๖. สุสีมชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๗. สัตตกนิบาต] ๒. คันธารวรรค ๖. สุสีมชาดก (๔๑๑) ๖. สุสีมชาดก (๔๑๑) ว่าด้วยพระเจ้าสุสีมะออกผนวช (พระโพธิสัตว์โอวาทตนเองว่า)
เมื่อก่อนผมสีดำได้งอกบริเวณศีรษะ วันนี้ผมเหล่านั้นมีสีขาว สุสีมะ เจ้าเห็นแล้วจงประพฤติธรรมเถิด เวลานี้เป็นเวลาสมควรที่จะประพฤติพรหมจรรย์ (พระราชเทวีทูลพระราชาว่า)
ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ ผมหงอกของหม่อมฉันมิใช่ของพระองค์ ผมหงอกงอกบนศีรษะของหม่อมฉัน หม่อมฉันได้ทูลคำเท็จเพราะหวังทำประโยชน์แก่ตนเอง ขอเดชะพระราชาผู้ประเสริฐ ขอพระองค์พระราชทานอภัยแก่หม่อมฉันสักครั้งหนึ่งเถิด
ขอเดชะพระมหาราช พระองค์ยังทรงหนุ่ม น่าทัศนา ทรงดำรงอยู่ในปฐมวัย งามประดุจยอดไม้ ขอพระองค์ทรงครอบครองราชสมบัติ และทรงสนพระทัยหม่อมฉัน ขอพระองค์อย่าด่วนประพฤติพรหมจรรย์ที่ให้ผลตามกาลเลย (พระราชาตรัสกับพระราชเทวีว่า)
เราเห็นสาววัยรุ่น มีผิวพรรณเกลี้ยงเกลา ร่างกายงดงาม ทรวดทรงเฉิดฉาย เจ้าหล่อนมีกิริยาละมุนละไม ประดุจดังเถาย่านาง ประหนึ่งว่าประเล้าประโลมกิเลสกามยามไปใกล้บุรุษเพศ
ต่อมาเราเห็นหญิงนั้นมีอายุถึง ๘๐ ปี หรือ ๙๐ ปีนับแต่เกิด ถือไม้เท้าตัวสั่นงันงก มีกายค่อมลงเหมือนกลอนเรือนเที่ยวไปอยู่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๗๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๗. สัตตกนิบาต] ๒. คันธารวรรค ๗. โกฏสิมพลิชาดก (๔๑๒)
เรานั้น เมื่อพิจารณาใคร่ครวญถึงเหตุอันนั้นแหละ จึงนอนอยู่ท่ามกลางที่นอนคนเดียว และพิจารณาเห็นว่า ถึงเราก็จะต้องเป็นอย่างนั้น จึงไม่ยินดีในการครองเรือน เวลานี้เป็นเวลาสมควรที่จะประพฤติพรหมจรรย์
ความยินดีของผู้ครองเรือนเปรียบเหมือนเชือกที่ผูกยึดเหนี่ยวไว้ นักปราชญ์ทั้งหลายตัดเชือกนั้นแล้ว ไม่มีความอาลัย ละกามสุขไป สุสีมชาดกที่ ๖ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖ สุสีมชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๖. สุสีมชาดก ว่าด้วยพระเจ้าสุสีมะออกผนวช
กาฬานิ เกสานิ ปุเร อเหสุํ ชาตานิ สีสมฺหิ ยถาปเทเส ตานิชฺช เสตานิ สุสีม ทิสฺวา ธมฺมํ จร พฺรหฺมจริยสฺส กาโล ฯ
เมื่อก่อนผมดำเกิดบนศีรษะอันเป็นประเทศที่สมควร ดูกรสุสิมะ วันนี้ ท่านเห็นผมเหล่านั้นกลายเป็นสีขาวแล้ว จงประพฤติธรรมเถิด เวลานี้ เป็นการสมควรจะประพฤติพรหมจรรย์แล้ว.
มเมว เทว ปลิตํ น ตุยฺหํ มเมว สีสํ มม อุตฺตมงฺคํ อตฺถํ กริสฺสนฺติ มุสา อภาณึ เอกาปราธํ ขมถ ราชเสฏฺฐ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ผมหงอกของหม่อมฉันเอง ไม่ใช่ของพระองค์ หม่อมฉันถอนออกจากศีรษะของหม่อมฉันเอง หม่อมฉันได้ทูลคำเท็จ ด้วยคิดจะทำประโยชน์แก่ตน ขอพระองค์จงทรงพระราชทานอภัยโทษให้ สักครั้งหนึ่งเถิด เพคะ.
ทหโร ตฺวํ ทสฺสนีโยสิ ราช ปฐมุคฺคโต โหสิ ยถา กลีโร รชฺชญฺจ กาเรหิ มมญฺจ ปสฺส มา กาลิกํ อนุธาวิ ชนินฺท ฯ
ข้าแต่พระราชาผู้เป็นจอมประชาชน พระองค์ยังหนุ่ม มีพระโฉมชวนพิศ ยังทรงตั้งอยู่ในปฐมวัย มีพระฉวีวรรณงาม ดังใบกล้วยมีนวลอ่อนๆ เมื่อแรกขึ้นฉะนั้น ขอเชิญพระองค์ดำรงราชสมบัติอยู่ก่อนเถิด เชิญ ทอดพระเนตรหม่อมฉันก่อน อย่าทรงทำให้หม่อมฉันเป็นหม้ายไร้ที่พึ่ง เสียเลย เพคะ.
ปสฺสามิ โวหํ ทหรึ กุมารึ สามฏฺฐปสฺสํ สุตนุํ สุมชฺฌํ กาลปฺปลฺลวาว ปเวลฺลมานา ปโลภยนฺตีว นเรสุ คจฺฉติ ฯ
เราได้เห็นนางกุมารีรุ่นสาวมีฉวีวรรณอันเกลี้ยงเกลา ร่างกายงาม ทรวด ทรงเฉิดฉายอ่อนละมุนละไม เหมือนเถากาลวัลลี เมื่อต้องลมอ่อนรำเพย พัด ก็โอนเอนไปมา เข้าไปใกล้ชายดั่งยั่วยวนใจชายอยู่.
ตเมน ปสฺสามิ ปเรน นารึ อาสีติกํ นาวุติกญฺจ ชจฺจา ทณฺฑํ คเหตฺวาน ปเวธมานํ โคปาณสีภคฺคสมํ จรนฺตํ ฯ
สมัยต่อมา เราได้เห็นนารีคนนั้นถึงความชรามีอายุล่วงไป ๘๐-๙๐ ปี ถือไม้เท้าสั่นงันงก มีกายคดน้อมลงดุจกลอนเรือน เดินก้มหน้าอยู่.
โสหํ ตเมวานุวิจินฺตยนฺโต เอโก สยามิ สยนสฺส มชฺเฌ อหมฺปิ เอวํ อิติ เปกฺขมาโน เคเห น รเม พฺรหฺมจริยสฺส กาโล ฯ
เรากำลังตริตรองถึงความพอใจและโทษของรูปทั้งหลายนั้นแลอยู่ จึงหลีก ออกไปนอนอยู่ท่ามกลางที่นอนแต่ผู้เดียว เราพิจารณาเห็นว่า แม้เราเอง ก็จักต้องเป็นอย่างนั้นบ้าง จึงมิได้ยินดีในการอยู่ในเรือนเลย ถึงเวลาที่ เราจะประพฤติพรหมจรรย์แล้ว.
รชฺชุ วาลมฺพนี เจสา ยา เคเห วสโต รติ เอตํปิ เฉตฺวาน วชนฺติ ธีรา อนเปกฺขิโน กามสุขํ ปหายาติ ฯ สุสีมชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ ---------
ความยินดีของบุคคลผู้อยู่ครอบครองเรือนนี้แหละ เป็นเชือกเครื่องเหนี่ยว รั้งไว้ ธีรชนตัดเชือกนี้แล้ว หาความอาลัยใยดีมิได้ ละทิ้งกามสุขแล้ว ออกบวช. จบ สุสีมชาดกที่ ๖.