๕. มูลปริยายชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. มูลปริยายชาดก (๒๔๕) ว่าด้วยทรงปราบภิกษุผู้ทะนงด้วยมูลปริยายสูตร (อาจารย์ทิศาปาโมกข์โพธิสัตว์ถามปัญหากับพวกศิษย์แล้ว จึงกล่าวว่า)
กาลเวลาย่อมกินเหล่าสัตว์ทั้งปวงพร้อมกับตัวเอง ส่วนผู้ใดกินกาลเวลาได้ ผู้นั้นชื่อว่าเผาตัณหาที่เผาเหล่าสัตว์ได้แล้ว (พระโพธิสัตว์ติเตียนมาณพเหล่านั้นว่า)
ศีรษะของนรชนปรากฏมีเป็นจำนวนมาก และมีผมหนาปกคลุมจนถึงคอ บรรดาคนเหล่านี้ ใครบ้างเล่าที่มีปัญญา มูลปริยายชาดกที่ ๕ จบ @เชิงอรรถ : @ ผู้กินกาลเวลาได้ หมายถึงพระขีณาสพ เพราะทำกาลปฏิสนธิในคราวต่อไปให้สิ้น คือกลืนกินกาลเวลา@ด้วยอริยมรรค (ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก) (ขุ.ชา.อ. ๓/๑๙๐/๓๔๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๑๖}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕ มูลปริยายชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๕. มูลปริยายชาดก กาลเวลากินสัตว์พร้อมทั้งตัวเอง
กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพาเนว สหตฺตนา โย จ กาลฆโส ภูโต ส ภูตปจนึ ปจิ ฯ
กาลย่อมกินสัตว์ทั้งปวงกับทั้งตัวเองด้วย ก็ผู้ใดกินกาล ผู้นั้นเผา ตัณหาที่เผาสัตว์ได้แล้ว.
พหูนิ นรสีสานิ โลมสานิ พฺรหานิ จ คีวาสุ ปฏิมุกฺกานิ โกจิ เทเวตฺถ กณฺณวาติ ฯ มูลปริยายชาตกํ ปญฺจมํ ฯ ---------
ศีรษะของนรชนปรากฏว่ามีมาก มีผมดำยาวปกคลุมถึงคอ บรรดาคน ทั้งหลายนี้ จะหาคนผู้มีปัญญาสักคนก็ไม่ได้. จบ มูลปริยายชาดกที่ ๕.