๘. ราธชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘ ราธชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๘. ราธชาดก ว่าด้วยเรื่องจริงเก่าไม่ดีไม่ควรพูด
ปวาสา อาคโต ตาต อิทานิ น จิราคโต กจฺจิ นุ ตาต เต มาตา น อญฺญมุปเสวติ ฯ
ลูกรัก พ่อกลับมาจากที่ค้างแรม กลับมาเดี๋ยวนี้เอง ไม่นานเท่าไรนัก แม่ของเจ้าไม่ไปคบหาบุรุษอื่นดอกหรือ?
น โข ปเนตํ สุภณํ คิรํ สจฺจูปสญฺหิตํ สเยถ โปฏฺฐปาโทว มุมฺมเร อุปกูสิโตติ ฯ ราธชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ ---------
ธรรมดาบัณฑิต ไม่พูดวาจาที่ประกอบด้วยความจริง แต่ไม่ดี ขืนพูดไปจะ ต้องนอนอยู่ ดุจนกแขกเต้าชื่อว่าโปฏฐปาทะถูกเผานอนจมอยู่ในเตาไฟ ฉะนั้น. จบ ราธชาดกที่ ๘.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. ราธชาดก (๑๙๘) ว่าด้วยนกราธโพธิสัตว์ (พราหมณ์ถามนกราธโพธิสัตว์ว่า)
ลูกเอ๋ย พ่อเพิ่งกลับมาจากที่ค้างแรม มาถึงเดี๋ยวนี้เอง ยังไม่นานนักลูกเอ๋ย แม่ของเจ้าไม่ไปคบหาชายอื่นหรือ (นกราธโพธิสัตว์แจ้งให้พราหมณ์ทราบว่า)
ธรรมดาบัณฑิตเมื่อกล่าวคำจริง แต่คำนั้นเป็นการกล่าวถึงความไม่ดีจะพึงหมกไหม้ เหมือนนกแขกเต้าชื่อโปฏฐปาทะหมกไหม้อยู่ที่เถ้าไฟในเตาราธชาดกที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุผู้กระสันรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ปวาสา อาคโต ตาต ดังนี้.
ได้ยินว่า พระศาสดาตรัสถามภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุ ได้ยินว่าเธอกระสันจริงหรือ ภิกษุนั้นกราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้าตรัสถามว่า เพราะเหตุไรเธอจึงกระสัน กราบทูลว่า ข้าพระองค์เห็นหญิงงดงามคนหนึ่งจึงกระสันเพราะอำนาจกิเลส พระพุทธเจ้าข้า.
ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสกะภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุ ธรรมดามาตุคาม ใครๆ ก็ไม่อาจรักษาไว้ได้แม้เมื่อก่อน เขาวางยามประตูรักษาไว้ ยังไม่อาจรักษาไว้ได้ เธอจะต้องการมาตุคามไปทำอะไรแม้ได้แล้วก็ไม่อาจรักษาไว้ได้ แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสีพระโพธิสัตว์อุบัติในกำเนิดนกแขกเต้า ชื่อว่าราธะ. นกแขกเต้านั้นมีน้องชื่อโปฏฐปาทะ.
พรานคนหนึ่งจับนกแขกเต้าสองพี่น้องในขณะยังอ่อนอยู่ ไปให้แก่พราหมณ์คนหนึ่งในกรุงพาราณสี. พราหมณ์เลี้ยงดูนกแขกเต้าไว้ในฐานะบุตร แต่นางพราหมณีของพราหมณ์เป็นหญิงไม่รักษาเนื้อรักษาตัว เป็นคนทุศีล. เมื่อพราหมณ์จะไปทำการค้า จึงเรียกลูกนกแขกเต้านั้นมาสั่งว่า แน่ะลูกพ่อ พ่อจะไปทำการค้าเจ้าทั้งสองคอยดูการกระทำของแม่เจ้า ทั้งในเวลากลางวัน และกลางคืน พึงสืบดูว่า มีชายอื่นไปมาหรือไม่ครั้นมอบหมายนางพราหมณีกับลูกนกแขกเต้าแล้วก็ไป.
นางพราหมณีตั้งแต่พราหมณ์ออกไปแล้ว ก็ประพฤติอนาจาร. คนที่มาๆ ไปๆ ทั้งกลางคืนกลางวัน ช่างมากมายเหลือเกิน นกโปฏฐปาทะเห็นดังนั้น จึงถามนกราธะว่า พราหมณ์ได้มอบพราหมณีนี้แก่เราไว้แล้วจึงไปและนางพราหมณีนี้ก็ทำการน่าอดสู เราจะว่าแกดีหรือ. นกราธะตอบว่า อย่าว่าแกเลย น้อง. นกโปฏฐปาทะไม่เชื่อฟังคำของนกราธะ จึงไปต่อว่า นางพราหมณีว่า แม่ เพราะอะไร แม่จึงทำการน่าอดสูอย่างนี้. นางพราหมณีอยากจะฆ่านกโปฏฐปาทะนัก ทำเป็นรัก เรียกมาพูดว่า นี่ลูก เจ้าก็เป็นลูกของแม่ ตั้งแต่นี้ไปแม่จักไม่ทำอีก มานี่ก่อนซิลูก พอนกโปฏฐปาทะมา ก็ตะคอกว่าเจ้าพูดกะเรา เจ้าไม่รู้ประมาณตน แล้วบิดคอเสียจนตายโยนลงไปในเตา.
พราหมณ์มาถึงพักผ่อนแล้ว เมื่อจะถามพระโพธิสัตว์ว่า แน่ะพ่อราธะ แม่ของเจ้าทำอนาจารหรือเปล่า จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-
ลูกรัก พ่อกลับมาจากที่ค้างแรม กลับมาเดี๋ยวนี้เอง ไม่นานเท่าไรนัก แม่ของเจ้าไม่ไปคบหาบุรุษอื่นดอกหรือ.
อธิบายความแห่งคาถานั้นว่า แน่ะพ่อราธะ พ่อกลับมาจากที่ค้างแรมพ่อเพิ่งมาเดี๋ยวนี้เอง มาไม่นานนัก ด้วยเหตุนั้น พ่อไม่รู้เรื่องราวจะขอถามเจ้า ดูก่อนลูก แม่ของเจ้าไม่คบหาชายอื่นดอกหรือ.
นกราธะตอบว่า ข้าแต่พ่อ ธรรมดาบัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่กล่าวคำจริง หรือไม่จริงที่ไม่ทำให้พ้นทุกข์ได้
เมื่อจะแจ้งให้ทราบ จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ธรรมดา บัณฑิตไม่พูดวาจาที่ประกอบด้วยความจริง แต่ไม่ดี ขืนพูดไปจะต้องนอนอยู่ ดุจนกแขกเต้าโปฏฐปาทะถูกเผา นอนจมอยู่ในเตาไฟ ฉะนั้น.
ในบทเหล่านั้น บทว่า คิรํ คือ คำพูด. จริงอยู่ คำพูดท่านเรียกว่าคิระ เหมือนดังวาจาที่เปล่งออกในเวลานี้. ลูกนกแขกเต้านั้นมิได้คำนึงถึงเพศ จึงกล่าวอย่างนั้น. อธิบายความในคาถานี้ดังนี้. ข้าแต่พ่อ ธรรมดาบัณฑิตจะไม่กล่าวแม้คำที่ประกอบด้วยสัจจะ คือมีสภาพที่เป็นจริงและประกอบด้วยประโยชน์แต่ไม่ทำให้พ้นทุกข์ และความจริงที่ไม่ดี คือไม่ทำให้พ้นทุกข์. บทว่า สเยถ โปฏฺฐปาโทว มุมฺมเร อุปกูสิโต ความว่า เหมือนนกโปฏฐปาทะนอนไหม้อยู่ในเถ้ารึง ฉะนั้น. บาลีว่า อุปกุฏฺฐิโต ก็มีความอย่างเดียวกัน.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจธรรม ประชุมชาดก.
เมื่อจบสัจธรรม ภิกษุผู้กระสัน ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล.
นกแขกเต้าโปฏฐปาทะในครั้งนั้น ได้เป็น อานนท์ ในครั้งนี้
แต่นกแขกเต้าราธะ คือ เราตถาคต นี้แล.
จบ อรรถกถาราธชาดกที่ ๘