๑๐. โขมทายกเถราปทาน (๓๐)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสมํ โขมทายกตฺเถราปทานํ (๓๐)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ โขมทายกเถราปทานที่ ๑๐ (๓๐) ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้าโขมะ
|๓๒.๑๘๖| นคเร พนฺธุมติยา อโหสึ วาณิโช ตทา เตเนว ทารํ โปเสมิ โรเปมิ พีชสมฺปทํ ฯ |๓๒.๑๘๗| วีถิยํ ปฏิปนฺนสฺส วิปสฺสิสฺส มเหสิโน เอกํ โขมํ มยา ทินฺนํ กุสลตฺถาย สตฺถุโน ฯ |๓๒.๑๘๘| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ โขมํ อททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ โขมทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๓๒.๑๘๙| สตฺตวีเส อิโต กปฺเป เอโก สินฺธวสนฺทโน สตฺตรตนสมฺปนฺโน จาตุทฺทีปมฺหิ อิสฺสโร ฯ |๓๒.๑๙๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โขมทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ โขมทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ สุภูติ อุปวาโณ จ สรโณ สีลคาหโก อนฺนสํสาวโก ธูโป ปุฬิโน อุตฺติเยน จ ฯ อญฺชลี โขมทายี จ ทเสว ตติเย คเณ ปญฺจาสีติสตํ วุตฺตา คาถาโย สพฺพปิณฺฑิตา ฯ สุภูติวคฺโค ตติโย ฯ จตุตฺถํ ภาณวารํ ฯ ---------
เวลานั้น เราเป็นพ่อค้าอยู่ในนครพันธุมดี ด้วยการค้าขายนั้น เราได้เลี้ยง ดูภริยา และก่อสร้างกุศลสมบัติ เราต้องการกุศล ได้ถวายผ้าโขมะผืน หนึ่งแด่พระศาสดาพระนามว่าวิปัสสี ผู้ทรงแสวงหาคุณใหญ่หลวง เสด็จ ดำเนินอยู่ในถนน ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เวลานั้น เราได้ถวายผ้าโขมะ ใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลการถวายผ้าโขมะในกัลป ที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ เราเป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า สินธวสันทนะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโขมทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ โขมทายกเถราปทาน. ----------------------------------------------------- รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สุภูติเถราปทาน ๒. อุปวาณเถราปทาน ๓. ตีณิสรณาคมนิยเถราปทาน ๔. เบญจสีลสมาทานนิยเถราปทาน ๕. อันนสังสาวกเถราปทาน ๖. ธูปทายกเถราปทาน ๗. ปุฬินปูชกเถราปทาน ๘. อุตติยเถราปทาน ๙. เอกัญชลิกเถราปทาน ๑๐. โขมทายกเถราปทานคาถารวมทั้งหมดที่ท่านกล่าวไว้มี ๑๘๕ คาถา. จบ สุภูติวรรคที่ ๓. จบ ภาณวารที่ ๔. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] ๑๐. โขมทายกเถราปทาน ๑๐. โขมทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระโขมทายกเถระ (พระโขมทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพ่อค้าอาศัยอยู่ในกรุงพันธุมดี ได้เลี้ยงดูภรรยาด้วยการค้าขายนั้น และปลูกพืชสมบัติ
ข้าพเจ้าต้องการบุญกุศล จึงได้ถวายผ้าเปลือกไม้ผืนหนึ่ง แด่พระศาสดาทรงพระนามว่าวิปัสสี ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเสด็จดำเนินอยู่ที่ถนน
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายผ้าเปลือกไม้ไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าเปลือกไม้
ในกัปที่ ๒๗ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง พระนามว่าสินธวสันทนะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระโขมทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้โขมทายกเถราปทานที่ ๑๐ จบ สุภูติวรรคที่ ๓ จบบริบูรณ์ ภาณวารที่ ๔ จบ @เชิงอรรถ : @ พืชสมบัติ หมายถึงบุญมีทานและศีลเป็นต้น (ขุ.อป.อ. ๒/๑๘๔/๕๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๔๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓. สุภูติวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สุภูติเถราปทาน ๒. อุปวาณเถราปทาน ๓. ติสรณคมนิยเถราปทาน ๔. ปัญจสีลสมาทานิยเถราปทาน ๕. อันนสังสาวกเถราปทาน ๖. ธูปทายกเถราปทาน ๗. ปุฬินปูชกเถราปทาน ๘. อุตติยเถราปทาน ๙. เอกัญชลิกเถราปทาน ๑๐. โขมทายกเถราปทาน ในวรรคที่ ๓ มี ๑๐ เรื่องดังว่ามานี้ รวมคาถาทั้งหมดที่ท่านกล่าวไว้มี ๑๘๕ คาถา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๔๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓๐. อรรถกถาโขมทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระโขมทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า นคเร พนฺธุมติยา ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เลื่อมใสยิ่งในพระศาสนา นับถือพระรัตนตรัยว่าเป็นของของเรา ฟังธรรมในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี มีใจเลื่อมใส ได้กระทำการบูชาด้วยผ้าไหม.
ท่านได้กระทำผ้าไหมนั้นนั่นแลให้เป็นมูลค่า ทำบุญตลอดชีวิต จากนั้นก็บังเกิดในเทวโลก. เสวยทิพยสุขไปมาในเทวดา ๖ ชั้น จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว เสวยมนุษยสมบัติมีอย่างต่างๆ มีจักรพรรดิเป็นต้นในมนุษยโลก เมื่อบุญสมภารถึงความแก่รอบแล้ว บังเกิดในเรือนมีตระกูล ในพุทธุปบาทกาลนี้เจริญวัยแล้ว ฟังธรรมในสำนักของพระศาสดาได้ศรัทธาแล้วบรรพชา เจริญวิปัสสนา ไม่นานนักก็บรรลุพระอรหัต.
ท่านปรากฏโดยนามแห่งบุญที่ตนได้ทำไว้ว่า โขมทายกเถระ.
ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะแสดงปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า นคเร พนฺธุมติยา ดังนี้.
ในคำนั้น ญาติ ท่านเรียกว่าพันธุ พวกพ้องอยู่สืบต่อกันมาในนครใด นครนั้นท่านเรียกว่าพันธุมดี.
คำว่า โรเปมิ พีชสมฺปทํ ความว่า เราปลูก คือเริ่มตั้งพีชสมบัติ คือบุญมีทานและศีลเป็นต้น. จบอรรถกถาโขมทายกเถราปทาน จบอรรถกถาสุภูติวรรคที่ ๓ จบอรรถกถาจตุภาณวาร -----------------------------------------------------
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สุภูติเถราปทาน
๒. อุปวาณเถราปทาน
๓. ตีณิสรณาคมนิยเถราปทาน
๔. เบญจสีลสมาทานนิยเถราปทาน
๕. อันนสังสาวกเถราปทาน
๖. ธูปทายกเถราปทาน
๗. ปุฬินปูชกเถราปทาน
๘. อุตติยเถราปทาน
๙. เอกัญชลิกเถราปทาน
๑๐. โขมทายกเถราปทาน
คาถารวมทั้งหมดที่ท่านกล่าวไว้มี ๑๘๕ คาถา. จบ สุภูติวรรคที่ ๓. จบ ภาณวารที่ ๔. -----------------------------------------------------