๑. สีหาสนทายกเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน ๒. สีหาสนิยวรรค หมวดว่าด้วยการถวายแท่นสีหาสน์เป็นต้น ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสีหาสนทายกเถระ (พระสีหาสนทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว เมื่อปาพจน์ แผ่กว้างออกไป เมื่อศาสนาอันมหาชนรู้กันแล้ว
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดีได้ทำพระแท่นสีหาสน์ ครั้นทำเสร็จแล้วได้ทำตั่งสำหรับรองพระบาทถวาย
ในฤดูฝน ข้าพเจ้าได้สร้างเรือนคลุมบนพระแท่นสีหาสน์นั้น ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ข้าพเจ้าจึงได้ไปบังเกิดยังสวรรค์ชั้นดุสิต
บุญกรรมได้สร้างวิมานยาว ๒๔ โยชน์ กว้าง ๑๔ โยชน์ไว้อย่างดีในขณะนั้นเพื่อข้าพเจ้า
นางเทพกัญญา ๗,๐๐๐ นาง แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ บุญกรรมได้เนรมิตบัลลังก์ทองไว้อย่างดีในวิมาน
ยานคือช้าง ยานคือม้า ซึ่งเป็นยานทิพย์ ได้รับการจัดเตรียมไว้แล้ว ปราสาทและวอก็บังเกิดขึ้นตามต้องการ @เชิงอรรถ : @ ปาพจน์ หมายถึงปิฎก ๓ (คือวินัยปิฎก สุตตันตปิฎก และอภิธรรมปิฎก) (ขุ.อป.อ. ๒/๑/๒)@ พระแท่นสีหาสน์ หมายถึงอาสนะอย่างดี (ขุ.อป.อ. ๒/๑๒๙/๓๕) เป็นอาสนะของพระผู้มีพระภาคผู้องอาจ@ดุจสีหะ เป็นอาสนะที่ประดับด้วยของมีค่า เช่น เงิน และทองเป็นต้น (ขุ.อป.อ. ๒/๒๑/๒๑๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๐๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๑. สีหาสนทายกเถราปทาน
บัลลังก์แก้วมณีและบัลลังก์ไม้แก่นชนิดอื่นอีกจำนวนมาก ทั้งหมดบังเกิดขึ้นเพื่อข้าพเจ้า นี้เป็นผลของการถวายพระแท่นสีหาสน์
ข้าพเจ้าสวมเขียงเท้าซึ่งทำด้วยทองคำ เงิน แก้วผลึก และแก้วไพฑูรย์ นี้เป็นผลของการถวายตั่งสำหรับรองพระบาท
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม
ในกัปที่ ๗๓ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ มีพระนามว่าอินทะ ในกัปที่ ๗๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ มีพระนามว่าสุมนะ
ในกัปที่ ๗๐ ถ้วนนับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ มีพระนามว่าวรุณะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ ทรงเป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านสีหาสนทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้สีหาสนทายกเถราปทานที่ ๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๐๓}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติโย สีหาสนิยวคฺโค ปฐมํ สีหาสนทายกตฺเถราปทานํ (๑๑)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สีหาสนิวรรคที่ ๒ สีหาสนทายกเถราปทานที่ ๑ (๑๑) ว่าด้วยผลแห่งการถวายราชอาสน์ทองคำ
|๑๓.๑| นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ สิทฺธตฺเถ ทีปทุตฺตเม วิตฺถาริเต ปาวจเน พาหุชญฺญมฺหิ สาสเน ฯ |๑๓.๒| ปสนฺนจิตฺโต สุมโน สีหาสนมกาสหํ สีหาสนํ กริตฺวาน ปาทปีฐมกาสหํ ฯ |๑๓.๓| สีหาสเน จ วสฺสนฺเต ฆรํ ตตฺถ อกาสหํ เตน จิตฺตปฺปสาเทน ตุสิตํ อุปปชฺชหํ ฯ |๑๓.๔| อายาเมน จตุพฺพีสา โยชนาสึสุ ตาวเท วิมานํ สุกตํ มยฺหํ วิตฺถาเรน จตุทฺทสํ ฯ |๑๓.๕| สตฺต กญฺญาสหสฺสานิ ปริวาเรนฺติ มํ สทา โสณฺณมยญฺจ ปลฺลงฺกํ พฺยเมฺห อาสิ สุนิมฺมิตํ ฯ |๑๓.๖| หตฺถิยานํ อสฺสยานํ ทิพฺพยานํ อุปฏฺฐิตํ ปาสาทา สิวิกา เจว นิพฺพตฺตนฺติ ยทิจฺฉกํ ฯ |๑๓.๗| มณิมยา จ ปลฺลงฺกา อญฺเญ สารมยา พหู นิพฺพตฺตนฺติ มมํ สพฺเพ สีหาสนสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๓.๘| โสณฺณมยา รูปิมยา ผลิกา เวฬุริยามยา ปาทุกา อภิรุยฺหามิ ปาทปิฐสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๓.๙| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๓.๑๐| เตสตฺตติ อิโต กปฺเป อินฺทนามา ตโย ชนา เทฺวสตฺตติ อิโต กปฺเป ตโย สุมนนามกา ฯ |๑๓.๑๑| สมสตฺตติโต กปฺเป ตโย วรุณนามกา สตฺตรตนสมฺปนฺนา จตุทีปมฺหิ อิสฺสรา ฯ |๑๓.๑๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สีหาสนทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สีหาสนทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้สูงสุดกว่าสัตว์นิพพานแล้ว เมื่อ พระศาสดา (แผ่) กว้างขวาง เมื่อพระศาสนามีท่านผู้รู้ (พระขีณาสพ) มาก เรามีจิตผ่องใส ใจผ่องแผ้ว ได้ทำราชอาสน์ทองคำ ครั้นทำ ราชอาสน์ทองคำแล้ว ได้ทำตั่งสำหรับรองเท้า ได้สร้างเรือนสำหรับเก็บ ราชอาสน์ทองคำนั้นในฤดูฝนด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราได้บังเกิดในภพ ดุสิตวิมานโดยยาว ๒๔ โยชน์ โดยกว้าง ๑๔ โยชน์ อันบุญกรรมสร้าง อย่างงดงามมีอยู่ในภพสุดิตนั้นเพื่อเรา นางเทพกัญญา ๗ หมื่นแวดล้อม เราอยู่ทุกเมื่อ และบัลลังก์ทองที่สร้างอย่างวิจิตร มีอยู่ในวิมานของเรา ยานช้าง ยานม้า ยานทิพย์ ตั้งไว้คอยรับเรา ปราสาทและวอย่อมบังเกิด ตามความปรารถนา บัลลังก์แก้ว และบัลลังก์ไม้แก่นอย่างอื่นเป็นอันมาก ย่อมเกิดแก่เราทุกอย่าง นี้เป็นผลแห่ง (การถวาย) ราชอาสน์ทองคำ เราสวมรองเท้าทำด้วยทองคำ ทำด้วยเงิน ทำด้วยแก้วผลึก ทำด้วยแก้ว ไพฑูรย์ นี้เป็นผลแห่งการถวายตั่งรองเท้า ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยผลกรรมนั้น เราไม่รู้ทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งบุญกรรม ในกัลปที่ ๗๓ แต่กัลปนี้ มีคน ๓ คน ชื่ออินท์ ในกัลปที่ ๗๒ แต่กัลปนี้ มีคน ๓ คน ชื่อสุมนะ ในกัลปที่ ๗๐ มีคน ๓ คน ชื่อวรุณ สมบูรณ์ ด้วยแก้ว ๗ ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ คุณ วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้ แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล. ทราบว่า ท่านพระสีหาสนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สีหาสนทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------