๖. ราหุลเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๖. ราหุลเถราปทาน ๖. ราหุลเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระราหุลเถระ (พระราหุลเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าได้ปูลาดกระจกบนปราสาท ๗ ชั้น ถวายแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่
พระผู้มีพระภาคมหามุนี ผู้เป็นใหญ่แห่งเทวดาและมนุษย์ ทรงองอาจกว่านรชน คับคั่งไปด้วยพระขีณาสพ ๑,๐๐๐ รูป ได้เสด็จเข้าไปยังพระคันธกุฎี
พระศาสดาผู้ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ทรงองอาจกว่านรชน ทรงยังพระคันธกุฎีให้รุ่งเรือง ประทับยืนในท่ามกลางหมู่ภิกษุได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
เราจักพยากรณ์อุบาสกผู้ทำที่นอนนี้ให้โชติช่วงแล้ว ดุจกระจกเงาที่ปูลาดไว้อย่างดี ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
ปราสาททอง ปราสาทเงิน หรือปราสาทแก้วไพฑูรย์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่น่าชอบใจ จักบังเกิดแก่อุบาสกนั้น
อุบาสกนั้นจักเป็นจอมเทพ ครองเทวสมบัติ ๖๔ ชาติ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิติดต่อกัน ๑,๐๐๐ ชาติ
ในกัปที่ ๒๑ (นับจากกัปนี้ไป) อุบาสกนั้นจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าวิมละ เป็นใหญ่มีชัยชนะในทวีปทั้ง ๔
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๑๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๖. ราหุลเถราปทาน
มีกรุงนามว่าเรณุวดี ยาว ๓๐๐ โยชน์ สี่เหลี่ยมจตุรัส
มีปราสาทชื่อว่าสุทัสสนะ วิสสุกรรมเทพบุตรเนรมิตให้ ประกอบด้วยเรือนยอดอย่างดี ประดับประดาด้วยรัตนะ ๗ ประการ
กรุงนั้นไม่สงัดจากเสียง ๑๐ ประการ พลุกพล่านด้วยพวกวิทยาธร จักเป็นดุจเมืองสุทัสสนะของเหล่าเทวดา
พอเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น กรุงนั้นก็เปล่งรัศมี นครนั้นรุ่งเรืองเป็นนิตย์ แผ่ออกไป ๘ โยชน์ โดยรอบ
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
อุบาสกนั้นถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจักจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิต เกิดเป็นพระโอรสของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม
ถ้าหากเขาจะพึงอยู่ครองเรือนก็จะพึงได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ แต่ข้อที่เขาผู้คงที่ จะยินดีในการอยู่ครองเรือนนั้น ไม่ใช่ฐานะที่จะเป็นได้ (เป็นไปไม่ได้)
เขาจักต้องออกจากเรือนไปบวช มีข้อวัตรอันดี จักสำเร็จเป็นพระอรหันต์โดยนามว่าราหุล
พระราหุลเป็นผู้มีปัญญารักษาตน สมบูรณ์ด้วยศีล ดุจนกต้อยตีวิดรักษาฟองไข่ ดุจจามรีรักษาขนหาง พระมหามุนีได้ทรงเห็นเราแล้ว @เชิงอรรถ : @ เสียง ๑๐ ประการ ได้แก่ เสียงช้าง เสียงม้า เสียงรถ เสียงกลอง เสียงตะโพน เสียงพิณ เสียงขับร้อง@เสียงกังสดาล เสียงประโคมดนตรี และเสียงว่า ‘ท่านทั้งหลายโปรดบริโภค ดื่ม เคี้ยวกิน’@(ที.ม. (แปล) ๑๐/๒๔๑/๑๘๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๑๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๗. อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน
ข้าพเจ้ารู้ทั่วถึงธรรมของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ยินดีอยู่ในศาสนา กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระราหุลเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ราหุลเถราปทานที่ ๖ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ฉฏฺฐํ ราหุลตฺเถราปทานํ (๑๖)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ราหุลเถราปทานที่ ๖ (๑๖) ว่าด้วยผลแห่งการถวายเครื่องลาด
|๑๘.๖๘| ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน สตฺตภูมิมฺหิ ปาสาเท อาทาสํ สนฺถรึ อหํ ฯ |๑๘.๖๙| ขีณาสวสหสฺเสหิ ปริกิณฺโณ มหามุนิ อุปาคมิ คนฺธกุฏึ ทิปทินฺโท นราสโภ ฯ |๑๘.๗๐| วิโรจยํ คนฺธกุฏึ เทวเทโว นราสโภ ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๑๘.๗๑| เยนายํ โชติตา เสยฺยา อาทาโสว สุสนฺถโต ฯ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๑๘.๗๒| โสณฺณมยา รูปิมยา อโถ เวฬุริยามยา นิพฺพตฺติสฺสนฺติ ปาสาทา เยเกจิ มนโส ปิยา ฯ |๑๘.๗๓| จตุสฏฺฐิกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ สหสฺสกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ อนนฺตรา ฯ |๑๘.๗๔| เอกวีสติกปฺปมฺหิ วิมโล นาม ขตฺติโย จาตุรนฺโต วิชิตาวี จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๑๘.๗๕| นครํ เรณุวติ นาม อิฏฺฐกาหิ สุมาปิตํ อายามโต ตีณิสตํ จตุรสฺสสมายุตํ ฯ |๑๘.๗๖| สุทสฺสโน นาม ปาสาโท วิสุกมฺเมน มาปิโต กูฏาคารวรูเปโต สตฺตรตนภูสิโต ฯ |๑๘.๗๗| ทสสทฺทาวิวิตฺตนฺตํ วิชฺชาธรสมากุลํ สุทสฺสนํว นครํ เทวตานํ ภวิสฺสติ ฯ |๑๘.๗๘| ปภา นิคฺคจฺฉเต ตสฺส อุคฺคจฺฉนฺเตว สูริเย วิโรจิสฺสติ ตํ นิจฺจํ สมนฺตา อฏฺฐโยชนํ ฯ |๑๘.๗๙| กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๑๘.๘๐| ตุสิตาว จวิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต โคตมสฺส ภควโต อตฺรโช โส ภวิสฺสติ ฯ |๑๘.๘๑| สเจ วเสยฺย อคารํ จกฺกวตฺติ ภเวยฺย โส อฏฺฐานเมตํ ยํ ตาทิ อคาเร รติมชฺฌคา ฯ |๑๘.๘๒| นิกฺขมิตฺวา อคารมฺหา ปพฺพชิสฺสติ สุพฺพโต ราหุโล นาม นาเมน อรหา โส ภวิสฺสติ ฯ |๑๘.๘๓| กิกีว อณฺฑํ รกฺเขยฺย จามรีริว วาลธึ นิปโก สีลสมฺปนฺโน มมํ ทกฺขิ มหามุนิ ฯ |๑๘.๘๔| ตสฺสาหํ ธมฺมมญฺญาย วิหาสึ สาสเน รโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๘.๘๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ราหุโล เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ราหุลตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราได้ถวายเครื่องลาดในปราสาท ๗ ชั้น แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่า ปทุมุตระ เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ พระมหามุนีผู้เป็นจอมแห่งชนเป็น นระผู้ประเสริฐ อันพระขีณาสพพันหนึ่งแวดล้อมแล้ว เสด็จเข้าพระ คันธกุฎี พระศาสดาผู้ประเสริฐกว่าเทวดา เป็นนระผู้องอาจ ทรงยัง พระคันธกุฎีให้รุ่งเรือง ประทับยืนในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถา เหล่านี้ว่า ที่นอนนี้ผู้ใดให้โชติช่วงแล้ว ดังกระจกเงาอันขัดดีแล้ว เราจัก พยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ปราสาททองอันงดงาม หรือ ปราสาทแก้วไพฑูรย์เป็นที่รักแห่งใจจักบังเกิดแก่ผู้นั้น ผู้นั้นจักเป็นจอม เทวดา เสวยเทวรัชสมบัติอยู่ ๖๔ ครั้ง ในกัลปที่ ๒๑ จักได้เป็นกษัตริย์ พระนามว่าวิมล จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิทรงครอบครองแผ่นดินมีสมุทร- สาคร ๔ เป็นขอบเขต พระนครชื่อเรณุวดีสร้างด้วยแผ่นอิฐ โดยยาว ๓๐๐ โยชน์ สี่เหลี่ยมจตุรัส ปราสาทชื่อสุทัสนะ อันวิสสุกรรมเทพบุตร นิรมิตให้ ประกอบด้วยเรือนยอดอันประเสริฐ ประดับด้วยแก้ว ๗ ประการ วิทยาธรมีเสียงสิบอย่างต่างๆ กัน มาเกลื่อนกล่นอยู่ เหมือน จักเป็นนครชื่อสุทัสนะของเหล่าเทวดา รัศมีแห่งนครนั้น เปล่งปลั่งดัง เมื่อพระอาทิตย์อุทัย นครนั้นจักรุ่งเรืองจ้าโดยรอบ ๘ โยชน์อยู่เป็นนิจ ในแสนกัลป พระศาสดาทรงพระนามว่าโคดมโดยพระโคตร ซึ่งมีสมภพ ในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นอันกุศลมูลตัก- เตือนแล้ว จักเคลื่อนจากภพดุสิต จักได้เป็นพระราชโอรสของพระผู้มี พระภาคพระนามว่าโคดม ถ้าจะพึงอยู่ครองเรือนผู้นั้นพึงได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ แต่ข้อที่เขาจะคงที่ถึงความยินดีในเรือนนั้น ไม่เป็นฐานะที่จะ มีได้ เขาจักออกบวชเป็นบรรพชิต เป็นผู้มีวัตรอันงาม จักได้เป็นพระ อรหันต์มีนามชื่อว่าราหุล พระมหามุนีทรงพยากรณ์เราว่า มีปัญญา สมบูรณ์ด้วยศีล เหมือนนกต้อยติวิดรักษาไข่ ดังจามรีรักษาขนหาง เรา รู้ทั่วถึงธรรมของพระองค์แล้ว ยินดีอยู่ในศาสนา เรากำหนดรู้อาสวะ ทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล. ทราบว่า ท่านพระราหุลเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยการฉะนี้แล. จบ ราหุลเถราปทาน. -----------------------------------------------------