อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๘๔

๑๑. มหาปโลภนชาดก

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๘๔–๓๑๔พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 20 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 20 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 31 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๑. มหาปโลภนชาดก (๕๐๗) ว่าด้วยการประเล้าประโลมให้หลง (พระศาสดาทรงนำอดีตนิทานมาตรัสว่า)

ข้อ ๒๘๔

เทพบุตรผู้มีฤทธิ์มาก จุติจากพรหมโลก บังเกิดเป็นพระโอรสของพระราชาผู้ดำรงอยู่ในราชสมบัติ ซึ่งให้สำเร็จความปรารถนาทุกประการ

ข้อ ๒๘๕

กามก็ดี ความสำคัญในกามก็ดี ไม่มีในพรหมโลก พระกุมารนั้นทรงรังเกียจกามทั้งหลาย เพราะสัญญานั้นนั่นเอง

ข้อ ๒๘๖

ก็ภายในเมือง ได้มีเรือนสำหรับบำเพ็ญฌาน ที่พระราชบิดาโปรดให้สร้างไว้อย่างดีเพื่อพระกุมารนั้น พระกุมารทรงหลีกเร้นบำเพ็ญฌานอยู่พระองค์เดียว ในที่ลับในเรือนสำหรับบำเพ็ญฌานนั้น

ข้อ ๒๘๗

พระราชาพระองค์นั้นทรงอัดอั้นตันพระทัย ด้วยความโศกเพราะพระโอรส ได้ทรงบ่นเพ้อรำพันว่า ก็โอรสองค์เดียวของเรานี้ช่างไม่บริโภคกามเสียเลย (พระราชาทรงบ่นเพ้อรำพันว่า)

ข้อ ๒๘๘

ผู้ใดพึงเล้าโลมโอรสของเราโดยที่เขาพึงปรารถนากามได้บ้าง อุบายในข้อนี้นั้นเป็นอย่างไรหนอ หรือใครรู้เหตุที่จะทำให้โอรสของเรานั้นเกี่ยวข้องกามได้บ้าง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๑. มหาปโลภนชาดก (๕๐๗) (พระศาสดาตรัสเล่าเรื่องว่า)

ข้อ ๒๘๙

ภายในเมืองนั้นเอง ได้มีกุมารีแรกรุ่นนางหนึ่ง มีผิวพรรณรูปร่างงดงาม เป็นหญิงฉลาดการฟ้อนรำขับร้อง และได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีในการบรรเลงดนตรี

ข้อ ๒๙๐

นางได้เข้าไปภายในพระราชฐาน ได้กราบทูลพระราชาดังนี้ว่า ถ้าหม่อมฉันจักได้พระกุมารเป็นภัสดา หม่อมฉันก็พึงประเล้าประโลมพระกุมารนั้น

ข้อ ๒๙๑

พระราชาได้ตรัสกับนางผู้กราบทูลอย่างนั้นดังนี้ว่า เธอประเล้าประโลมเขาได้ เธอจักได้เขาเป็นภัสดา (พระศาสดาทรงประกาศความข้อนั้นว่า)

ข้อ ๒๙๒

ก็นางครั้นไปถึงภายในพระราชฐาน ได้บรรเลงดนตรียั่วยวนความใคร่นานับประการ ขับกล่อมคาถาอันไพเราะจับใจ น่ารักใคร่

ข้อ ๒๙๓

ก็เพราะทรงสดับเสียงขับกล่อมแห่งนารีนั้นขับกล่อมอยู่ กามฉันทะได้เกิดขึ้นแก่พระกุมารนั้น พระองค์จึงทรงสอบถามชนผู้อยู่รอบๆ ข้างว่า

ข้อ ๒๙๔

นั่นเสียงใครกัน ใครกันนั่นขับร้องสำเนียงเสียงสูงๆ ต่ำๆ ได้อย่างไพเราะ จับใจ น่ารักใคร่นักหนา เสนาะหูเราเหลือเกิน (ข้าราชบริพารกราบทูลว่า)

ข้อ ๒๙๕

ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ นั่นเป็นเสียงสตรี น่าเพลิดเพลินมิใช่น้อย ถ้าพระองค์พึงบริโภคกาม กามทั้งหลายจะพึงทำพระองค์ให้พอพระทัยยิ่งขึ้น (พระราชกุมารตรัสว่า)

ข้อ ๒๙๖

เชิญนางมาทางนี้ ทำไมขับร้องอยู่ห่างไกลนัก จงขับร้องอยู่ใกล้ๆ ตำหนักของเรา และใกล้ๆ เรา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๑. มหาปโลภนชาดก (๕๐๗) (พระศาสดาตรัสต่อไปว่า)

ข้อ ๒๙๗

นางขับร้องอยู่ภายนอกฝาห้องพระบรรทม แล้วได้เลื่อนเข้าไปในเรือนสำหรับบำเพ็ญฌานโดยลำดับ เพื่อจะผูกมัดพระกุมารเหมือนการจับช้างป่า

ข้อ ๒๙๘

เพราะทรงรู้รสแห่งกาม ความริษยาได้เกิดแก่พระกุมารว่า เราเท่านั้นพึงบริโภคกาม อย่าพึงมีชายอื่นอยู่เลย

ข้อ ๒๙๙

ต่อแต่นั้น ทรงจับพระแสงดาบ เสด็จเข้าไปหาชายทั้งหลาย เพื่อจะทรงฆ่าทิ้งเสีย ด้วยพระดำริว่า เราคนเดียวเท่านั้นจักบริโภคกาม อย่าพึงมีชายอื่นอยู่เลย

ข้อ ๓๐๐

แต่นั้น ชาวชนบททั้งปวงได้มาพร้อมกันคร่ำครวญร้องทุกข์ว่า ขอเดชะมหาราช พระราชโอรสพระองค์นี้ ทรงเบียดเบียนชนผู้ไม่ประทุษร้าย พระเจ้าข้า

ข้อ ๓๐๑

ก็ขัตติยราชาทรงเนรเทศพระราชโอรสพระองค์นั้น จากรัฐสีมาของพระองค์ด้วยพระบรมราชโองการว่า แว่นแคว้นพ่อมีอยู่ประมาณเพียงใด เจ้าไม่ควรอยู่ในเขตมีประมาณเพียงนั้น

ข้อ ๓๐๒

ครั้งนั้น พระราชโอรสนั้นทรงพาพระชายา เสด็จไปถึงฝั่งสมุทรแห่งหนึ่ง ทรงสร้างบรรณศาลาแล้วเสด็จเข้าป่าเพื่อทรงแสวงหาผลาผล

ข้อ ๓๐๓

ครั้งนั้น ฤๅษีตนหนึ่งได้เหาะมาเหนือสมุทรถึงบรรณศาลานั้น ท่านได้เข้าไปยังบรรณศาลาของพระกุมารนั้น ในเวลาที่นางกุมาริกาจัดแจงพระกระยาหาร

ข้อ ๓๐๔

ส่วนพระชายาได้ประเล้าประโลมฤๅษีนั้น ดูเอาเถิด กรรมที่นางทำแสนจะหยาบช้าเพียงไร ที่ฤๅษีตนนั้นเคลื่อนจากพรหมจรรย์และเสื่อมจากฤทธิ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๕. วีสตินิบาต] ๑๑. มหาปโลภนชาดก (๕๐๗)

ข้อ ๓๐๕

ฝ่ายพระราชบุตรแสวงหามูลผลาผลในป่าได้เป็นจำนวนมาก ทรงหาบมาในเวลาใกล้เที่ยงวัน เสด็จเข้าไปยังพระอาศรม

ข้อ ๓๐๖

ก็แลฤๅษีพอเห็นขัตติยกุมาร จึงหลบไปยังฝั่งสมุทร ด้วยดำริว่า เราจักเหาะไป แต่ท่านก็จมลงในห้วงน้ำใหญ่

ข้อ ๓๐๗

ฝ่ายขัตติยกุมารทอดพระเนตรเห็นฤๅษีจมอยู่ในห่วงน้ำใหญ่ เพื่อจะทรงช่วยเหลือท่าน จึงได้ตรัสคาถาเหล่านี้ว่า

ข้อ ๓๐๘

ตัวท่านเองเดินมาได้บนผิวน้ำไม่แตกแยกด้วยฤทธิ์ ครั้นถึงความคลุกคลีกับหญิงแล้ว จึงจมลงในห้วงน้ำใหญ่

ข้อ ๓๐๙

ธรรมดาหญิงทั้งหลายมีความหมุนเวียนเปลี่ยนอยู่เสมอ มีมายามาก ทำพรหมจรรย์ให้กำเริบ ย่อมจมลง(ในนรก) บุคคลรู้ชัดเนื้อความข้อนั้นแล้ว พึงเว้นให้ห่างไกล

ข้อ ๓๑๐

หญิงเหล่านั้นพูดจาอ่อนหวาน ไม่รู้จักพอ ให้เต็มได้ยากเหมือนกับแม่น้ำ ย่อมจมลง(ในนรก) บุคคลรู้ชัดเนื้อความข้อนั้นแล้ว พึงเว้นให้ห่างไกล

ข้อ ๓๑๑

หญิงเหล่านั้นคบหาชายใด ด้วยความพอใจหรือด้วยทรัพย์ก็ตาม ย่อมตามเผาผลาญชายนั้นทันที เหมือนไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ของตนเอง

ข้อ ๓๑๒

ความเบื่อหน่ายได้มีแก่ฤๅษีเพราะฟังพระดำรัสของขัตติยกุมาร ฤๅษีนั้นกลับได้ทางที่ได้บรรลุมาก่อน จึงเหาะกลับไป

ข้อ ๓๑๓

ฝ่ายขัตติยกุมารผู้ทรงพระปรีชา ทอดพระเนตรเห็นฤๅษีกำลังเหาะไป ทรงได้ความสังเวช จึงน้อมพระทัยสู่บรรพชา

ข้อ ๓๑๔

ต่อแต่นั้น พระองค์ทรงบรรพชา สำรอกกามราคะได้แล้ว ทรงเข้าถึงพรหมโลก ดังนี้ มหาปโลภนชาดกที่ ๑๑ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๕๒๓}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๑ มหาปโลภนชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๑. มหาปโลภนชาดก ว่าด้วยหญิงเป็นมลทินของพรหมจรรย์

ข้อ ๒๒๐๘

พฺรหฺมโลกา จวิตฺวาน เทวปุตฺโต มหิทฺธิโก รญฺโญ ปุตฺโต อุทปาทิ สพฺพกามสมิทฺธิสุ ฯ กามา วา กามสญฺญา วา พฺรหฺมโลเก น วิชฺชติ สฺวาสฺสุ ตาเยว สญฺญาย กาเมหิ วิชิคุจฺฉถ ฯ ตสฺส จนฺเตปุเร อาสิ ฌานาคารํ สุมาปิตํ โส ตตฺถ ปฏิสลฺลีโน เอโก รหสิ ฌายถ ฯ ส ราชา ปริเทเวสิ ปุตฺตโสเกน อฏฺฏิโต เอกปุตฺโต จยํ มยฺหํ น จ กามานิ ภุญฺชติ ฯ โก นุ เขฺวตฺถ อุปาโย โส โก วา ชานาติ กิญฺจนํ โย เม ปุตฺตํ ปโลเภยฺย ยถา กามานิ ปตฺถเย ฯ

เทพบุตรผู้มีฤทธิ์มาก จุติจากพรหมโลกแล้วมาเกิดเป็นโอรสของพระราชา ผู้ทรงดำรงอยู่ในพระราชสมบัติอันเพรียบพร้อมด้วยสรรพกามคุณก็ดี ความสำคัญในกามก็ดี มิได้มีในพรหมโลก พระราชกุมารนั้นจึงเกลียด ชังกามทั้งหลาย ด้วยสัญญาอันเกิดในพรหมโลกนั้น. พระราชบิดารับ สั่งให้สร้างฌานาคารไว้ภายในพระราชฐาน สำหรับพระราชกุมารนั้นทรง หลีกเร้นบำเพ็ญฌานในอาคารนั้นพระองค์เดียว. พระราชาทรงอัดอั้นตัน พระทัยด้วยความโศกถึงพระโอรส ทรงปริเทวนาการว่า ลูกคนเดียว ของเรานี้ ไม่บริโภคกามารมณ์เลย. อุบายที่จะทำให้ลูกเราบริโภค กามารมณ์นี้ มีอยู่อย่างไรบ้างหนอ หรือว่าเราจะรู้เหตุที่จะทำให้ลูกเราพัว พันอยู่ในอารมณ์ได้ หรือว่าผู้ใดจะประเล้าประโลมลูกเราให้ปรารถนา กามารมณ์ได้อย่างไรบ้าง?

ข้อ ๒๒๐๙

อหุ กุมารี ตตฺเถว วณฺณรูปสมาหิตา กุสลา นจฺจคีตสฺส วาทิเต จ ปทกฺขิณา สา ตตฺถ อุปสงฺกมฺม ราชานํ เอตทพฺรวิ อหํ โข นํ ปโลเภยฺยํ สเจ ภตฺตา ภวิสฺสติ ฯ

ภายในพระราชฐานนั้นเอง มีกุมารีคนหนึ่งมีฉวีวรรณงดงาม รูปร่าง สะสวย ฉลาดในการฟ้อนรำขับร้อง และชำนาญในการดีดสีตีเป่า เธอเข้าไปในพระราชฐานนั้นแล้วกราบทูลพระราชาว่า เกล้ากระหม่อมฉัน พึงประเล้าประโลมพระราชกุมารนั้นได้ ถ้าพระราชกุมารนั้นจะเป็น พระสวามีของเกล้ากระหม่อมฉัน.

ข้อ ๒๒๑๐

ตํ ตถาวาทินึ ราชา กุมารึ เอตทพฺรวิ ตฺวญฺเญว นํ ปโลเภหิ ตว ภตฺตา ภวิสฺสติ ฯ

พระราชาจึงตรัสกะนางกุมาริกาผู้กล่าวยืนยันเช่นนี้ว่า เธอจงประเล้า ประโลมลูกของเรา ลูกของเราจักเป็นสามีของเจ้า.

ข้อ ๒๒๑๑

สา จ อนฺเตปุรํ คนฺตฺวา พหุํ กามูปสญฺหิตํ หทยงฺคมา เปมนียา จิตฺรา คาถา อภาสถ ฯ

นางกุมารีนั้นได้เข้าไปภายในพระราชฐานแล้ว จึงกล่าวเป็นคาถาหัวเราะ จับจิตใจ ยั่วยวนชวนให้รักใคร่ เปลี่ยนแปลงขับรำอันประกอบด้วย กามารมณ์มากอย่าง.

ข้อ ๒๒๑๒

ตสฺสา จ คายมานาย สทฺทํ สุตฺวาน นาริยา กามจฺฉนฺทสฺส อุปฺปชฺชิ ชนํ โส ปริปุจฺฉถ ฯ กสฺเสโส สทฺโท โก วา โส ภณติ อุจฺจาวจํ พหุํ หทยงฺคมํ เปมนียํ อโห กณฺณสุขํ มม ฯ

กามฉันทะก็บังเกิดแก่พระราชกุมารนั้น เพราะได้ทรงสดับเสียงของ นางกุมารีผู้ขับกล่อมอยู่ พระราชกุมารจึงตรัสถามคนที่อยู่ใกล้เคียงดูว่า โอ นั่นเสียงใคร หรือใครนั่นมาขับร้องเสียงสูงต่ำจับจิตใจยั่วยวนชวน ให้รักใคร่ เพราะหูของเรานัก?

ข้อ ๒๒๑๓

เอสา โข ปมุทา เทว ขิฑฺฑา เอสา อนปฺปิกา สเจ ตฺวํ กาเม ภุญฺเชยฺย ภิยฺโย ภิยฺโย ฉนฺเทยฺยุ ตํ ฯ

ขอเดชะเสียงนี้น่ายินดี ให้สนุกสนานได้มิใช่น้อย ถ้าพระองค์พึง บริโภคกามคุณไซร้ กามทั้งหลายจะพึงพอพระทัยพระองค์เป็นอย่างยิ่ง.

ข้อ ๒๒๑๔

อิงฺฆ อาคจฺฉโตเรน อวิทูรมฺหิ คายตุ อสฺสมสฺส สมีปมฺหิ สนฺติเก มยฺห คายตุ ฯ

เชิญมาภายในนี้ จงมาขับร้องใกล้ๆ เรา เลื่อนเข้ามาขับใกล้ตำหนักของ เรา จงขับกล่อมใกล้ที่บรรทมของเรา.

ข้อ ๒๒๑๕

ติโรกุฑฺฑมฺหิ คายิตฺวา ฌานาคารมฺหิ ปาวิสิ พนฺธิตุํ อนุปุพฺเพน อรญฺญมิว กุญฺชรํ ฯ

นางกุมารีนั้น เข้าไปขับกล่อมภายนอกฝาห้องบรรทม แล้วเลื่อนเข้าไป ณ ตำหนักฌานาคารโดยลำดับ จนผูกพระราชกุมารไว้ได้ เหมือนนาย หัตถาจารย์จับคชสารป่ามัดไว้ ฉะนั้น.

ข้อ ๒๒๑๖

ตสฺสา กามรสํ ญตฺวา อิสฺสาธมฺโม อชายถ อหเมว กาเม ภุญฺเชยฺยํ มา อญฺโญ ปุริโส อหุ ฯ ตโต อสึ คเหตฺวาน ปุริเส หนฺตุํ อุปกฺกมิ อหเมเวโก ภุญฺชิสฺสํ มา อญฺโญ ปุริโส สิยา ฯ

เพราะรู้กามรสแห่งนางกุมารีนั้น อธรรม คือ ความริษยา ได้เกิดขึ้นแก่ พระราชกุมารว่า เราเท่านั้นพึงได้บริโภคกาม อย่าได้มีบุรุษคนอื่นเลย. ต่อแต่นั้นมา พระราชกุมารทรงถือเอาดาบเล่มหนึ่งแล้ว เสด็จไปเพื่อ จะฆ่าบุรุษทั้งหลายเสีย ด้วยทรงคิดว่า เราจักบริโภคกามแต่คนเดียว อย่าพึงมีบุรุษคนอื่นอยู่เลย.

ข้อ ๒๒๑๗

ตโต ชานปทา สพฺเพ วิกฺกนฺทึสุ สมาคตา ปุตฺโต ตฺยายํ มหาราช ชนํ เหเฐตฺยทูสกํ ฯ

ต่อมานั้น ชาวชนบททั้งปวงจึงมาประชุม ถวายเรื่องราวร้องทุกข์ว่า ข้าแต่พระมหาราชา พระราชโอรสของพระองค์นี้ ทรงเบียดเบียนผู้หา โทษมิได้ พระเจ้าข้า.

ข้อ ๒๒๑๘

ตญฺจ ราชา นิวาเหสิ สมฺหา รฏฺฐา จ ขตฺติโย ยาวตา วิชิตา มยฺหํ น เต วตฺถพฺพ ตาวเท ฯ

จอมขัตติยราชทรงเนรเทศพระราชกุมารออกไปจากรัฐสีมาของพระองค์ แล้ว มีพระราชโองการว่า อาณาเขตของเรามีอยู่เพียงใด เจ้าอย่าอยู่ใน อาณาเขตของเราเพียงนั้น.

ข้อ ๒๒๑๙

ตโต โส ภริยมาทาย สมุทฺทํ อุปสงฺกมิ ปณฺณสาลํ กริตฺวาน วนํ อุญฺฉาย ปาวิสิ ฯ

ครั้งนั้น พระราชกุมารทรงพาชายาไปจนบรรลุถึงสมุทรนทีแห่งหนึ่ง ทรง สร้างบรรณศาลาแล้ว จึงเสด็จเข้าไปสู่ป่าเพื่อแสวงหาผลาผล.

ข้อ ๒๒๒๐

อเถตฺถ อิสิ มาคญฺฉิ สมุทฺทมุปรูปริ โส ตสฺส เคหํ ปาเวกฺขิ ภตฺตกาเล อุปฏฺฐิเต ฯ

ครั้งนั้น มีฤาษีตนหนึ่ง มาถึงบรรณศาลานั้น โดยทางเบื้องบนสมุทร เข้าไปยังบรรณศาลาของพระราชกุมาร ในเวลาที่นางกุมารีจัดแจง ภัตตาหารไว้แล้ว.

ข้อ ๒๒๒๑

ตญฺจ ภริยา ปโลเภสิ ปสฺส ยาว สุทารุณํ จุโต โส พฺรหฺมจริยมฺหา อิทฺธิยา ปริหายถ ฯ

ชายาของพระราชกุมาร ประเล้าประโลมฤาษีนั้น ดูเถิดกรรมที่นางกุมารี กระทำนั้นหยาบช้าเพียงไร ฤาษีนั้นได้เคลื่อนจากพรหมจรรย์ เสื่อม จากฤทธิ์.

ข้อ ๒๒๒๒

ราชปุตฺโต จ อุญฺฉาโต วนมูลผลํ พหุํ สายํ กาเชน อาทาย อสฺสมํ อุปสงฺกมิ ฯ

ฝ่ายพระราชโอรสแสวงหามูลและผลาผลในป่าได้จำนวนมากแล้ว จึง หาบหามเข้ามายังอาศรมในเวลาเย็น.

ข้อ ๒๒๒๓

อิสิ จ ขตฺติยํ ทิสฺวา สมุทฺทํ อุปสงฺกมิ เวหายสํ คมิสฺสนฺติ สีทเต โส มหณฺณเว ฯ

ฝ่ายฤาษีพอเห็นขัตติยราชกุมาร จึงรีบเข้าไปยังฝั่งสมุทร ด้วยตั้งใจไว้ว่า เราจักไปทางเวหาสแต่ต้องจมลงในมหรรณพนั่นเอง.

ข้อ ๒๒๒๔

ขตฺติโย จ อิสึ ทิสฺวา สีทมานํ มหณฺณเว ตสฺเสว อนุกมฺปาย อิมา คาถา อภาสถ ฯ

ฝ่ายว่าขัตติยราชกุมาร ได้ทอดพระเนตรเห็นฤาษีจมลงในมหรรณพ จึง ได้ตรัสพระคาถานี้ ด้วยทรงพระอนุเคราะห์ต่อฤาษีนั้นว่า.

ข้อ ๒๒๒๕

อภิชฺชมาเน วาริสฺมึ สยํ อาคมฺม อิทฺธิยา มิสฺสีภาวิตฺถิยา คนฺตฺวา สํสีทติ มหณฺณเว ฯ อาวฏฺฏนี มหามายา พฺรหฺมจริยวิโกปนา สีทนฺติ นํ วิทิตฺวาน อารกา ปริวชฺชเย ฯ อนลา มุทุสมฺภาสา ทุปฺปูรา ตา นทีสมา สีทนฺติ นํ วิทิตฺวาน อารกา ปริวชฺชเย ฯ ยํ เอตา อุปเสวนฺติ ฉนฺทสา วา ธเนน วา ชาตเวโทว สณฺฐานํ ขิปฺปํ อนุทหนฺติ นํ ฯ

ตัวท่านเองมาด้วยฤทธิ์บนน้ำอันไม่แตกแยก ครั้นถึงความระคนด้วยสตรี แล้ว ต้องจมลงในมหรรณพ. ธรรมดาสตรีมีปกติหมุนเวียน มีมายา มาก มักทำพรหมจรรย์ให้กำเริบ ย่อมทำนักพรตให้จมลง ท่านรู้แจ้ง ฉะนี้แล้ว พึงเว้นเสียให้ห่างไกล. สตรีทั้งหลายมีวาจาไพเราะ มีสัมภาส อ่อนหวาน ยากที่จะให้เต็มได้ เสมอด้วยแม่น้ำ ย่อมทำนักพรตให้จม ลง ท่านจะรู้แจ้ง ฉะนี้แล้ว พึงเว้นเสียให้ห่างไกล. สตรีทั้งหลายย่อม เข้าไปซ่องเสพบุรุษใด ด้วยความพอใจหรือด้วยทรัพย์ก็ตาม ย่อมพลัน ตามเผาผลาญบุรุษนั้น เหมือนไฟป่าเผาสถานที่ตนเอง ฉะนั้น.

ข้อ ๒๒๒๖

ขตฺติยสฺส วโจ สุตฺวา อิสิสฺส นิพฺพิโท อหุ ลทฺธา โปราณกํ มคฺคํ คจฺฉเต โส วิหายสํ ฯ

ความเบื่อหน่ายได้เกิดมีแก่ฤาษี เพราะได้ฟังถ้อยคำของขัตติยราชกุมาร ฤาษีนั้นกลับได้ทางเก่า แล้วก็เหาะขึ้นไปยังเวหาส.

ข้อ ๒๒๒๗

ขตฺติโย จ อิสึ ทิสฺวา คจฺฉมานํ วิหายสํ สํเวคํ อลภิ ธีโร ปพฺพชฺชํ สมโรจยิ ฯ ตโต โส ปพฺพชิตฺวาน กามราคํ วิราชยิ กามราคํ วิราเชตฺวา พฺรหฺมโลกูปโค อหูติ ฯ มหาปโลภนชาตกํ เอกาทสมํ ฯ ---------

ฝ่ายขัตติยราชกุมารผู้ทรงพระปรีชา ได้ทอดพระเนตรเห็นฤาษีกำลังเหาะ ไปยังเวหาส จึงได้ความสลดจิต น้อมพระทัยบรรพชา. ต่อแต่นั้น ขัตติยราชกุมารก็ทรงบรรพชาสำรอกกามราคะแล้ว ได้เข้าถึงพรหมโลก. จบ มหาปโลภชาดกที่ ๑๑.

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/