๘. ภัลลาติยชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๘. ภัลลาติยชาดก (๕๐๔) ๘. ภัลลาติยชาดก (๕๐๔) ว่าด้วยพระราชาพระนามว่าภัลลาติยะ (พระศาสดาทรงนำอดีตนิทานมาตรัสว่า)
ได้มีพระราชาทรงพระนามว่าภัลลาติยะ ท้าวเธอทรงละรัฐสีมา ได้เสด็จประพาสป่า ล่าเนื้อ เสด็จถึงภูเขาคันธมาทน์วรคีรีซึ่งมีบุปผชาตินานาพันธุ์บานสะพรั่ง เป็นแดนที่พวกกินนรสัญจรไปมา
ท้าวเธอทรงประสงค์จะตรัสถาม จึงทรงห้ามฝูงสุนัข ทรงเก็บลูกธนูและแล่ง เสด็จเข้าไปใกล้สถานที่ที่กินนร ๒ ผัวเมียอยู่
ล่วงฤดูเหมันต์ไปแล้ว ที่ริมฝั่งแม่น้ำเหมวดีแห่งนี้ ไยเจ้าทั้ง ๒ ยังปรึกษากันเนืองๆ อยู่เล่า เราขอถามเจ้าทั้ง ๒ ผู้มีร่างกายคล้ายมนุษย์ ในมนุษยโลกเขารู้จักเจ้าทั้ง ๒ ว่าอย่างไร (ฝ่ายกินนรีได้ฟังพระดำรัสจึงสนทนากับพระราชาว่า)
พวกเราเป็นมฤคมีร่างกายคล้ายมนุษย์ ท่องเที่ยวไปตามแม่น้ำทั้งหลาย คือ มัลลคีรีนที ปัณฑรกนที ตรีกูฏนที ซึ่งมีน้ำเย็น พ่อพราน ชาวโลกเขารู้จักพวกเราว่า กินนร (ลำดับนั้น พระราชาได้ตรัสว่า)
เจ้าทั้ง ๒ เหมือนคนมีความทุกข์อย่างแสนสาหัส พากันคร่ำครวญอยู่ สวมกอดกันเหมือนคนรักกับคนรัก เราขอถามเจ้าทั้ง ๒ ผู้มีร่างกายคล้ายมนุษย์ เหตุไร เจ้าทั้ง ๒ จึงพากันร้องไห้ไม่สร่างซาอยู่ในป่านี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๐๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๘. ภัลลาติยชาดก (๕๐๔)
เจ้าทั้ง ๒ เหมือนคนมีความทุกข์อย่างแสนสาหัส พากันคร่ำครวญอยู่ สวมกอดกันเหมือนคนรักกับคนรัก เราขอถามเจ้าทั้ง ๒ ผู้มีร่างกายคล้ายมนุษย์ เหตุไร เจ้าทั้ง ๒ จึงพากันเพ้อรำพันไม่สร่างซาอยู่ในป่านี้
เจ้าทั้ง ๒ เหมือนคนมีความทุกข์อย่างแสนสาหัส พากันคร่ำครวญอยู่ สวมกอดกันเหมือนคนรักกับคนรัก เราขอถามเจ้าทั้ง ๒ ผู้มีร่างกายคล้ายมนุษย์ เหตุไร เจ้าทั้ง ๒ จึงพากันเศร้าโศกไม่สร่างซาอยู่ในป่านี้ (กินนรีกราบทูลว่า)
พ่อพราน เราทั้ง ๒ พลัดพรากกันอยู่หนึ่งราตรี ไม่อยากจะพลัดพรากจากกัน เมื่อระลึกถึงกันและกัน จึงพากันเดือดร้อนเศร้าโศกอยู่ตลอดราตรีหนึ่งนั้น ราตรีนั้นจักไม่มีอีก (พระราชาตรัสถามว่า)
เจ้าทั้ง ๒ คิดถึงทรัพย์ที่พินาศไปแล้วหรือ หรือคิดถึงบิดามารดาที่ล่วงลับไปแล้ว จึงพากันเดือดร้อนตลอดทั้งราตรีหนึ่งนั้น เราขอถามเจ้าทั้ง ๒ ผู้มีร่างกายคล้ายมนุษย์ เพราะเหตุไร เจ้าจึงแยกกันอยู่ (กินนรีกราบทูลว่า)
แม่น้ำสายนี้ใดมีกระแสน้ำเชี่ยวกราก ปกคลุมด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ไหลผ่านภูผาหิน ท่านเห็นอยู่ แม่น้ำสายนั้น สามีที่รักของดิฉันสำคัญดิฉันว่า จะติดตามไปจึงได้ข้ามไปในฤดูฝน
ส่วนดิฉันมัวเลือกเก็บดอกปรู ดอกลำดวน ดอกมะลิซ้อน และดอกคัดเค้า ด้วยหวังว่า สามีที่รักของดิฉันจักได้ประดับดอกไม้ และดิฉันจักประดับดอกไม้ นอนแนบข้างสามีนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๐๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๘. ภัลลาติยชาดก (๕๐๔)
อนึ่ง ดิฉันมัวเลือกเก็บดอกบานไม่รู้โรย ดอกราชพฤกษ์ ดอกแคฝอย และดอกย่านทราย ด้วยหวังว่า สามีที่รักของดิฉันจักได้ประดับดอกไม้ และดิฉันจักประดับดอกไม้นอนแนบข้างสามีนั้น
อนึ่ง ดิฉันมัวเลือกเก็บดอกสาละที่กำลังเบ่งบาน แล้วร้อยเป็นพวงมาลัย ด้วยหวังว่า สามีที่รักของดิฉันจักสวมพวงมาลัย และดิฉันจักสวมพวงมาลัยนอนแนบข้างสามีนั้น
อนึ่ง ดิฉันมัวเลือกเก็บดอกสาละที่กำลังเบ่งบาน แล้วร้อยเป็นเครื่องรองรับ ด้วยหวังว่า ดอกไม้ที่ร้อยแล้วนี่แหละ จักเป็นเครื่องปูลาดสำหรับเราทั้ง ๒ ณ สถานที่ที่เราทั้ง ๒ จักอยู่ร่วมกันตลอดคืนในวันนี้
อนึ่ง ดิฉันมัวเลินเล่อบดไม้กฤษณาและไม้จันทน์ที่ศิลา ด้วยหวังว่า สามีที่รักของดิฉันจักใช้ชโลมกาย และดิฉันก็จักใช้ชโลมกายนอนแนบข้างสามี
ครั้งนั้น น้ำซึ่งมีกระแสเชี่ยวกรากได้ไหลบ่ามา พัดพาเอาดอกสาละ ดอกสน และดอกกรรณิการ์ไป โดยครู่เดียวนั้นน้ำก็เต็มฝั่ง จึงเป็นการยากยิ่งที่ดิฉันจะข้ามแม่น้ำสายนี้ไปได้
คราวนั้น เราทั้ง ๒ ยืนมองกันและกันอยู่ที่ริมฝั่งทั้ง ๒ บางคราวก็ร้องไห้ บางคราวก็ร่าเริงยินดี ราตรีนั้นได้ผ่านไปอย่างยากเย็นสำหรับเราทั้ง ๒
พ่อพราน พอดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าตรู่ แม่น้ำแห้ง เราทั้ง ๒ จึงข้ามไปได้ สวมกอดกันและกัน ทั้งร้องไห้ ทั้งร่าเริงยินดี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๐๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๘. ภัลลาติยชาดก (๕๐๔)
พ่อพราน ๖๙๗ ปี เมื่อก่อน เราทั้ง ๒ พลัดพรากกันอยู่ในที่นี้ ข้าแต่พระภูมิบาล ชีวิตนี้เพียง ๑๐๐ ปีเท่านั้น ใครหนอจะพึงเว้นจากภรรยาที่น่ารักใคร่ อยู่ในที่นี้ได้เล่า (พระราชาตรัสถามว่า)
ก็อายุของพวกเจ้ามีประมาณเท่าไรหนอ เพื่อนรัก หากพวกเจ้ารู้ก็จงบอก เจ้าทั้ง ๒ อย่าได้หวั่นไหว จงบอกอายุแก่เรา ตามที่ได้ยินได้ฟังมาจากวุฑฒบุคคล หรือจากตำรา (กินนรีกราบทูลว่า)
พ่อพราน ก็อายุของพวกเรามีประมาณ ๑,๐๐๐ ปี โรคอันร้ายแรงก็ไม่มีในระหว่าง ความทุกข์ก็มีน้อย มีแต่ความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป เราทั้ง ๒ ยังรักใคร่กันไม่จืดจางจะต้องพากันละชีวิตไป (พระศาสดาทรงประกาศความข้อนี้ว่า)
ก็พระเจ้าภัลลาติยะทรงสดับถ้อยคำของอมนุษย์ทั้งหลาย ทรงดำริว่า ชีวิตเป็นของน้อยนัก จึงเสด็จกลับ ไม่เสด็จไปล่าเนื้อ ทรงบำเพ็ญทาน เสวยโภคะ (พระศาสดาครั้นตรัสพระคาถานี้แล้ว ทรงโอวาทพระเจ้าโกศลกับพระนางมัลลิกาเทวีว่า)
ก็มหาบพิตรทั้ง ๒ ทรงสดับถ้อยคำของอมนุษย์ทั้งหลาย จงทรงเบิกบานพระทัยเถิด อย่าทรงทะเลาะกันเลย ความผิดเพราะการกระทำของตน อย่าทำให้มหาบพิตรทั้ง ๒ ต้องเดือดร้อน เหมือนความผิดเพราะการกระทำของตน ทำให้กินนรทั้ง ๒ ต้องเดือดร้อนตลอดราตรีหนึ่งเลย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๐๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๙. โสมนัสสชาดก (๕๐๕)
อนึ่ง พระองค์ทั้ง ๒ ทรงสดับถ้อยคำของอมนุษย์ทั้งหลายแล้ว จงทรงเบิกบานพระทัยเถิด อย่าทรงวิวาทกันเลย ความผิดเพราะการกระทำของตน อย่าทำให้มหาบพิตรทั้ง ๒ ต้องเดือดร้อน เหมือนความผิดเพราะการกระทำของตน ทำให้กินนรทั้ง ๒ ต้องเดือดร้อนตลอดราตรีหนึ่งเลย (พระนางมัลลิกาเทวีสดับพระธรรมเทศนาของพระตถาคตแล้ว เสด็จลุกจากอาสนะ ประคองอัญชลี ทรงชมเชยพระทศพลว่า)
หม่อมฉันสดับพระธรรมเทศนามีประการต่างๆ มีใจชื่นชมยินดี พระดำรัสต่างๆ ของพระองค์ประกอบไปด้วยประโยชน์ พระองค์เมื่อทรงเปล่งพระวาจาออกมา ย่อมบรรเทาความกระวนกระวายใจของหม่อมฉันเสียได้ พระมหาสมณะผู้นำความสุขมาให้หม่อมฉัน ขอพระองค์ทรงเจริญพระชนม์ชีพยั่งยืนนานเถิดภัลลาติยชาดกที่ ๘ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘ ภลฺลาติยชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๘. ภัลลาติยชาดก ว่าด้วยอายุของกินนร
ภลฺลาติโย นาม อโหสิ ราชา รฏฺฐํ ปหาย มิควํ อจาริโส อคมา คิริวรํ คนฺธมาทนํ สุปุปฺผิตํ กึปุริสานุจิณฺณํ ฯ สาลูรสงฺฆญฺจ นิเสธยิตฺวา ธนุกลาปญฺจ โส นิกฺขิปิตฺวา อุปาคมิ วจนํ วตฺตุกาโม ยตฺถฏฺฐิตา กึปุริสา อเหสุํ ฯ หิมจฺจเย เหมวตาย ตีเร กิมิธฏฺฐิตา มนฺตยโวฺห อภิณฺหํ ปุจฺฉามิ โว มานุสเทหวณฺเณ กถํ โว ชานนฺติ มนุสฺสโลเก ฯ
ได้มีพระราชาทรงพระนามว่า ภัลลติยะ ทรงละรัฐสีมา เสด็จประพาส ป่าล่ามฤค ท้าวเธอเสด็จไปถึงคันธมาทน์วรคีรี มีพรรณดอกไม้บาน สะพรั่ง ซึ่งกินนรเลือกเก็บอยู่เนืองๆ มีกินนรสองสามีภรรยายืนกัน อยู่ ณ ที่ใด ท้าวเธอประสงค์จะตรัสถาม จึงทรงห้ามหมู่สุนัข และเก็บ แล่งธนูไว้แล้วเสด็จเข้าไปใกล้ ณ ที่นั้น. ตรัสถามว่า ล่วงฤดูหนาว แล้ว เหตุไร เจ้าทั้งสองจึงมายืนกระซิบกระซาบกันอยู่เนืองๆ ที่ริมฝั่ง เหมวดี ณ ที่นี้เล่า เราขอถามเจ้าทั้งสองผู้มีเพศเหมือนกายมนุษย์ ชน ทั้งหลายในมนุษยโลก จะรู้จักเจ้าทั้งสองว่า เป็นอะไร?
มลฺลคิรึ ปณฺฑรกํ ติกูฏํ สีโตทกา อนุวิจราม นชฺโช มิคา มนุสฺสาว นิภาสวณฺณา ชานนฺติ โน กึปุริสาติ ลุทฺท ฯ
ข้าแต่ท่านพราน เราทั้งสองเป็นมฤค มีเพศพรรณปรากฏเหมือนมนุษย์ เที่ยวอยู่ตามแม่น้ำเหล่านี้ คือ มาลาคิรีนที ปัณฑรกนที ติกูฏนที ซึ่งมี น้ำใสเย็นสนิท ชาวโลกรู้จักเราทั้งสองว่า เป็นกินนร.
สุกิจฺฉรูปํ ปริเทวยโวฺห อาลิงฺคิโต จาสิ ปิโย ปิยาย ปุจฺฉามิ โว มานุสเทหวณฺเณ กิมิธ วเน โรทถ อปฺปตีตา ฯ สุกิจฺฉรูปํ ปริเทวยโวฺห อาลิงฺคิโต จาสิ ปิโย ปิยาย ปุจฺฉามิ โว มานุสเทหวณฺเณ กิมิธ วเน วิลปถ อปฺปตีตา ฯ สุกิจฺฉรูปํ ปริเทวยโวฺห อาลิงฺคิโต จาสิ ปิโย ปิยาย ปุจฺฉามิ โว มานุสเทหวณฺเณ กิมิธ วเน โสจถ อปฺปตีตา ฯ
เจ้าทั้งสองเหมือนได้รับความทุกข์ร้อนเสียเหลือเกิน ปริเทวนาอยู่ เจ้าทั้งสองมีความรักกัน ได้สวมกอดกันสมความรักแล้ว เราขอถาม เจ้าทั้งสองผู้มีเพศพรรณดังกายมนุษย์ เหตุไร เจ้าทั้งสองจึงร้องไห้อยู่ใน ป่านี้ ไม่สร่างซาเลย? เจ้าทั้งสองเหมือนได้รับความทุกข์ร้อนเสียเหลือ เกิน ปริเทวนาอยู่ เจ้าทั้งสองมีความรักกัน ได้สวมกอดกันสมความรัก แล้ว เราขอถามเจ้าทั้งสองผู้มีเพศพรรณดังกายมนุษย์ เหตุไร เจ้าทั้งสอง จึงมาบ่นเพ้ออยู่ในป่านี้ ไม่สร่างซาเลย? เจ้าทั้งสองเหมือนได้รับความ ทุกข์ร้อนเสียเหลือเกิน ปริเทวนาอยู่ เจ้าทั้งสองมีความรักกัน ได้สวม กอดกันสมความรักแล้ว เราขอถามเจ้าทั้งสองผู้มีเพศพรรณดังกายมนุษย์ เหตุไร เจ้าทั้งสองจึงเศร้าโศกอยู่ในป่านี้ไม่สร่างซาเลย?
มเยกรตฺตํ วิปฺปวสิมฺห ลุทฺท อกามกา อญฺญมญฺญํ สรนฺตา ตเมกรตฺตํ อนุตปฺปมานา โสจาม สา รตฺติ ปุน น เหสฺสติ ฯ
ข้าแต่ท่านพราน เราทั้งสองไม่อยากจะจากกัน ก็ต้องจากกันแยกกันอยู่ สิ้นราตรีหนึ่ง เมื่อมาระลึกถึงกันและกัน ก็เดือดร้อนเศร้าโศกถึงกัน ตลอดราตรีหนึ่งว่า ราตรีนั้นจักไม่มีอีก.
ยเมกรตฺตํ อนุตปฺปเถตํ ธนํว นฏฺฐํ ปิตรญฺจ เปตํ ปุจฺฉามิ โว มานุสเทหวณฺเณ กถํ วินาวาสมกปฺปยิตฺถ ฯ
เจ้าทั้งสองคิดถึงทรัพย์ที่หายไปหรือ หรือว่าคิดถึงบิดามารดาผู้ล่วงลับไป แล้ว จึงได้เดือดร้อนอยู่สิ้นราตรีหนึ่ง เราขอถามเจ้าทั้งสองผู้มีเพศ- พรรณดังกายมนุษย์ เหตุไร เจ้าทั้งสองจึงต้องจากกันไป?
ยมิมํ นทึ ปสฺสสิ สีฆโสตํ นานาทุมจฺฉาทน เสลกูลํ ตํ เม ปิโย อุตฺตริ วสฺสกาเล มมญฺจ มญฺเญ อนุพนฺธตีติ ฯ อหญฺจ องฺโกลกโมจินามิ อธิมุตฺตกํ สตฺตลิโยธิกญฺจ ปิโย จ เม เหหิติ มาลภารี อหญฺจ นํ มาลินิ อชฺฌุเปสฺสํ ฯ อหญฺจิทํ กุรวกํ โอจินามิ อุทฺทาลกา ปาตลิ สินฺธุวาริตา ปิโย จ เม เหหิติ มาลภารี อหญฺจ นํ มาลินิ อชฺฌุเปสฺสํ ฯ อหญฺจ สาลสฺส สุปุปฺผิตสฺส โอเจยฺย ปุปฺผานิ กโรมิ มาลํ ปิโย จ เม เหหิติ มาลภารี อหญฺจ นํ มาลินิ อชฺฌุเปสฺสํ ฯ อหญฺจ สาลสฺส สุปุปฺผิตสฺส โอเจยฺย ปุปฺผานิ กโรมิ ภารํ อิทญฺจ โน เหหิติ สนฺถรตฺถํ ยตฺถชฺชิมํ วิหริสฺสาม รตฺตึ ฯ อหญฺจ โข อคฺคลุ จนฺทนญฺจ สิลาย ปึสามิ ปมตฺตรูปา ปิโย จ เม เหหิติ โรสิตงฺโค อหญฺจ นํ โรสิตา อชฺฌุเปสฺสํ อถาคมา สลิลํ สีฆโสตํ นุทํ สาเล สลเล กณฺณิกาเร อาปูรเถ เตน มุหุตฺตเกน สายํ นที อาสิ มยา สุทุตฺตรา ฯ อุโภสุ ตีเรสุ มยํ ตทา ฐิตา สมฺปสฺสนฺตา อุภโย อญฺญมญฺญํ สกึปิ โรทาม สกึ หสาม กิจฺเฉน โน อคมา สมฺพรี สา ฯ ปาโต จ โข อุคฺคเต สุริยมฺหิ จตุกฺกํ นทึ อุตฺตริยาน ลุทฺท อาลิงฺคิยา อญฺญมญฺญํ มยํ อุโภ สกึปิ โรทาม สกึ หสาม ฯ ตีหูนกํ สตฺต สตานิ ลุทฺท ยมิธ มยํ วิปฺปวสิมฺห ปุพฺเพ วสฺเสกิมํ ชีวิตํ ภูมิปาล โกนีธ กนฺตาย วินา วเสยฺย ฯ
ท่านเห็นนทีนี้แห่งใด มีกระแสอันเชี่ยวไหลมาในระหว่างหุบหิน ปกคลุม ไปด้วยหมู่ไม้ต่างๆ พรรณ ในฤดูฝน กินนรสามีผู้เป็นที่รักของดิฉัน ได้ ข้ามแม่น้ำนั้นไปด้วยสำคัญว่า ดิฉันคงจะติดตามมาข้างหลัง ส่วนดิฉันมัว เลือกเก็บดอกปรู ดอกลำดวน ดอกมะลิซ้อน และดอกคัดเค้าที่บานๆ ด้วย คิดว่า สามีที่รักของเราจะได้ทัดทรงดอกไม้ ส่วนเราก็จะได้สอดแซมดอกไม้ เข้าไปนอนแนบสามีที่รักนั้น. อนึ่ง ดิฉันมัวเลือกเก็บดอกไม้บานไม่รู้โรย ดอกราชพฤกษ์ ดอกแคฝอย ดอกย่านทราย ด้วยคิดว่า สามีที่รักของ เราจะทัดทรงดอกไม้ ส่วนเราก็จักได้สอดแซมดอกไม้เข้าไปนอนแนบ สามีที่รักนั้น. อนึ่ง ดิฉันมัวเลือกเก็บดอกสาลพฤกษ์ซึ่งกำลังบานดี ร้อยเป็นพวงมาลัย ด้วยคิดว่า สามีที่รักของเราจะได้สวมใส่พวงมาลัย ส่วนเราก็จักได้สวมใส่พวงมาลัยเข้าไปนอนแนบสามีที่รักนั้น. อนึ่ง ดิฉันมัวเลือกเก็บดอกสาลพฤกษ์ซึ่งกำลังบานดีแล้วร้อยกรองทำเป็นพวงๆ ด้วยคิดว่า คืนวันนี้ เราทั้งสองจะอยู่ ณ ที่แห่งใด พวงดอกรังนี้จักเป็น เครื่องปูลาด ณ ที่นั้น. อนึ่ง ดิฉันมัวเลินเล่อบดกฤษณาดำ และจันทน์- แดงด้วยศิลา ด้วยคิดว่า สามีที่รักของเราจักได้ประพรมร่างกาย ส่วน เราประพรมร่างกายแล้วจะเข้าไปนอนแนบสามีที่รักนั้น. ครั้งนั้น น้ำมี กระแสอันเชี่ยว ไหลมาพัดเอาดอกสาลพฤกษ์ ดอกสน ดอกกรรณิการ์ ทั้งหลายไปโดยครู่เดียวนั้น น้ำก็ขึ้นเต็มฝั่ง ถึงเวลาเย็น ดิฉันข้ามแม่น้ำ ไปไม่ได้. คราวนั้น เราทั้งสองยืนกันอยู่คนละฝั่งแม่น้ำ มองเห็นหน้ากัน และกันก็หัวเราะครั้งหนึ่ง มองไม่เห็นหน้ากันก็ร้องไห้เสียครั้งหนึ่ง คืนวันนั้น ได้ผ่านเราทั้งสองไปโดยยาก. ข้าแต่ท่านพราน เมื่อพระอาทิตย์ ขึ้นเวลาเช้า เราทั้งสองท่องข้ามแม่น้ำอันยุบแห้ง มาสวมกอดกันและกัน ร้องไห้อยู่คราวหนึ่ง หัวเราะอยู่คราวหนึ่ง. ข้าแต่ท่านพรานผู้ภูมิบาล เมื่อครั้งก่อน เราทั้งสองได้พรากกันอยู่นานถึง ๖๙๗ ปี ชีวิตของท่านนี้ มีกำหนดเพียง ๑๐๐ ปีเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ ใครหนอจะพึงอยู่ปราศจาก ภรรยาสุดที่รักเสียเล่า?
อายุญฺจ โว กีวตโก นุ สมฺม สเจปิ ชานาถ วเทถ อายุํ อนุสฺสวา วุฑฺฒโต อาคมา วา อกฺขาถ เม ตํ อวิกมฺปมานา ฯ
ดูกรสหาย อายุของพวกท่านมีประมาณเท่าไร ถ้าท่านทั้งสองรู้ ก็ขอจง บอกอายุของพวกท่านแก่เรา ขอท่านทั้งหลายอย่าได้บิดพริ้ว จงบอก อายุพวกท่านแก่เรา ตามที่ได้ยินได้ฟังมาจากวุฒบุคคล หรือจากตำรับ ตำรา?
อายุญฺจ โน วสฺสสหสฺส ลุทฺท น จนฺตรา ปาปโก อตฺถิ โรโค อปฺปํว ทุกฺขํ สุขเมว ภิยฺโย อวีตราคา วิชหาม ชีวิตํ ฯ
ข้าแต่ท่านพราน อายุของเราทั้งสองประมาณ ๑,๐๐๐ ปี อนึ่ง ในระหว่าง อายุนั้น โรคร้ายย่อมไม่มี มีความทุกข์น้อย มีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป เราทั้งสองยังไม่คลายความรักกันและกัน ก็ต้องละทิ้งชีวิตไป.
อิทญฺจ สุตฺวาน อมานุสานํ ภลฺลาติโย อิตฺตรํ ชีวิตนฺติ นิวตฺตถ น มิควํ อจริ อทาสิ ทานานิ อภุญฺชิ โภเค ฯ
พระเจ้าภัลลาติยะ ได้ทรงสดับถ้อยคำของกินนรทั้งสองนี้แล้ว ทรง พระดำริว่า ชีวิตเป็นของน้อย จึงเสด็จกลับ ไม่เสด็จล่าเนื้อ ได้ทรง บำเพ็ญทาน เสวยราชสมบัติสืบมา.
อิทญฺจ สุตฺวาน อมานุสานํ สมฺโมทถ มา กลหํ อกตฺถ มา โว ตปฺปิ อตฺตกมฺมาปราโธ ยถาปิ เต กึปุริเสกรตฺตํ ฯ อิทญฺจ สุตฺวาน อมานุสานํ สมฺโมทถ มา วิวาทํ อกตฺถ มา โว ตปฺปิ อตฺตกมฺมาปราโธ ยถาปิ เต กึปุริเสกรตฺตํ ฯ
มหาบพิตรทั้งหลาย ได้ทรงสดับเรื่องราวของกินนรทั้งสองนี้แล้ว จง บันเทิงพระทัยเถิด อย่าได้ทรงทำความทะเลาะกันเลย กรรมอันเป็นโทษ ของตน อย่าได้ทำให้มหาบพิตรทั้งสองต้องเดือดร้อน เหมือนกรรมอัน เป็นโทษของตนทำให้กินนรสองสามีภรรยาเดือดร้อนอยู่ราตรีหนึ่ง ฉะนั้น. มหาบพิตรทั้งสองได้สดับเรื่องราวของกินนรทั้งสองนี้แล้ว จงบันเทิง พระทัยเถิด อย่าได้ทรงทำความวิวาทบาดหมางกันเลย กรรมอันเป็นโทษ ของตน อย่าได้ทำให้มหาบพิตรเดือดร้อน เหมือนกรรมอันเป็นโทษของ ตนทำให้กินนรสองสามีภรรยาเดือดร้อนอยู่หนึ่งราตรี ฉะนั้น.
วิวิธ อธิมนา สุโณมหํ วจนปถํ วต อตฺถสญฺหิตํ มุญฺจํ คิรํ นุทเสว เม ทรํ สมณ สุขาวห ชีว เม จิรนฺติ ฯ ภลฺลาติยชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ ---------
หม่อมฉันมีใจเลื่อมใส ตั้งใจฟังธรรมเทศนาของพระองค์ที่พระองค์ทรง แสดงประกอบไปด้วยเหตุต่างๆ ประกอบไปด้วยประโยชน์ พระองค์ ทรงเปล่งพระสุรเสียงอันไพเราะ ดับความกระวนกระวายใจของหม่อม ฉันได้ ข้าแต่พระสมณเจ้า ผู้ทรงนำความสุขมาให้หม่อมฉัน ขอ พระองค์จงมีพระชนม์ชีพยืนนานเถิด. จบ ภัลลาติยชาดกที่ ๘.