๗. นฬมาลิยเถราปทาน (๑๐๗)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺตมํ นฬมาลิยตฺเถราปทานํ (๑๐๗)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ นฬมาลิยเถราปทานที่ ๗ (๑๐๗) ว่าด้วยผลแห่งการถวายพัดดอกอ้อ
|๑๐๙.๓๖| ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน ติณตฺถเร นิสินฺนสฺส อุปสนฺตสฺส ตาทิโน ฯ |๑๐๙.๓๗| นฬมาลํ คเหตฺวาน พนฺธิตฺวา วีชนึ อหํ พุทฺธสฺส อุปนาเมสึ ทิปทินฺทสฺส ตาทิโน ฯ |๑๐๙.๓๘| ปฏคฺคเหตฺวาน สพฺพญฺญู วีชนึ โลกนายโก มม สงฺกปฺปมญฺญาย อิมํ คาถํ อภาสถ ฯ |๑๐๙.๓๙| ยถา เม กาโย นิพฺพายิ ปริฬาโห น วิชฺชติ ตเถว ติวิธคฺคีหิ จิตฺตํ ตว วิมุจฺจตุ ฯ |๑๐๙.๔๐| สพฺเพ เทวา สมาคญฺฉุํ เยเกจิ ทุมนิสฺสิตา สุสฺสาม พุทฺธวจนํ หาสยนฺตญฺจ ทายกํ ฯ |๑๐๙.๔๑| นิสินฺโน ภควา ตตฺถ เทวสงฺฆปุรกฺขโต ทายกํ สมฺปหํเสนฺโต อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๑๐๙.๔๒| อิมินา วีชนิทาเนน จิตฺตสฺส ปณิธีหิ จ สุพฺพโต นาม นาเมน จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๑๐๙.๔๓| เตน กมฺมาวเสเสน สุกฺกมูเลน โจทิโต มาลุโต นาม นาเมน จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๑๐๙.๔๔| อิมินา วีชนิทาเนน สมฺมานวิปุเลน จ กปฺปสตสหสฺสมฺหิ ทุคฺคตึ นูปปชฺชติ ฯ |๑๐๙.๔๕| ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ สุพฺพตา อฏฺฐตึส เต เอกูนตึสสหสฺเส อฏฺฐ มาลุตนามกา ฯ |๑๐๙.๔๖| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา นฬมาลิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ นฬมาลิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ สตฺตมํ ภาณวารํ ฯ
เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ เชษฐบุรุษของโลกผู้คงที่ สงบระงับ มั่นคง ประทับนั่งบนเครื่องลาดหญ้า เราเอาดอกอ้อมาผูกเป็นพัด แล้ว น้อมถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ พระสัพพัญญูผู้นายก ของโลก ทรงรับพัดแล้ว ทรงทราบความดำริของเรา ได้ตรัสพระคาถานี้ ว่า กายของเรา ดับ (ร้อน) แล้ว ความเร่าร้อนไม่มี ฉันใด จิตของ ท่านจะหลุดพ้นจากกองไฟ ๓ กอง ฉันนั้น เทวดาบางเหล่าที่อาศัยต้นไม้ อยู่ มาประชุมกันทั้งหมด ด้วยหวังว่า จักได้ฟังพระพุทธพจน์อันยังทายก ให้ยินดี พระผู้มีพระภาคประทับนั่ง ณ ที่นั้น แวดล้อมด้วยหมู่เทวดา เมื่อจะทรงยังทายกให้รื่นเริง จึงได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ด้วยการถวาย พัดนี้ และด้วยการตั้งจิตไว้ ผู้นี้จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนามชื่อ ว่าสุพพตะ ด้วยกรรมที่เหลือนั้น อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักได้เป็น พระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามชื่อว่ามาลุตะ ด้วยการถวายพัดนี้ และด้วย การนับถืออันไพบูลย์ ผู้นี้จะไม่เข้าถึงทุคติในแสนกัลป ในกัลปที่ ๓ หมื่น จักมีพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๘ พระองค์ มีพระนามว่าสุพพตะ ใน ๓ หมื่น กัลป จักมีพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ พระองค์ พระนามว่ามาลุตะ คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระนฬมาลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ นฬมาลิยเถราปทาน. จบ ภาณวารที่ ๗.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. นฬมาลิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระนฬมาลิยเถระ (พระนฬมาลิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่ ผู้สงบระงับ ประทับนั่งบนเครื่องลาดหญ้า
ข้าพเจ้านำดอกอ้อมาผูกเป็นพัดแล้ว เข้าไปถวายงานพัดพระพุทธเจ้า ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้คงที่
พระสัพพัญญูพุทธเจ้า ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงรับพัดแล้ว ทรงทราบความคิดของข้าพเจ้า ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า
กายของเราสงบเย็น ความเร่าร้อนก็ไม่มี ฉันใด จิตของท่านจงหลุดพ้นจากไฟทั้ง ๓ กอง ฉันนั้น
เทวดาบางเหล่าที่อาศัยต้นไม้อยู่ ก็มาประชุมกันทั้งหมด ด้วยหวังว่า พวกเราจักได้ฟังพระพุทธพจน์ที่จะทำผู้ถวายงานพัดให้ร่าเริง
พระผู้มีพระภาค ประทับนั่งอยู่ ณ ที่นั้น มีหมู่เทวดาห้อมล้อม เมื่อจะให้ผู้ถวายงานพัดร่าเริง จึงได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๕๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๑. ภิกขทายิวรรค] ๘. อาสนุปัฏฐายกเถราปทาน
ด้วยการถวายงานพัดนี้และด้วยการตั้งจิตไว้มั่น ผู้นี้จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าสุพพตะ ตามพระโคตร
ด้วยผลกรรมที่เหลือนั้น ผู้นี้ถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่ามาลุตะ ตามพระโคตร
ด้วยการถวายงานพัดนี้และด้วยความยกย่องนับถืออย่างไพบูลย์ ใน ๑๐๐,๐๐๐ กัป ผู้นี้จะไม่ไปเกิดยังทุคติเลย
ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๘ ชาติ พระนามว่าสุพพตะ ในกัปที่ ๑,๐๒๙ (นับจากกัปนี้ไป) จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ พระองค์ พระนามว่ามาลุตะ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระนฬมาลิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้นฬมาลิยเถราปทานที่ ๗ จบ ภาณวารที่ ๗ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐๗. อรรถกถานฬมาลิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระนฬมาลิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ดังนี้.
พระเถระแม้นั้นได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระชินเจ้าผู้ประเสริฐองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในชาติเป็นอเนก ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วอยู่ครองเรือน เห็นโทษในกาม ละเรือนบวชเป็นดาบสอยู่ในป่าหิมวันต์ เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตถาคต ก็เลื่อมใส ลาดเครื่องลาดหญ้า กระทำพัดวิชนีด้วยดอกไม้อ้อพัดถวายพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ประทับนั่งอยู่ ณ ที่นั้น.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับแล้ว ได้กระทำอนุโมทนา เพื่อทรงอนุเคราะห์แก่ท่าน.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ละเว้นความกระวนกระวายและความเร่าร้อนในภพที่ตนเกิดแล้วๆ ได้รับความสุขทางกายและทางจิต เสวยสุขเป็นอเนก.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วเลื่อมใสในพระศาสดาด้วยกำลังแห่งวาสนาในกาลก่อน บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ดังนี้.
คำนั้นท่านกล่าวไว้ในหนหลังนั่นแล้ว.
บทว่า นฬะ ในบทว่า นฬมาลํ คเหตฺวาน
เชื่อมความว่า ชื่อว่านฬะ เพราะไม่มีแก่นเป็นไม้น้อยเบาพร้อมกว่าลำไม้ไผ่. ระเบียบคือดอกแห่งไม้อ้อ ชื่อว่านฬมาละ เราได้สร้างพัดวิชนีด้วยระเบียบไม้อ้อนั้น.
ชื่อว่าวิชนี เพราะเป็นเครื่องพัดให้เกิดลม. เราได้น้อมนำพัดวิชนีนั้นเข้าไปถวายพระพุทธเจ้าแล้ว.
คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถานฬมาลิยเถราปทาน จบอรรถกถาภาณวารที่ ๗ -----------------------------------------------------