๒. อาโปปุปผิยเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. อาโปปุปผิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอาโปปุปผิยเถระ (พระอาโปปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขี เสด็จออกจากวิหาร แล้วเสด็จขึ้นที่จงกรม เมื่อประกาศสัจจะ ๔ ทรงแสดงอมตบท
ข้าพเจ้ารู้พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด พระนามว่าสิขี ผู้คงที่แล้ว จึงจับดอกไม้ต่างๆ โยนขึ้นไปในอากาศ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน ด้วยผลกรรมนั้น ข้าพระองค์ละความชนะและความแพ้ได้แล้ว บรรลุฐานะที่ไม่หวั่นไหว
ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ @เชิงอรรถ : @ ความชนะ ในที่นี้หมายถึงทิพยสมบัติและมนุษยสมบัติ (ขุ.อป.อ. ๒/๙/๑๐๗)@ความแพ้ ในที่นี้หมายถึงทุกข์ในอบาย ๔ (ขุ.อป.อ. ๒/๙/๑๐๗) @ ฐานะที่ไม่หวั่นไหว ในที่นี้หมายถึงพระนิพพาน (ขุ.อป.อ. ๒/๙/๑๐๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๐๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๗. สกจิตตนิยวรรค] ๓. ปัจจาคมนิยเถราปทาน
ในกัปที่ ๒๐ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นกษัตริย์ผู้จักรพรรดิพระนามว่าสุเมธะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอาโปปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้อาโปปุปผิยเถราปทานที่ ๒ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยํ อาโปปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๖๒)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อาโปปุปผิยเถราปทานที่ ๒ (๖๒) ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกไม้บูชา
|๖๔.๗| วิหารา อภินิกฺขมฺม อพฺภุฏฺฐาสิ จ จงฺกเม จตุสจฺจํ ปกาเสนฺโต เทเสนฺโต อมตํ ปทํ ฯ |๖๔.๘| สิขิสฺส คิรมญฺญาย พุทฺธเสฏฺฐสฺส ตาทิโน นานาปุปฺผํ คเหตฺวาน อากาสมฺหิ สโมกิรึ ฯ |๖๔.๙| เตน กมฺเมน ทิปทินฺท โลกเชฏฺฐ นราสภ ปตฺโตมฺหิ อจลํ ฐานํ หิตฺวา ชยปราชยํ ฯ |๖๔.๑๐| เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุปฺผปูชายิทํ ผลํ ฯ |๖๔.๑๑| อิโต วีสติกปฺปมฺหิ สุเมโธ นาม ขตฺติโย สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๖๔.๑๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อาโปปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อาโปปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขี เสด็จออกจากวิหาร แล้วขึ้นที่จงกรม ทรง ประกาศสัจจะ ๔ ทรงแสดงอมฤตบท ณ ที่จงกรมนั้น ข้าพระองค์รู้ (ได้ฟัง) พระสุรเสียงของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดพระนามว่าสิขี ผู้คงที่ แล้ว จับดอกไม้ต่างๆ โยนขึ้นไปในอากาศ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมสัตว์ เชษฐบุรุษของโลกผู้นราสภ ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ผู้ละความชนะและ แพ้แล้ว ได้บรรลุถึงฐานะอันไม่ไหวหวั่น ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ ข้า พระองค์โปรดดอกไม้ใด ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ไม่รู้ทุคติเลย นี้เป็น ผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ ในกัลปที่ ๒๐ แต่กัลปนี้ ได้มีกษัตริย์ พระนามว่าสุเมธ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาข้าพระองค์ได้ทำเสร็จ แล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอาโปปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อาโปปุปผิยเถราปทาน.