๔. มธุทายกเถราทาน (๓๙๔)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ มธุทายกตฺเถราปทานํ (๓๙๔)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ มธุทายกเถราทานที่ ๔ (๓๙๔) ว่าด้วยอานิสงส์การถวายน้ำผึ้งและลาดหญ้า
|๓๙๖.๓๓๗| สินฺธุยา นทิยา ตีเร สุกโต อสฺสโม มม ตตฺถ วาเจมหํ สิสฺเส อิติหาสํ สลกฺขณํ ฯ |๓๙๖.๓๓๘| ธมฺมกามา วินีตา เต โสตุกามา สุสาสนํ ฉฬงฺเค ปารมิปฺปตฺตา สินฺธุกูเล วสนฺติ เต ฯ |๓๙๖.๓๓๙| อุปฺปาทาคมเน เจว ลกฺขเณสุ จ โกวิทา อุตฺตมตฺถํ คเวสนฺตา วสนฺติ ปวเน ตทา ฯ |๓๙๖.๓๔๐| สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิ ตาวเท อมฺหากํ อนุกมฺปนฺโต อุปคญฺฉิ วินายโก ฯ |๓๙๖.๓๔๑| อุปาคตํ มหาวีรํ สุเมธํ โลกนายกํ ติณสนฺถารกํ กตฺวา โลกเชฏฺฐสฺสทาสหํ ฯ |๓๙๖.๓๔๒| ปวนาโต มธุํ คยฺห พุทฺธเสฏฺฐสฺสทาสหํ สมฺพุทฺโธ ปริภุญฺชิตฺวา อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ |๓๙๖.๓๔๓| โย ตํ อทาสิ มธุํ เม ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๓๙๖.๓๔๔| อิมินา มธุทาเนน ติณสนฺถารเกน จ ตึสกปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมิสฺสติ ฯ |๓๙๖.๓๔๕| ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๓๙๖.๓๔๖| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ |๓๙๖.๓๔๗| เทวโลกา อิธาคนฺตฺวา มาตุกุจฺฉิมฺหุปาคโต มธุวสฺโส ปวสฺสิตฺถ ฉาทยํ มธุนา มหึ ฯ |๓๙๖.๓๔๘| มม นิกฺขนฺตมตฺตมฺหิ กุมฺภิยา จ สุทุตฺตรา ตตฺราปิ มธุวสฺโส เม วสฺสเต นิจฺจกาลิกํ ฯ |๓๙๖.๓๔๙| อคารา อภินิกฺขมฺม ปพฺพชึ อนคาริยํ ลาภี อนฺนสฺส ปานสฺส มธุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๓๙๖.๓๕๐| สพฺพกามสมิทฺโธหํ ภวิตฺวา เทวมานุเส เตเนว มธุทาเนน ปตฺโตมฺหิ อาสวกฺขยํ ฯ |๓๙๖.๓๕๑| วุฏฺฐมฺหิ เทเว จตุรงฺคุเล ติเณ สุปุปฺผิเต ธรณีรุเห วปฺปเทเส สุญฺเญ ฆเร มณฺฑปรุกฺขมูลเก วสามิ นิจฺจํ สุขิโต อนาสโว ฯ |๓๙๖.๓๕๒| มชฺเฌ มยฺหํ ภวา อสฺสุ เย ภเว สมติกฺกมึ อชฺช เม อาสวา ขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๓๙๖.๓๕๓| ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ มธุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๓๙๖.๓๕๔| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา สพฺพาสวา ปริกฺขีณา นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว ฯ |๓๙๖.๓๕๕| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๓๙๖.๓๕๖| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา มธุทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ มธุทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราได้สร้างอาศรมอย่างสวยงามไว้ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธุ เราบอกคัมภีร์อิติหาสะ พร้อมทั้งตำราทายลักษณะ กะพวกศิษย์ที่อาศรมนั้น ศิษย์เหล่านั้นเป็นผู้ ใคร่ธรรม เราแนะนำดี เป็นผู้ใคร่ฟังคำสั่งสอนดี ถึงที่สุดในองค์ ๖ ประการ อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธู เป็นผู้ฉลาดในการทำนายการมาเกิด และในลักษณะ ทั้งหลาย แสวงหาประโยชน์อันสูงสุดอยู่ในป่าใหญ่ ในกาลนั้น ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ผู้ทรงแนะ นำให้วิเศษ จะทรงอนุเคราะห์พวกเรา จึงเสด็จเข้ามา เราได้เห็นมหาวีระ พระนามว่าสุเมธ ผู้เป็นนายกของโลก เสด็จเข้ามา จึงได้เอาหญ้าลาด ถวายแด่พระองค์ผู้เป็นเชษฐบุรุษของโลก เราถือเอาน้ำผึ้งจากป่าใหญ่ มา ถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด พระสัมพุทธเจ้าเสวยแล้ว ได้ตรัส พระดำรัสนี้ว่า ผู้ใดมีความเลื่อมใส ได้ถวายน้ำผึ้งแก่เราด้วยมือทั้งสอง ของตน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ด้วยการถวาย น้ำผึ้ง และด้วยการลาดหญ้าถวายนี้ ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๓ หมื่นกัลป ใน ๓ หมื่นกัลป พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ทรง สมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นจักเป็นทายาท ในธรรมของพระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมนิรมิต จัก กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะนิพพาน เมื่อเราจากเทวโลก มาในมนุษยโลกนี้ เข้าอยู่ในครรภ์มารดา เมล็ดฝนน้ำผึ้งได้ตกปกปิด แผ่นดินด้วยน้ำผึ้ง แม้ในขณะเมื่อเราพอออกจากครรภ์นั้น ฝนน้ำผึ้งก็ตก ให้แก่เรา เต็มเปี่ยมหม้อตลอดกาลเป็นนิตย์ เมื่อเราออกจากเรือนบวช เป็นบรรพชิตแล้ว ย่อมได้ข้าวและน้ำ นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง เรา เกิดในเทวดาและมนุษย์ เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยกามทั้งปวง ได้บรรลุความสิ้น อาสวะ เพราะการถวายน้ำผึ้งนั้นแล. เมื่อฝนตกแล้ว หญ้างอกยาว ๔ นิ้ว เมื่อต้นไม้ในแถวฝั่งน้ำมี ดอกบานสะพรั่ง เราผู้ไม่มีอาสวะเป็นสุขอยู่เป็นนิตย์ ในเรือน ว่างเปล่า ที่มณฑปและโคนไม้ เราก้าวล่วงภพเหล่าใด ภพเหล่านั้นของเราพึงมีในท่ามกลาง อาสวะทั้งหลาย ของเราสิ้นไปแล้วในวันนี้ บัดนี้ ภพใหม่มิได้มีอีก ใน ๓ หมื่นกัลป (แต่ กัลปนี้) เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ ทั้งหมดแล้ว อาสวะทั้งปวงสิ้นรอบแล้ว บัดนี้ ภพใหม่มิได้มี การที่เราได้ มาในสำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เรา บรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระมธุทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ มธุทายกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. มธุทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระมธุทายกเถระ (พระมธุทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าได้สร้างอาศรมอย่างสวยงามไว้ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธุ สอนตำราประวัติศาสตร์พร้อมทั้งตำราทายลักษณะ แก่พวกศิษย์ที่อาศรมนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๒๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๔. มธุทายกเถราปทาน
ศิษย์เหล่านั้นผู้ที่ข้าพเจ้าแนะนำแล้วเป็นผู้ใคร่ธรรม ใคร่ฟังคำสั่งสอนดี ถึงความสำเร็จในองค์ ๖ ประการ อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธุ
เป็นผู้ฉลาดในเหตุที่มาแห่งอุปปาทะ(ความเกิด) และในลักษณะทั้งหลาย แสวงหาประโยชน์สูงสุดอยู่ในป่าใหญ่ในครั้งนั้น
ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ เมื่อจะทรงอนุเคราะห์พวกข้าพเจ้า จึงเสด็จเข้ามา
ข้าพเจ้าได้เห็นพระมหาวีรเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จเข้ามา จึงได้ลาดหญ้าถวายแด่พระองค์ผู้เจริญที่สุดในโลก
ข้าพเจ้าถือน้ำผึ้งจากป่าใหญ่มาถวาย แด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสวยแล้วได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า
เราจักพยากรณ์ผู้ที่มีความเลื่อมใส ซึ่งได้ถวายน้ำผึ้งแก่เราด้วยมือทั้ง ๒ ของตน ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
ด้วยการถวายน้ำผึ้งและด้วยการลาดหญ้าถวายนี้ ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป
ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก @เชิงอรรถ : @ ดู เชิงอรรถ หน้า ๖๑๒ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๒๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๔. มธุทายกเถราปทาน
ผู้นั้นจักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน
เมื่อข้าพเจ้าจากเทวโลกมาในมนุษยโลกนี้ ปฏิสนธิในครรภ์มารดา ฝนน้ำผึ้งได้ตกปกปิดแผ่นดินด้วยน้ำผึ้ง
แม้ในขณะเมื่อข้าพเจ้าออกจากครรภ์อย่างปลอดภัยนั้น ฝนน้ำผึ้งก็ตกเพื่อข้าพเจ้าตลอดกาลเป็นนิตย์
เมื่อข้าพเจ้าออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตแล้ว ย่อมได้ข้าวและน้ำ นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง
ข้าพเจ้าเกิดในหมู่เทวดาและมนุษย์ เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยสิ่งที่พึงปรารถนาทั้งปวง ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ เพราะการถวายน้ำผึ้งนั้นแล
เมื่อฝนตกแล้ว หญ้างอกยาว ๔ นิ้ว เมื่อต้นไม้ในที่เพาะปลูกมีดอกบานสะพรั่ง ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่เป็นสุขเนืองนิตย์ ที่เรือนว่าง ที่มณฑปและโคนต้นไม้
ภพที่ข้าพเจ้าก้าวล่วงมีในท่ามกลาง ในวันนี้อาสวะทั้งหลายของข้าพเจ้าสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๒๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก
การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระมธุทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้มธุทายกเถราปทานที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อปทานที่ ๒, ๓, ๔, ๕ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๑. ปิลินทวัจฉเถราปทาน (๓๙๑)