๖. อุทัญจนีชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖ อุทญฺจนีชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๖. อุทัญจนีชาดก ว่าด้วยหญิงโจร
สุขํ วต มํ ชีวนฺตํ ปจมานา อุทญฺจนี โจรี ชายปฺปวาเทน เตลํ โลณญฺจ ยาจตีติ ฯ อุทญฺจนีชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
หญิงโจรผู้นำของไปด้วยหม้อน้ำ เบียดเบียนฉัน ผู้เคยมีชีวิตอยู่เป็นสุข จะขอน้ำมัน หรือเกลือ ก็ด้วยการกล่าวคำอ่อนหวานฐานเป็นภรรยา. จบ อุทัญจนีชาดกที่ ๖.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑. เอกกนิบาต] ๑๑. ปโรสตวรรค ๘. พาหิยชาดก (๑๐๘) ๖. อุทัญจนีชาดก (๑๐๖) ว่าด้วยนางอุทัญจนี (ดาบสผู้เป็นบุตรของพระโพธิสัตว์อดทนต่อการเคี่ยวเข็ญของนางอุทัญจนี ไม่ไหวหนีไปหาบิดาแล้ว จึงกล่าวว่า)
นางโจรชื่ออุทัญจนีเบียดเบียนข้าพเจ้า ผู้อยู่อย่างสบายให้เดือดร้อน เพราะเรียกตนเองว่าเป็นภรรยาจึงร้องขอน้ำมันและเกลืออุทัญจนีชาดกที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภการเล้าโลมของถุลกุมาริกา(หญิงสาวเจ้าเนื้อ) ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า สุขํ วต มํ ชีวนฺตํ ดังนี้.
เนื้อเรื่องจักแจ่มแจ้งใน จูฬนารทกัสสปชาดก เตรสนิบาต นั่นแล
ก็พระศาสดาตรัสถามภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุ ได้ยินว่า เธอกระสันจริงหรือ? เมื่อภิกษุนั้นกราบทูลว่า จริง พระเจ้าข้า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า. ตรัสถามต่อไปว่า จิตของเธอปฏิพัทธ์ในอะไรเล่า? เธอกราบทูลว่า ในหญิงสาวเจ้าเนื้อนางหนึ่ง พระเจ้าข้า.
ลำดับนั้น พระบรมศาสดาจึงตรัสกะภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุ นางนี้เคยทำความฉิบหายให้เธอ แม้ในกาลก่อน เธออาศัยนางนี่ถึงความเสื่อมจากศีล เที่ยวซบเซาไป ต่ออาศัยบัณฑิตจึงได้ความสุข แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-
เมื่อเรื่องในอดีต ตั้งแต่คำว่า ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสีเป็นต้น ก็จักแจ่มแจ้งในจูฬนารทกัสสปชาดกเหมือนกัน.
ก็ในครั้งนั้น พระโพธิสัตว์ถือผลาผลมาในเวลาเย็น เปิดประตูบรรณศาลา เข้าไปได้พูดคำนี้กะดาบสน้อยผู้บุตรว่า พ่อเอ๋ย ในวันอื่นๆ เจ้าหักฟืน ตักน้ำดื่มไว้ ก่อไฟไว้ แต่วันนี้ไม่ทำแม้สักอย่างเดียว เหตุไรเล่า เจ้าจึงมีหน้าเศร้า นั่งซบเซาอยู่.
ดาบสน้อยตอบว่า ข้าแต่พ่อ เมื่อท่านพ่อไปหาผลาผล หญิงคนหนึ่งมาเล้าโลมกระผมชวนให้ไปด้วย แต่กระผมผลัดไว้ว่า ต่อท่านพ่ออนุญาตแล้วจึงจักไป จึงยังไม่ได้ไปกระผมให้นางนั่งรออยู่ที่ตรงโน้นแล้วกลับมา คราวนี้กระผมจักไปละครับ ท่านพ่อ. พระโพธิสัตว์ทราบว่า เราไม่อาจเหนี่ยวรั้งเขาไว้ได้ จึงอนุญาตโดยสั่งว่าถ้าเช่นนั้น จงไปเถิดพ่อ แต่เขาพาเจ้าไปแล้ว เมื่อใด นางอยากกินปลากินเนื้อ หรือมีความต้องการเนย เกลือ และข้าวสารเป็นต้นเมื่อนั้น นางจักเคี่ยวเข็ญเจ้าว่า จงไปหาสิ่งนี้ๆ มาให้ ตอนนั้น เจ้าจงนึกถึงคุณของพ่อ แล้วพึงหนีมาที่นี่เถิด.
ดาบสได้ไปถิ่นมนุษย์กับนาง ครั้งนั้น นางก็ให้เขาตกอยู่ในอำนาจของตน ต้องการสิ่งใดๆ ก็ใช้ให้ไปหาสิ่งนั้นๆ มา เช่นสั่งว่า จงไปหาเนื้อมา จงไปหาปลามา คราวนั้น เขาก็ได้คิดว่า นางนี่เคี่ยวเข็ญให้เราทำอย่างกับเป็นทาสกรรมกรของตน แล้วหนีมาสู่สำนักของบิดา ไหว้บิดาแล้ว ทั้งๆ ที่ยืนอยู่นั่นแหละ กล่าวคาถานี้ ความว่า :-
"หญิงโฉดผู้นำของไปด้วยหม้อน้ำ เบียดเบียนฉันผู้มีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุข จะขอน้ำมันหรือเกลือ ก็ด้วยการกล่าวคำอ่อนหวาน ฐานภรรยา" ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุขํ วต มํ ชีวนฺตํ ความว่า ท่านพ่อขอรับ หญิงนั้นทำผมผู้เคยเป็นอยู่สบายในสำนักของท่านพ่อ ให้เดือดร้อน.
บทว่า ปจมานา ความว่า ถูกมันทำให้เดือดร้อน บังคับเคี่ยวเข็ญ ต้องการจะกินสิ่งใดๆ ก็เคี่ยวเข็ญเอาสิ่งนั้น.
หญิงชื่อว่า อุทัญจนี เพราะนำไปด้วยหม้อ. บทว่า อุทญฺจนี นี้เป็นชื่อของหญิงผู้ตักตวงน้ำจากตุ่ม หรือจากบ่อ ก็หญิงประเภทอุทัญจนีนั้น ต้องการสิ่งใดๆ ก็จะใช้ให้หาสิ่งนั้นๆ มาให้จงได้ ดุจตักตวงเอาน้ำด้วยหม้อ.
บทว่า โจรึ ชายปฺปวาเทน ความว่า หญิงโฉดนางหนึ่งอ้างตนเป็นภรรยา โอ้โลมกระผมด้วยคำอันอ่อนหวาน พาไปในถิ่นมนุษย์ มันต้องการน้ำมัน หรือเกลืออย่างหนึ่งอย่างใด จะเคี่ยวเข็ญขอสิ่งนั้นๆ ทุกอย่างให้นำมาให้ เหมือนเป็นทาสเป็นกรรมกร เหตุนั้น กระผมจึงบอกเล่ากล่าวโทษของมันไว้.
ครั้งนั้น พระโพธิสัตว์ก็ปลอบดาบสน้อยนั้นว่า ช่างมันเถิดพ่อ มาเถิด เจ้าจงเจริญเมตตากรุณาไว้เถิด แล้วบอกพรหมวิหาร ๔ ให้ บอกกสิณบริกรรมให้ ไม่นานนักดาบสน้อยนั้น ก็ยังอภิญญาและสมาบัติให้เกิดได้ เจริญพรหมวิหาร แล้วไปบังเกิดในพรหมโลก พร้อมด้วยบิดา.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจะ ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุนั้นดำรงในโสดาปัตติผล ทรงประชุมชาดกว่า
ถุลกุมาริกาในครั้งนั้น ได้มาเป็นถุลกุมาริกาในบัดนี้
ดาบสน้อยได้มาเป็นภิกษุผู้กระสัน
ส่วนดาบสผู้บิดา ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล. -----------------------------------------------------