๕. รุจิรชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕ รุจิรชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๕. รุจิรชาดก
กายํ พลากา รุจิรา กากนิณฺฑสฺมิ มจฺฉติ จณฺโฑ กาโก สขา มยฺหํ ยสฺส เจตํ กุลาวกํ ฯ
นกยางตัวนี้ อย่างไรจึงขาว น่ารัก มาอยู่ในรังกาได้ และนี่เป็นรังของกา ผู้ดุร้ายสหายของเรา.
นนุ มํ สมฺม ชานาสิ ทิช สามกโภชนํ อกตฺวา วจนํ ตุยฺหํ ปสฺส ลูโนสฺมิ อาคโต ฯ
ดูกรนกพิราบผู้สหาย ท่านก็รู้จักเรา ผู้มีข้าวฟ่างเป็นอาหารมิใช่หรือ เรา มิได้กระทำตามคำของท่าน กลับมาแล้ว จงมองดูเราผู้ลุ่นนี้เถิด.
ปุน ปาปชฺชสี สมฺม สีลํ หิ ตว ตาทิสํ นหิ มานุสิกา โภคา สุภุญฺชา โหนฺติ ปกฺขินาติ ฯ รุจิรชาตกํ ปญฺจมํ ฯ ---------
ดูกรกาผู้สหาย ท่านจะได้รับทุกข์อีก เพราะว่า ปกติของท่านเป็นเช่นนั้น เครื่องบริโภคของมนุษย์ไม่ควรที่นกจะพึงบริโภค. จบ รุจิรชาดกที่ ๕.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. รุจิรชาดก (๒๗๕) ว่าด้วยเรื่องนกกาที่น่ารัก (พระโพธิสัตว์กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
นกยางตัวนี้ช่างน่ารักเสียนี่กระไร มาอาศัยอยู่ในรังกา นั่นเป็นรังของกาดุร้ายสหายของเรา @เชิงอรรถ : @ มีก้อนเมฆเป็นปู่ ในที่นี้หมายถึงนกยางทั้งหลายจะตั้งครรภ์ (มีไข่) ได้ ต้องได้ยินเสียงเมฆครางกระหึ่ม@เสียก่อน จึงตั้งครรภ์ได้ (ดู อธิบาย วิ.อ. ๑/๒๒๒-๒๒๓) นี้เป็นธรรมดาของนกยาง (ขุ.ชา.อ. ๔/๗๐/๑๑๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๓๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๓. ติกนิบาต] ๓. อุทปานวรรค ๖. กุรุธัมมชาดก (๒๗๖) (กากล่าวว่า)
ท่านรู้จักเราดีมิใช่หรือ พิราบเพื่อนรัก ผู้มีข้าวฟ่างและลูกเดือยเป็นอาหาร เราไม่เชื่อฟังคำของท่าน ท่านจงมาดูเถิด เรากลายเป็นกาขนเกรียนไปแล้ว (พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)
เพื่อนเอ๋ย เจ้าจักประสบความชั่วร้ายเช่นนี้อีก เพราะปกติของเจ้าเป็นเช่นนั้น อาหารของมนุษย์เป็นของที่นกไม่ควรกินรุจิรชาดกที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุโลเลรูปหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า กายํ พลากา สุจิรา ดังนี้.
เรื่องทั้งสองเรื่อง คือ เริ่มเรื่องกับเรื่องในอดีต เป็นเหมือนกับเรื่องแรกนั่นแหละ.
แต่คาถาต่างกัน มีคาถาติดต่อเป็นอันเดียวกันว่า :-
พระโพธิสัตว์ว่า -
อย่างไร นกยางขาวน่ารักตัวนี้จึงมาอยู่ในรังกาเช่นนี้ และที่เป็นรังของกาผู้ดุร้ายสหายของเรา.
กากล่าวว่า -
ดูก่อนนกพิราบผู้สหาย ท่านเป็นทิชาชาติ มีข้าวฟ่างเป็นอาหาร ย่อมรู้จักข้าพเจ้ามิใช่หรือ เราไม่ได้ทำตามคำของท่าน ท่านกลับมาแล้วจงมองดูข้าพเจ้าซึ่งมีตัวลุ่นๆ เถิด.
พระโพธิสัตว์ว่า -
ดูก่อนสหาย ท่านจะได้รับทุกข์อีก เพราะปกติของท่านเป็นเช่นนั้น แท้จริง เครื่องบริโภคของมนุษย์ไม่ควรที่นกจะพึงบริโภค.
ด้วยบทว่า รุจิรา นี้ ในคาถานั้น พระโพธิสัตว์กล่าวหมายเอาความที่กามีสีขาว เพราะมีร่างกายทาด้วยเปรียง.
บทว่า รุจิรา ได้แก่ ดูน่ารัก. อธิบายว่า มีสีขาว.
บทว่า กากนิณฺฑสฺมึ แปลว่า ในรังของกา.
บาลีว่า กากนีฬสฺมึ ดังนี้ก็มี.
กาเรียกนกพิราบว่า ทิชา.
บทว่า สามากโภชนา ได้แก่ มีพืชหญ้าเป็นอาหาร.
จริงอยู่ ในที่นี้ ท่านถือเอาพืชหญ้าแม้ทั้งหมด ด้วยศัพท์ว่า สามากะ.
แม้ในเรื่องนี้ พระโพธิสัตว์ก็กล่าวว่า บัดนี้ ตั้งแต่นี้ไป เราไม่อาจอยู่ในที่นี้ ดังนี้ แล้วบินไปอยู่ในที่อื่น.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจะ แล้วทรงประชุมชาดก ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้เหลาะแหละดำรงอยู่ในอนาคามิผล.
กาเหลาะแหละในครั้งนั้น ได้เป็น ภิกษุผู้เหลาะแหละในบัดนี้
ส่วนนกพิราบคือ เราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถารุจิรชาดกที่ ๕ -----------------------------------------------------