๓. ปัจจาคมนิยเถราปทาน (๖๓)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตติยํ ปจฺจาคมนิยตฺเถราปทานํ (๖๓)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ปัจจาคมนิยเถราปทานที่ ๓ (๖๓) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกสาหร่าย
|๖๕.๑๓| สินฺธุยา นทิยา ตีเร จกฺกวาโก อหํ ตทา สุทฺธเสวาลภกฺโขหํ ปาเณสุ จ สุสญฺญโต ฯ |๖๕.๑๔| อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ คจฺฉนฺตํ อนิลญฺชเส ตุณฺเฑน สาลํ ปคฺคยฺห วิปสฺสิสฺสาภิโรปยึ ฯ |๖๕.๑๕| ยสฺส สทฺธา ตถาคเต อจลา สุปติฏฺฐิตา เตน จิตฺตปฺปสาเทน ทุคฺคตึ โส น คจฺฉติ ฯ |๖๕.๑๖| สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก วิหงฺคเมน สนฺเตน สุพีชํ โรปิตํ มยา ฯ |๖๕.๑๗| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๖๕.๑๘| สุจารุทสฺสนา นาม อฏฺเฐเต เอกนามกา กปฺเป สตฺตรเส อาสุํ จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๖๕.๑๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปจฺจาคมนิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ปจฺจาคมนิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในกาลนั้น เราเป็นนกจักรพรากอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำสินธู เรามีสาหร่ายล้วนๆ เป็นภักษาและสำรวมดีในสัตว์ทั้งหลาย เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจาก ธุลีเสด็จไปในอากาศ จึงเอาจะงอยปากคาบดอกสาหร่าย บูชาแด่พระผู้มี พระภาคพระนามว่าปัสสี ผู้ใดตั้งศรัทธาอันไม่หวั่นไหวไว้ด้วยดี ในพระ ตถาคตด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น ผู้นั้นจะไม่ไปสู่ทุคติ การที่เราได้มาใน สำนักพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐเป็นการมาดีหนอ เราเป็นนกจักรพรากได้ ปลูกพืชไว้ดีแล้ว ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราบูชาพระผู้มีพระภาคด้วย ดอกไม้ใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๑๗ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ พระองค์ มีพลมาก ทรงพระนาม เดียวกันว่าสุจารุทัสสนะ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปัจจาคมนียเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปัจจาคมนียเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. ปัจจาคมนิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระปัจจาคมนิยเถระ (พระปัจจาคมนิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นนกจักรพาก อยู่ที่ฝั่งแม่น้ำสินธุ ข้าพเจ้ากินสาหร่ายล้วนๆ และระมัดระวังอย่างดีในกรรมชั่วทั้งหลาย
ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้ปราศจากธุลีคือกิเลส เสด็จไปในอากาศ จึงคาบดอกสาละ บูชาพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี
ผู้มีศรัทธาตั้งมั่นด้วยดีไม่หวั่นไหวไว้ในพระตถาคต จะไม่ไปเกิดยังทุคติเลย ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น
การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ ข้าพเจ้าเป็นนกได้ปลูกพืช(กุศล)ที่ดีไว้แล้ว
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๐๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๗. สกจิตตนิยวรรค] ๔. ปรัปปสาทกเถราปทาน
ในกัปที่ ๑๗ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ ชาติ พระนามว่าสุจารุทัสสนะ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระปัจจาคมนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ปัจจาคมนิยเถราปทานที่ ๓ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖๓. อรรถกถาปัจจาคมนิยเถราปทาน
อปทานของพระท่านปัจจาคมนิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า สินฺธุยา นทิยา ตีเร ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี บังเกิดในกำเนิดแห่งนกจักรพราก ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธุคงคา ไม่กินสัตว์มีชีวิต เพราะตนประกอบด้วยบุญสมภารในกาลก่อน กินแต่สาหร่ายเท่านั้นเที่ยวไป.
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี เมื่อทรงกระทำอนุเคราะห์แก่สัตว์ ได้เสด็จไปในที่นั้น.
ขณะนั้น นกจักรพรากนั้นเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้ารุ่งเรืองอยู่ มีใจเลื่อมใส เด็ดดอกสาหร่ายจากต้นสาหร่ายมาบูชา ด้วยความเลื่อมใสแห่งจิตนั้นเอง ท่านจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว เกิดในเทวโลก เสวยสมบัติในฉกามาวจรสวรรค์ไปๆ มาๆ จุติจากอัตภาพนั้นแล้วเกิดในมนุษยโลก เสวยสมบัติมีจักรพรรดิสมบัติเป็นต้น.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ท่านปรากฏโดยนามแห่งบุญในกาลก่อนว่า ปัจจาคมนิยเถระ เพราะเหตุที่ตนเป็นนกจักรพราก เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ไปในที่บางแห่งก็นำดอกไม้มาบูชา.
ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สินฺธุยา นทิยา ตีเร
ความว่า ชื่อว่า สินธุ เพราะกระทำเสียงว่า สิ ให้เคลื่อนไหวอยู่ ให้หวั่นไหวอยู่. ชื่อว่า นทิ เพราะกระทำเสียงให้บันลือไป.
บทว่า จกฺกวาโก อหํ ตทา ความว่า ชื่อว่าจักกวากะ เพราะแล่นไปคือไปในน้ำ บนบกหรือบินไปในอากาศ เร็วเหมือนนกจักรพรากไปได้เร็วฉะนั้น.
อธิบายว่า ในกาลนั้นคือในกาลที่ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี เราได้เป็นนกจักรพราก.
บทว่า สุทฺธเสวาลภกฺโขหํ ความว่า ข้าพระองค์เคี้ยวกินเฉพาะสาหร่ายที่บริสุทธิ์ เพราะไม่เจือด้วยอาหารอื่นอยู่.
บทว่า ปาเปสุ จ สุสญฺญโต ข้าพระองค์เป็นผู้สำรวมด้วยดี คือสำรวมศึกษาด้วยดีในการทำบาป ด้วยอำนาจวาสนาในกาลก่อน.
บทว่า อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ ความว่า ข้าพระองค์ได้เห็นคือได้เฝ้าพระพุทธเจ้า ผู้ไม่มีธุลีคือไม่มีกิเลส เพราะเว้นจากราคะ โทสะ โมหะ.
บทว่า อจฺฉนฺตํ อนิลญฺชเส ความว่า ซึ่งพระพุทธเจ้าผู้เสด็จไปอยู่บนทางแห่งอากาศอันไม่มีร่องรอย.
อธิบายว่า ข้าพระองค์ได้ประคอง คือคาบเอาดอกสาหร่ายด้วยปากของข้าพระองค์ ได้ปลูกความยินดียิ่งต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี คือได้บูชาแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า.
คำที่เหลือมีอรรถรู้ได้ง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาปัจจาคมนิยเถราปทาน -----------------------------------------------------