๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน (๔๔)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ สนฺนิฏฺฐาปกตฺเถราปทานํ (๔๔)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สันนิฏฐาปกเถราปทานที่ ๔ (๔๔) ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลแฟง
|๔๖.๗๐| อญฺเญ กุฏิกํ กตฺวา วสามิ ปพฺพตนฺตเร ลาภาลาเภน สนฺตุฏฺโฐ ยเสน อยเสน จ ฯ |๔๖.๗๑| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ภิกฺขุสตสหสฺเสหิ อาคญฺฉิ มม สนฺติเก ฯ |๔๖.๗๒| อุปาคตํ มหานาคํ ชลชุตฺตมนามกํ ติณสนฺถรํ ปญฺญาเปตฺวา อทาสึ สตฺถุโน อหํ ฯ |๔๖.๗๓| ปสนฺนจิตฺโต สุมโน อามณฺฑํ ปานิยญฺจหํ อทาสึ อุชุภูตสฺส วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ |๔๖.๗๔| กปฺเป อิโต สตสหสฺเส ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อามณฺฑสฺส อิทํ ผลํ ฯ |๔๖.๗๕| เอกตาฬีสกปฺปมฺหิ เอโก อาสิ อรินฺทโม สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๔๖.๗๖| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สนฺนิฏฺฐาปโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สนฺนิฏฺฐาปกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราทำกระท่อมไว้ในป่า อยู่ในระหว่างภูเขา ยินดีด้วยลาภและความเสื่อม ลาภ ด้วยยศและความเสื่อมยศ พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระผู้รู้ แจ้งโลก ผู้ควรรับเครื่องบูชา เสด็จมาในสำนักเราพร้อมด้วยภิกษุ ๑ แสน เมื่อพระมหานาคทรงพระนามว่าปทุมุตระ ผู้อุดมเสด็จเข้ามา เราได้ปูลาด เครื่องลาดหญ้าถวายแด่พระศาสดา เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ ถวายผลแฟงและน้ำฉันแด่พระผู้มีพระภาคผู้ซื่อตรง ด้วยใจอันผ่องใส ในแสนกัลปแต่กัลปนี้ เราได้ถวายทานใด ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติ เลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลแฟง ในกัลปที่ ๔๑ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ พระองค์หนึ่ง พระนามว่าอรินทมะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี พลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสันนิฏฐาปกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สันนิฏฐาปกเถราปทาน. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสันนิฏฐาปกเถระ (พระสันนิฏฐาปกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าสร้างกระท่อมอยู่ในป่า ในระหว่างภูเขา สันโดษตามมีตามได้ด้วยยศและความเสื่อมยศ
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา เสด็จมายังสำนักของข้าพเจ้าพร้อมด้วยภิกษุ ๑๐๐,๐๐๐ รูป
พระผู้มีพระภาคผู้มหานาคพระนามว่าปทุมุตตระ เสด็จเข้ามา ข้าพเจ้าเห็นแล้วให้ปูลาดเครื่องลาดหญ้าถวายพระศาสดา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๕. ปัญจหัตถิยเถราปทาน
ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ถวายผลแฟงและน้ำฉันแด่พระผู้มีพระภาค ผู้ซื่อตรงด้วยทั้งจิตที่ผ่องใส
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลแฟง
ในกัปที่ ๔๑ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่งพระนามว่าอรินทมะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสันนิฏฐาปกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สันนิฏฐาปกเถราปทานที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔๔. อรรถกถาสันนิฏฐาปกเถราปทาน
อปทานของท่านพระสันนิฏฐาปกเถระมีคำเริ่มต้นว่า อรญฺเญ กุฏิกํ กตฺวา ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในการแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดในเรือนมีตระกูล บรรลุนิติภาวะแล้ว ถูกตบแต่งให้มีเหย้าเรือน เห็นโทษในการครองเรือน ละวัตถุกามและกิเลสกาม ไปอยู่ป่าระหว่างภูเขาไม่ไกลหิมวันตบรรพต.
ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระเสด็จถึงที่นั้น เพราะเป็นผู้ใคร่ต่อการสงัด.
ลำดับนั้น ดาบสนั้นเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า มีใจผ่องใส ไหว้แล้ว ได้ลาดหญ้าถวายเพื่อประทับนั่ง. ให้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ประทับนั่งในที่นั้น เสวยผลาผลมีผลมะพลับเป็นต้นอันมีรสอร่อยเป็นอเนก. ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ท่องเที่ยวไปๆ มาๆ ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เสวยสมบัติทั้งสอง บังเกิดในเรือนมีตระกูลนี้ ถึงพร้อมด้วยศรัทธา บวชแล้ว เจริญวิปัสสนาไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ท่านปรากฏนามว่า สันนิฏฐาปกเถระ เพราะตั้งอยู่ด้วยดีในพระนิพพาน กล่าวคือสันติบท (บทอันสงบ) โดยปราศจากอุตสาหะทีเดียว เหมือนในเวลาบรรลุพระอรหัตขณะจดมีดโกนปลงผม.
ก็เมื่อท่านบรรลุพระอรหัตแล้ว ระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อรญฺเญ กุฏิกํ กตฺวา ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อรญฺเญ ความว่า เพราะกลัวแต่สีหะและเสือโคร่งเป็นต้น มนุษย์ทั้งหลายไม่กำหนัด ไม่ขัดเคือง ไม่ติดในที่นั้น เหตุนั้นที่นั้นจึงชื่อว่าอรัญญะ. ในอรัญญะ (ในป่า) นั้น.
บทว่า กุฏิกํ ความว่า เรากระทำกระท่อมมุงด้วยหญ้าอยู่ คือสำเร็จการอยู่ในระหว่างภูเขา.
เชื่อมความว่า เรายินดีอยู่ ด้วยลาภและด้วยความไม่มีลาภ ด้วยยศและด้วยความไม่มียศ.
บทว่า ชลชุตฺตมนามกํ ความว่า ดอกบัวอันเกิดในน้ำ ชื่อว่าชละ, คือปทุม ดอกบัวอันเกิดในน้ำอันสูงสุด ชื่อว่าชลชุตตมะ ชื่ออันเสมอด้วยดอกบัวอันเกิดในน้ำอันสูงสุดของผู้ใดมีอยู่ ผู้นั้นชื่อว่าผู้มีชื่อเสมือนดอกบัวที่เกิดในน้ำอันสูงสุด ซึ่งพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นผู้มีพระนามเสมือนกับด้วยดอกบัวที่เกิดในน้ำอันสูงสุด.
คำที่เหลือมีอรรถรู้ได้ง่ายทั้งนั้น เพราะประกอบด้วยนัยอันมาแล้วในพระบาลีแล. จบอรรถกถาสันนิฏฐาปกเถราปทานที่ ๔ -----------------------------------------------------