๒. ญาณสัญญิกเถราปทาน (๑๐๒)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยํ ญาณสญฺญิกตฺเถราปทานํ (๑๐๒)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ญาณสัญญิกเถราปทานที่ ๒ (๑๐๒) ว่าด้วยผลแห่งการยังจิตให้เลื่อมใสถวายบังคม
|๑๐๔.๗| สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ นิสภาชานิยํ ยถา ติธาปฺปภินฺนํ มาตงฺคํ กุญฺชรํว มเหสินํ ฯ |๑๐๔.๘| โอภาเสนฺตํ ทิสา สพฺพา สาลราชํว ปุปฺผิตํ รถิยา ปฏิปชฺชนฺตํ โลกเชฏฺฐํ นรุตฺตมํ ฯ |๑๐๔.๙| ญาเณ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ปคฺคเหตฺวาน อญฺชลึ ปสนฺนจิตฺโต สุมโน สิทฺธตฺถํ อภิวาทยึ ฯ |๑๐๔.๑๐| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ญาณสญฺญายิทํ ผลํ ฯ |๑๐๔.๑๑| เตสตฺตติมฺหิโต กปฺเป โสฬสาสุํ นรุตฺตมา สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๐๔.๑๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ญาณสญฺญิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ญาณสญฺญิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทอง ผู้องอาจดุจม้าอาชาไนย ดังช้างมาตังคะตกมัน ๓ ครั้ง ผู้แสวงหาคุณยิ่งใหญ่ ทรงยังทิศทั้งปวงให้ สว่างไสว เหมือนพระยารัง มีดอกบาน เป็นเชษฐบุรุษของโลก สูงสุด กว่านระ เสด็จดำเนินไปในถนน จึงยังจิตให้เลื่อมใสในพระญาณ ประ นมอัญชลี มีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค พระ นามว่าสิทธัตถะ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระญาณ ใน กัลปนี้ ๗๓ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์ มีพระนามว่า นรุตตมะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระญาณสัญญิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ญาณสัญญิกเถราปทาน
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. ญาณสัญญิกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระญาณสัญญิกเถระ (พระญาณสัญญิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ ดุจม้าอาชาไนยตัวองอาจ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ดุจช้างมาตังคะตกมัน ๓ แห่ง
ทรงทำทิศทั้งปวงให้สว่างไสว ดุจดวงจันทร์ในวันเพ็ญ เป็นผู้เจริญที่สุดในโลก กำลังเสด็จดำเนินอยู่บนถนน
ข้าพเจ้าได้เห็นแล้วจึงทำจิตให้เลื่อมใสในพระญาณแล้ว ประคองอัญชลี มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งความทรงจำในพระญาณ
ในกัปที่ ๗๓ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ ชาติ พระนามว่านรุตตมะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๕๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๑. ภิกขทายิวรรค] ๓. อุปปลหัตถิยเถราปทาน
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระญาณสัญญิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ญาณสัญญิกเถราปทานที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐๒. อรรถกถาญาณสัญญิกเถราปทาน
อปทานของท่านพระญาณสัญญิกเถระมีคำเริ่มต้นว่า สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ ดังนี้.
อะไรเป็นอุปัตติเหตุ?
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วเกิดศรัทธา มีความเอื้อเฟื้อ มีความอาลัยในการฟังพระสัทธรรม ส่งญาณไปตามกระแสพระธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า เลื่อมใสญาณของพระผู้มีพระภาคเจ้า เพราะความที่ตนเป็นผู้หนักในเสียง กระทำการนอบน้อมด้วยองค์ ๕ และองค์ ๘ แล้วหลีกไป.
ท่านจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว เกิดในเทวโลก เสวยทิพยสมบัติในฉกามาวจรเทวโลกนั้น จุติจากเทวโลกนั้น เกิดในมนุษยโลก เสวยจักรพรรดิสมบัติเป็นต้น อันเป็นเลิศในมนุษย์โลกนั้น.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่งอันสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ เจริญวัยแล้วเลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สุวณฺณวณฺณํ สมฺพุทฺธํ ดังนี้.
คำนั้นมีอรรถดังกล่าวแล้วนั้นแล.
บทว่า นิสภาชานิยํ ยถา ความว่า เป็นโคผู้องอาจประเสริฐกว่าโคตั้งแสนตัว. ชื่อว่านิสภาชานิยะ เพราะเป็นโคผู้ประเสริฐและสูงสุด.
อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมเป็นเหมือนโคผู้ตัวประเสริฐฉะนั้น.
ท่านกล่าวไว้อย่างนั้นด้วยอำนาจบัญญัติ รู้กันตามวิสัยแห่งโลก เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เปรียบมิได้.
คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาญาณสัญญิกเถราปทาน -----------------------------------------------------