๕. ราธชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕ ราธชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๕. ราธชาดก ว่าด้วยพูดเพ้อเจ้อเพราะความเขลา
น ตฺวํ ราธ วิชานาสิ อฑฺฒรตฺเต อนาคเต อพฺยายตํ วิลปสิ วิรตฺเต โกสิยายเนติ ราธชาตกํ ปญฺจมํ ฯ ---------
ดูกรราธะ ท่านไม่รู้จักคนทั้งหลายที่ยังไม่มาในเวลาปฐมยาม ท่านพูด เพ้อเจ้อไปตามความโง่เขลา นางพราหมณีผู้โกสิยโคตรเป็นหญิงไม่ดี หมดความรักใคร่ในบิดาของท่าน. จบ ราธชาดกที่ ๕.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. ราธชาดก (๑๔๕) ว่าด้วยลูกนกแขกเต้าราธะ (นกแขกเต้าโพธิสัตว์ได้กล่าวเตือนน้องราธะว่า)
พ่อราธะ เจ้ายังไม่รู้ว่า คนที่ยังไม่มาในปฐมยามมีประมาณเท่าไร เจ้าพูดเพ้อเจ้ออย่างโง่ๆ ไปเอง ในเมื่อแม่โกสิยายนีหมดความเยื่อใยในบิดาของเราแล้วราธชาดกที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภการเล้าโลมของภรรยาเก่า(ของภิกษุรูปหนึ่ง) ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า น ตฺวํ ราธ วิชานาสิ ดังนี้.
เรื่องปัจจุบัน จักมีแจ้งในอินทริยชาดก ข้อที่แปลกคือ :-
ก็พระศาสดาตรัสเรียกภิกษุนั้นมาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ ขึ้นชื่อว่า มาตุคามเป็นผู้อันใครรักษาไม่ได้ แม้จะระมัดระวังแข็งแรงก็ไม่สามารถจะรักษาไว้ได้ ดูก่อนภิกษุ ในครั้งก่อน ถึงเธอก็ตั้งการป้องกันคอยรักษามาตุคามอยู่แต่ไม่อาจรักษาไว้ได้เลย บัดนี้ เธอจะรักษาไว้ได้อย่างไรกัน.
แล้วทรงนำเรื่องราวในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสีพระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดนกแขกเต้า พราหมณ์ผู้หนึ่งในแคว้นกาสี เลี้ยงพระโพธิสัตว์และน้องชายไว้ในฐานะเป็นลูกในนกทั้งสองนั้น พระโพธิสัตว์ได้นามว่า โปฏฐปาทะ น้องชายได้นามว่า ราธะแต่ภรรยาของพราหมณ์เป็นหญิงไม่มีมรรยาท ทุศีล เมื่อพราหมณ์จะออกเดินทางไปค้าขาย ก็สั่งเสียนกทั้งสองพี่น้องไว้ว่าดูก่อนพ่อทั้งสอง ถ้าพราหมณี แม่ของเจ้าจะประพฤติไม่ดีไม่งาม ละก้อ เจ้าคอยห้ามเขานะ. นกพระโพธิสัตว์กล่าว ครับคุณพ่อ ถ้าสามารถห้ามได้ ผมก็จักห้าม ถ้าห้ามไม่ได้ ก็ต้องนิ่ง. พราหมณ์มอบนางพราหมณีแก่นกแขกเต้าทั้งสองอย่างนี้แล้ว ก็เดินทางไปค้าขาย.
ตั้งแต่วันที่พราหมณ์จากไป พราหมณีก็เริ่มประพฤตินอกใจ ทั้งคนที่เข้าไปและคนที่ออกมา หาประมาณมิได้ นกราธะเห็นกิริยาของนาง ก็กล่าวกะพระโพธิสัตว์ว่า พี่ครับ คุณพ่อของเราสั่งไว้ก่อนไปว่า ถ้าแม่ของเจ้าทั้งสอง ประพฤติไม่ดีไม่งามละก็เจ้าคอยห้ามนะ ดังนี้แล้วจึงไป บัดนี้เล่า นางกำลังจะประพฤติไม่ดีไม่งาม เราช่วยกันห้ามนางเถิด. พระโพธิสัตว์กล่าวเตือนว่า น้องรัก เจ้าพูดด้วยความโง่ เพราะความไม่ฉลาดเฉลียวของตนแท้ๆขึ้นชื่อว่า มาตุคาม แม้บุคคลจะคอยอุ้มไว้พาไป ก็ยังไม่อาจรักษาไว้ได้เลยไม่สมควรที่เราจะทำสิ่งที่ไม่สามารถจะกระทำได้.
แล้วกล่าวคาถานี้ ความว่า :-
"ราธะเอ๋ย เจ้าไม่รู้จักคนทั้งหลายที่ยังไม่มา ในเวลาครึ่งคืนข้างหน้า เจ้าพูดเพ้อเจ้อไปอย่างโง่ๆ ในเมื่อแม่โกสิยานี หมดความรักในบิดาของเราเสียแล้ว" ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น ตฺวํ ราธ วิชานาสิ อฑฺฒรตฺเต อนาคเต ความว่าพ่อราธะเอ๋ย เจ้าไม่รู้อะไร? ในครึ่งคืนข้างหน้า คือในยามแรกเท่านั้น คนที่ยังไม่มามีถึงเท่านี้บัดนี้ ใครเล่าจะรู้ว่า คนอีกเท่าไรจักพากันมา.
บทว่า อพฺยายตํ วิลปสิ ความว่า เจ้าอย่าพูดเพ้อเจ้อเพราะความเขลา
บทว่า วิรตฺเต โกสิยาย ความว่า พราหมณีโกสิยายนี มารดาของเรา หมดรักเสียแล้ว คือไม่มีความรักในบิดาของเราเสียแล้ว ถ้าแกยังมีความเยื่อใย หรือความรักในคุณพ่อก็ไม่น่าจะประพฤติไม่ดีไม่งามอย่างนี้เลย
ด้วยพยัญชนะ(ในคาถา)เหล่านี้ พระโพธิสัตว์ประกาศความ ดังพรรณนามานี้.
ครั้นพระโพธิสัตว์ประกาศอย่างนี้แล้ว ไม่ยอมให้นกราธะน้องชายพูดกะนางพราหมณีนางก็ประพฤติชั่วได้ตามใจชอบ ตราบเท่าเวลาที่พราหมณ์ยังไม่กลับมาพราหมณ์มาแล้ว ถามนกโปฏฐปาทะว่า พ่อคุณ แม่ของเจ้าทั้งสองเป็นอย่างไร?พระโพธิสัตว์บอกเรื่องตามเป็นจริงทั้งหมดแก่พราหมณ์ แล้วกล่าวว่าคุณพ่อครับ หญิงประพฤติชั่วอย่างนี้ คุณพ่อเลี้ยงไว้ทำไม แล้วกล่าวต่อไปว่าคุณพ่อครับ นับแต่เวลาที่กระผมทั้งสองกล่าวโทษของคุณแม่แล้ว ก็ไม่อาจอยู่ที่นี่ได้กราบเท้าพราหมณ์แล้ว ก็บินเข้าป่าไป.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสประกาศสัจจะ เมื่อจบสัจจะ ภิกษุผู้กระสัน ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล แล้วทรงประชุมชาดกว่า
พราหมณ์และพราหมณีในครั้งนั้น ได้มาเป็นคนทั้งคู่นี้แหละ
นกราธะได้มาเป็น อานนท์
ส่วนนกโปฏฐปาทะได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.