว จึงกราบทูลพระราชาว่า ข้าแต่พระเจ้า กาสิกราช ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายบังคมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรง ผดุงกาสิกรัฐให้รุ่งเรือง ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายบังคมพระองค์ ข้าพระ- พุทธเจ้าประนมอัญชลีแด่พระองค์ ขอเชิญเสด็จทอดพระเนตรนิเวศน์ ของข้าพระพุทธเจ้าเถิด พระเจ้าข้า.
อทฺธา หิ ทุพฺพิสฺสสเมตมาหุ ยํ มานุโส วิสฺสเส อมานุสมฺหิ สเจ จ มํ ยาจสิ เอตมตฺถํ ทกฺเขมุ เต นาค นิเวสนานิ ฯ
ดูกรนาคราช แท้จริง คนทั้งหลายเขากล่าวถึงเหตุที่มนุษย์จะพึงคุ้นเคย กับอมนุษย์ว่า พึงคุ้นเคยกันได้ยาก ก็ถ้าท่านขอร้องเราถึงเรื่องนั้น เรา ก็อยากจะไปดูนิเวศน์ของท่าน.
สเจปิ วาโต คิริมาวเหยฺย จนฺโท จ สุริโย จ ฉมา ปเตยฺยุํ สพฺพา จ นชฺโช ปฏิโสตํ วเชยฺยุํ น เตฺววหํ ราช มุสา ภเณยฺยํ ฯ นภํ ผเลยฺย อุทธิ วิสุสฺเส สํวตฺเตยฺย ภูตธรา วสุนฺธรา สิลุจฺจโย เมรุ สมูลมุพฺพเห น เตฺววหํ ราช มุสา ภเณยฺยํ ฯ
ข้าแต่พระราชา ถึงแม้ว่า ลมจะพึงพัดภูเขาไปก็ดี พระจันทร์ และพระ อาทิตย์จะพึงเผาผลาญแผ่นดินก็ดี แม่น้ำทุกสายพึงไหลทวนกระแสก็ดี ถึงกระนั้น ข้าพระพุทธเจ้าก็จะไม่กล่าวคำเท็จเลย. ข้าแต่พระราชา ท้องฟ้า จะทำลายไป ทะเลจะเหือดแห้งไป มหาปฐพีมีนามว่าภูตธราและพสุนธรา จะพึงม้วนได้ เมรุบรรพตอันหนาแน่นด้วยศิลาจะพึงถอนไปทั้งราก ถึง กระนั้น ข้าพระพุทธเจ้าจะไม่กล่าวคำเท็จเลย.
อทฺธา หิ ทุพฺพิสฺสสเมตมาหุ ยํ มานุโส วิสฺสเส อมานุสมฺหิ สเจ จ มํ ยาจสิ เอตมตฺถํ ทกฺเขมุ เต นาค นิเวสนานิ ฯ
ดูกรนาคราช แท้จริง คนทั้งหลายเขากล่าวถึงเหตุที่มนุษย์จะพึงคุ้นเคย กับอมนุษย์ว่า พึงคุ้นเคยกันได้ยาก ก็ถ้าท่านขอร้องเราถึงเรื่องนั้น เรา ก็อยากจะไปดูนิเวศน์ของท่าน.
ตุเมฺห โขตฺถ โฆรวิสา อุฬารา มหาเตชา ขิปฺปโกปี จ โหถ มม การณา พนฺธนสฺมา ปมุตฺโต อรหสิ โน ชานิตเว กตานิ ฯ
ท่านเป็นผู้มีพิษร้ายแรงยิ่ง มีเดชมาก ทั้งโกรธง่าย ท่านหลุดพ้นจากที่ คุมขังไปได้ก็เพราะเหตุแห่งเรา ท่านควรจะรู้คุณที่เราทำให้แก่ท่าน.
โส ปจฺจตํ นิรเย โฆรรูเป มา กายิกํ สาตมลตฺถ กิญฺจิ เปฬาย พนฺโธ มรณํ อุเปตุ โย ตาทิสํ กมฺมกตํ น ชาเน ฯ
ข้าพระพุทธเจ้าถูกคุมขังอยู่ในตะกร้า เกือบจะถึงความตาย จักไม่รู้จัก อุปการคุณที่พระองค์ทรงกระทำแล้วเช่นนั้น ก็ขอให้ข้าพระพุทธเจ้าจง หมกไหม้อยู่ในนรกอันแสนร้ายกาจ อย่าได้รับความสำราญกายสักหน่อย หนึ่งเลย.
สจฺจปฺปฏิญฺญา ตวเมส โหตุ อกฺโกธโน โหหิ อนูปนาหี สพฺพญฺจ เต นาคกุลํ สุปณฺณา อคฺคึว คิมฺหาสุ วิวชฺชยนฺตุ ฯ
คำปฏิญาณของท่านนั้น จงเป็นคำสัตย์จริง ท่านอย่าได้มีความโกรธ อย่า ผูกโกรธไว้ อนึ่ง ขอสุบรรณทั้งหลายจงละเว้นนาคสกุลของท่านทั้งมวล เหมือนไฟในฤดูร้อน ฉะนั้น.
อนุกมฺปสิ นาคกุลํ ชนินฺท มาตา ยถา สุปฺปิยเมกปุตฺตํ อหญฺจ เต นาคกุเลน สทฺธึ กาหามิ เวยฺยาวฏิกํ อุฬารํ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน พระองค์ทรงเอ็นดูนาคสกุล เหมือน มารดาผู้เอ็นดูบุตรคนเดียวผู้เป็นสุดที่รัก ฉะนั้น. ข้าพระพุทธเจ้ากับ นาคสกุล จะขอกระทำเวยยาวฏิกกรรมอย่างยอดยิ่งแด่พระองค์.
โยเชนฺตุ เว ราชรเถ สุจิตฺเต กมฺโพชเก อสฺสตเร สุทนฺเต นาเค จ โยเชนฺตุ สุวณฺณกปฺปเน ทกฺเขมุ นาคสฺส นิเวสนานิ ฯ
เจ้าพนักงานรถ จงตระเตรียมราชรถอันงามวิจิตร จงเทียมอัสดรอันเกิด ในกัมโพชกรัฐซึ่งฝึกหัดอย่างดีแล้ว และเจ้าพนักงานช้างจงผูกช้างตัว ประเสริฐทั้งหลาย ให้งามไปด้วยสุวรรณหัตถาภรณ์ เราจะไปดูนิเวศน์ ของนาคราช.
เภรี มุทิงฺคา ปณวา จ สงฺขา อาวชฺชยึสุ อุคฺคเสนรญฺโญ ปายาสิ ราชา พหุ โสภมาโน ปุรกฺขโต นาริคณสฺส มชฺเฌ ฯ
พนักงานเภรี ตะโพน บัณเฑาะว์ และแตรสังข์ของพระเจ้าอุคคเสนราช มาพร้อมหน้ากัน พระราชาทรงแวดล้อมด้วยสนมนารี เสด็จไปในท่าม กลางหมู่สนมนารีงามสง่ายิ่งนัก.
สุวณฺณจิตฺตกํ ภูมึ อทฺทกฺขิ กาสิวฑฺฒโน โสวณฺณมเย จ ปาสาเท เวฬุริยผลกตฺถเต ฯ ส ราชา ปาวิสิ พฺยมฺหํ จมฺเปยฺยสฺส นิเวสนํ อาทิจฺจวณฺณสนฺนิภํ กํสวิชฺชุปภสฺสรํ ฯ นานารุกฺเขหิ สญฺฉนฺนํ นานาคนฺธสมีริตํ โส ปาเวกฺขิ กาสิราชา จมฺเปยฺยสฺส นิเวสนํ ฯ ปวิฏฺฐสฺมึ กาสิรญฺเญ จมฺเปยฺยสฺส นิเวสเน ทิพฺพา ตุริยา ปวชฺชึสุ นาคกญฺญา จ นจฺจิสุํ ฯ ตํ นาคกญฺญา จริตํ คเณน อนฺวารุหิ กาสิราชา ปสนฺโน นิสีทิ โสวณฺณมยมฺหิ ปีเฐ สาปสฺสเย จนฺทนสารลิตฺเต ฯ
พระเจ้ากาสีวัฒนราช ได้ทอดพระเนตรเห็นภูมิภาคอันงามวิจิตรลาดแล้ว ด้วยทรายทองทั้งสุวรรณปราสาทก็ปูลาดไปด้วยแผ่นกระดานแก้วไพฑูรย์. พระองค์เสด็จเข้าไปสู่นิเวศน์ของจัมเปยยนาคราชอันประดับประดาแล้ว งามโอภาสดุจแสงพระอาทิตย์ มีรัศมีดังสายฟ้าในกลุ่มเมฆ พระเจ้า กาสิกราชทรงทอดพระเนตรจนทั่วนิเวศน์ของจัมเปยยนาคราช อันดาดาษ ไปด้วยรุกขชาตินานาชนิด หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นทิพย์ต่างๆ เมื่อพระเจ้า กาสิกราชเสด็จเข้าไปในนิเวศน์ของจัมเปยยนาคราช ทิพยดนตรีก็บรรเลง และเหล่านางนาคกัญญาต่างก็ฟ้อนรำขับร้องถวาย. พระเจ้ากาสิกราช เสด็จขึ้นนิเวศน์ ซึ่งมีหมู่นางนาคกัญญาตามเสด็จ ทรงพอพระทัยประทับ นั่งบนพระแท่นทองอันมีพนัก ไล้ทาด้วยแก่นจันทน์ทิพย์.
โส ตตฺถ ภุตฺวา จ อโถ รมิตฺวา จมฺเปยฺยกํ กาสิราชา อโวจ วิมานเสฏฺฐานิ อิมานิ ตุยฺหํ อาทิจฺจวณฺณานิ ปภสฺสรานิ เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ ตา กมฺพุกายูรธรา สุวตฺถา วฏฺฏงฺคุลี ตมฺพตลูปปนฺนา ปคฺคยฺห ปาเยนฺติ อโนมวณฺณา เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ นชฺโช จ เตมา ปุถุโลมมจฺฉา อาทาสกุนฺตาภิรุทา สุติตฺถา เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ โกญฺจา มยูรา ทิวิยา จ หํสา วคฺคุสฺสรา โกกิลา สมฺปตนฺติ เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ อมฺพา จ สาลา ติลกา จ ชมฺพุโย อุทฺทาลกา ปาฏลิโย จ ผุลฺลา เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ อิมา จ เต โปกฺขรญฺญา สมนฺตโต ทิพฺยา จ คนฺธา สตตํ สมฺปวายนฺติ เนตาทิสํ อตฺถิ มนุสฺสโลเก กิมตฺถิยํ นาค ตโป กโรสิ ฯ
พระเจ้ากาสิกราชนั้น ครั้นเสวยสมบัติและทรงรื่นรมย์อยู่ในนาคพิภพ นั้นแล้ว ได้ตรัสถามจัมเปยยนาคราชว่า วิมานอันประเสริฐของท่าน เหล่านี้ มีรัศมีดังพระอาทิตย์งามผุดผ่อง วิมานเช่นนี้ไม่มีในมนุษยโลก ดูกรพญานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร? นาง นาคกัญญาเหล่านั้นล้วนสวมใส่กำไลทอง นุ่งห่มเรียบร้อย มีนิ้วมือกลม กลึง ฝ่ามือฝ่าเท้าแดงงาม ผิวพรรณไม่ทราม พากันยกทิพยปานะถวาย ให้พระองค์ทรงเสวย เหล่านารีเช่นนี้จะได้มีอยู่ในมนุษยโลกก็หาไม่ ดูกรพญานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร? อนึ่ง มหา นทีอันชุ่มชื่น ดาษดื่นไปด้วยปลาที่มีเกล็ดนานาชนิด มีนกเงือกร่ำร้อง อยู่อึงมี่ มีท่าราบเรียบ แม่น้ำเช่นนี้จะได้มีอยู่ในมนุษยโลกก็หาไม่ ดูกร พระยานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร? ฝูงนก กระเรียน ฝูงนกยูง ฝูงหงส์ และฝูงนกดุเหว่าทิพย์ ร่ำร้องเสียงไพเราะ จับใจ ต่างก็โผผินบินจับอยู่บนต้นไม้ ทิพยสกุณาเช่นนี้จะได้มีใน มนุษยโลกก็หาไม่ ดูกรพญานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อ ประโยชน์อะไร? ต้นมะม่วง ต้นสาละ หมากเม่าควาย ต้นหว้า ต้นราชพฤกษ์ และแคฝอย ผลิดอกออกผลเป็นพวงๆ ทิพยรุกขชาติ เช่นนี้จะได้มีอยู่ในมนุษยโลกก็หาไม่ ดูกรพระยานาคราช ท่านบำเพ็ญ ตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร? อนึ่ง ทิพยสุคนธ์รอบๆ สระโบกขรณี เหล่านี้ หอมฟุ้งอยู่เป็นนิตย์ ทิพยสุคนธ์เช่นนี้จะได้มีอยู่ในมนุษยโลก ก็หาไม่ ดูกรพญานาคราช ท่านบำเพ็ญตบะธรรมเพื่อประโยชน์อะไร?
น ปุตฺตเหตุ น ธนสฺส เหตุ น อายุโน จาปิ ชนินฺท เหตุ มนุสฺสโยนึ อภิปตฺถยาโน ตสฺมา ปรกฺกมฺม ตโป กโรมิ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน ข้าพระพุทธเจ้าบำเพ็ญตบะธรรม เพราะเหตุแห่งบุตรทรัพย์ หรือแม้เพราะเหตุแห่งอายุก็หาไม่ แต่เพราะ ข้าพระพุทธเจ้าปรารถนากำเนิดมนุษย์ ฉะนั้น จึงได้บากบั่นบำเพ็ญตบะ ธรรม.
ตฺวํ โลหิตกฺโข วิหตนฺตรํโส อลงฺกโต กปฺปิตเกสมสฺสุ สุโรสิโต โลหิตจนฺทเนน คนฺธพฺพราชาว ทิสา ปภาสสิ ฯ เทวิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว สพฺเพหิ กาเมหิ สมงฺคิภูโต ปุจฺฉามิ ตํ นาคราเชตมตฺถํ เสยฺโย อิโต เกน มนุสฺสโลโก ฯ
ท่านมีดวงเนตรแดง มีรัศมีส่องแสงสว่าง ประดับตกแต่งแล้ว ปลงเกสา และมัสสุแล้ว ประพรมด้วยจุรณจันทน์แดง ฉายแสงไปทั่วทิศ ดัง คนธรรพราช ฉะนั้น. ท่านเป็นผู้ประกอบด้วยเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เพรียบพร้อมไปด้วยสรรพกามารมณ์ ดูกรพระยานาคราช เราขอถาม เนื้อความนี้กะท่าน มนุษยโลกประเสริฐกว่านาคพิภพนี้ ด้วยเหตุไร?
ชนินฺท นาญฺญตฺร มนุสฺสโลกา สุทฺธี ว สํวิชฺชติ สํยโม วา อหญฺจ ลทฺธาน มนุสฺสโยนึ กามามิ ชาติมรณสฺส อนฺตํ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน เว้นมนุษยโลกเสียแล้ว ความบริสุทธิ์ หรือความสำรวมย่อมไม่มีเลย ข้าพระพุทธเจ้าบำเพ็ญตบะธรรมด้วยตั้งใจ ว่า เราได้กำเนิดมนุษย์แล้วจักทำที่สุดแห่งชาติและมรณะได้.
อทฺธา หเว เสวิตพฺพา สปญฺญา พหุสฺสุตา เย พหุฐานจินฺติโน นาริโย จ ทิสฺวาน ตุวญฺจ นาค กาหามิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานิ ฯ
ชนเหล่าใด มีปัญญา เป็นพหูสูต ตรึกตรองเหตุการณ์ถี่ถ้วนมาก ชน เหล่านั้น ควรคบหาแท้ทีเดียว ดูกรพระยานาคราช เราได้เห็นนางนาค กัญญาทั้งหลายของท่าน และตัวท่านแล้ว จักทำบุญให้มาก.
อทฺธา หเว เสวิตพฺพา สปญฺญา พหุสฺสุตา เย พหุฐานจินฺติโน นาริโย จ ทิสฺวาน มมญฺจ ราช กโรหิ ปุญฺญานิ อนปฺปกานิ ฯ
ชนเหล่าใด มีปัญญา เป็นพหูสูต ตรึกตรองเหตุการณ์ถี่ถ้วนมาก ชน เหล่านั้นควรคบหาแท้ทีเดียว ข้าแต่พระมหาราชา พระองค์ได้ทอดพระ- เนตรเห็นนางนาคกัญญา และตัวข้าพระพุทธเจ้าแล้ว ขอจงทรงบำเพ็ญ บุญให้มากเถิด.
อิทญฺจ เม ชาตรูปํ ปหูตํ ราสิ สุวณฺณสฺส จ ตาลมตฺตา อิโต หริตฺวา โสวณฺณฆรานิ การย รูปิยสฺส จ ปาการํ กโรนฺตุ ฯ มุตฺตานญฺจ วาหสหสฺสานิ ปญฺจ เวฬุริยมิสฺสานิ อิโต หริตฺวา อนฺเตปุเร ภูมิยํ สนฺถรนฺตุ นิกฺกทฺทมา เหหิติ นีรชา จ ฯ เอตาทิสํ อาวส ราชเสฏฺฐ วิมานเสฏฺฐํ พหุ โสภมานํ พาราณสึ นครํ อิทฺธํ ผีตํ รชฺชญฺจ กาเรหิ อโนมปญฺญาติ ฯ จมฺเปยฺยชาตกํ ทสมํ ฯ ---------
กองเงิน และกองทองของข้าพระพุทธเจ้านี้มากมาย สูงประมาณเท่า ต้นตาล พระองค์จงรับสั่งให้พวกราชบุรุษขนไปจากนาคพิภพนี้ แล้วจง รับสั่งให้สร้างพระราชวังด้วยทองคำ ให้สร้างกำแพงด้วยเงินเถิด. นี้ กองแก้วมุกดาอันเจือปนด้วยแก้วไพฑูรย์ห้าพันเล่มเกวียน พระองค์ จงรับสั่งให้ราชบุรุษขนไปจากนาคพิภพนี้ แล้วให้ลาดลง ณ ภูมิภาค ภายในพระราชฐาน ภูมิภาคภายในพระราชฐานก็จักปราศจากเปือกตม และละอองธุลี. ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้ทรงพระปรีชาอันล้ำเลิศ ขอพระองค์โปรดเสวยราชสมบัติ ครอบครองพระนครพาราณสีอันมั่งคั่ง สมบูรณ์ สง่างามล้ำเลิศ ดุจทิพยวิมานเห็นปานฉะนี้เถิด พระเจ้าข้า. จบ จัมเปยยชาดกที่ ๑๐.