๑. สุธาปิณฑิยเถราปทาน (๙๑)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสโม สุธาวคฺโค ปฐมํ สุธาปิณฺฑิยตฺเถราปทานํ (๙๑)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สุธาวรรคที่ ๑๐ สุธาปิณฑิยเถราปทานที่ ๑ (๙๑) ว่าด้วยผลบุญของผู้บูชาไม่อาจนับได้
|๙๓.๑| ปูชารเห ปูชยโต พุทฺเธ ยทิจ สาวเก ปปญฺจสมติกฺกนฺเต ติณฺณโสกปริทฺทเว ฯ |๙๓.๒| เต ตาทิเส ปูชยโต นิพฺพุเต อกุโตภเย น สกฺกา ปุญฺญํ สงฺขาตุํ อิเมตฺตมปิ เกนจิ ฯ |๙๓.๓| จตุนฺนมฺปิ จ ทีปานํ อิสฺสรํ โยธ การเย เอติสฺสา ปูชนาเยตํ กลํ นาคฺฆติ โสฬสึ ฯ |๙๓.๔| สิทฺธตฺถสฺส นรคฺคสฺส เจติเย อิฏฺฐกนฺตเร สุธาปิณฺโฑ มยา ทินฺโน วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ |๙๓.๕| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปฏิสงฺขารสฺสิทํ ผลํ ฯ |๙๓.๖| อิโต ตึสติกปฺปมฺหิ ปฏิสงฺขารสวฺหยา สตฺตรตนสมฺปนฺนา เตรส จกฺกวตฺติโน ฯ |๙๓.๗| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุธาปิณฺฑิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สุธาปิณฺฑิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ใครๆ ไม่อาจจะนับบุญของบุคคลผู้บูชา พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า หรือพระสาวก ผู้สมควรบูชา ผู้ล่วงธรรมเครื่องให้เนิ่นช้า ผู้ข้ามความโศก และความร่ำไรแล้ว ว่าบุญนี้มีประมาณเท่านี้ได้ ใครๆ ไม่อาจจะนับบุญ ของบุคคลผู้บูชาปูชารหบุคคลเหล่านั้น เช่นนั้น ผู้ดับแล้ว ไม่มีภัย แต่ ที่ไหนๆ ว่าบุญนี้มีประมาณเท่านี้ได้ การที่บุคคลในโลกนี้ พึงให้ทำความ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ นี้ ไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการบูชานี้ เรามีใจผ่องใส ได้ใส่ก้อนปูนขาวในระหว่างแผ่นอิฐ ที่พระเจดีย์ แห่งพระผู้มีพระภาค พระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เลิศกว่านระ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ทำ กรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ ปฏิสังขรณ์ ในกัลปที่ ๓๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๓ พระองค์ ทรงพระนามว่าปฏิสังขาระ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด แล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสุธาปิณฑิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สุธาปิณฑิยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๐. สุธาวรรค] ๑. สุธาปิณฑิยเถราปทาน ๑๐. สุธาวรรค หมวดว่าด้วยพระสุธาปิณฑิยะเป็นต้น ๑. สุธาปิณฑิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสุธาปิณฑิยเถระ (พระสุธาปิณฑิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
สำหรับบุคคลผู้บูชาพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า หรือสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ควรบูชา ผู้ล่วงพ้นกิเลสเป็นเหตุเนิ่นช้า ข้ามความเศร้าโศกและความร่ำไรได้แล้ว
(และ)สำหรับบุคคลผู้บูชาผู้ควรบูชาเหล่านั้น ผู้เช่นนั้น ผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ ซึ่งนิพพานแล้ว ใครๆ ไม่อาจนับบุญได้ว่า บุญนี้มีประมาณเท่านี้
การที่บุคคลในโลกนี้ พึงครองความเป็นใหญ่แห่งทวีปทั้ง ๔ นั้นก็ยังไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการบูชานี้เลย
ข้าพเจ้ามีใจผ่องใส ได้ใส่ก้อนปูนขาวไว้ในระหว่างแผ่นอิฐที่พระเจดีย์ แห่งพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เป็นนระผู้เลิศ
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการปฏิสังขรณ์ @เชิงอรรถ : @ กิเลสเป็นเหตุเนิ่นช้าหมายถึง ตัณหา มานะ ทิฏฐิ (ที.ม.อ. ๒/๓๓๖)@ ทวีปทั้ง ๔ หมายถึง ชมพูทวีป อปรโคยานทวีป อุตตรกุรุทวีป ปุพพวิเทหทวีป (ขุ.อป.อ. ๒/๓/๑๓๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๓๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๐. สุธาวรรค] ๒. สุปีฐิยเถราปทาน
ในกัปที่ ๓๐ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๓ ชาติ พระนามว่าปฏิสังขาระ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสุธาปิณฑิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สุธาปิณฑิยเถราปทานที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สุธาวรรคที่ ๑๐ ๙๑. อรรถกถาสุธาปิณฑิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระสุธาปิณฑิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปูชารเห ปูชยโต ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ไม่สามารถจะบำเพ็ญบุญได้ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว เมื่อมหาชนพากันก่อพระเจดีย์เพื่อบรรจุพระธาตุของพระผู้มีพระภาคเจ้า ท่านใส่ก้อนปูนขาวก่อเจดีย์นั้น.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านไม่เห็นอบาย ๔ ในระหว่างนี้ จำเดิมแต่กัป ๙๔ เสวยเทวสมบัติ.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานก็เป็นพระอรหันต์.
ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทานของตน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปูชารเห ปูชยโต ดังนี้.
ในคำเหล่านี้มีอธิบายดังต่อไปนี้.
พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอริยสาวก อาจารย์ อุปัชฌาย์ มารดา บิดา และครูเป็นต้น ชื่อว่าปูชารหบุคคล (บุคคลที่ควรบูชา) ใครๆ ไม่สามารถจะทำการนับส่วนแห่งบุญที่บุคคลบูชาแล้วในปูชารหบุคคลเหล่านั้นด้วยสักการะมีระเบียบดอกไม้ดอกปทุม ผ้า เครื่องอาภรณ์และปัจจัย ๔ เป็นต้น ด้วยทรัพย์ตั้งแสนเป็นต้น แม้ด้วยอานุภาพอันใหญ่ได้ มิใช่เพียงบูชาพระพุทธเจ้าเป็นต้น ผู้ยังทรงพระชนม์อยู่อย่างเดียวเท่านั้น แม้บูชาในพระเจดีย์ พระปฏิมาและต้นโพธิ์เป็นต้นของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้แม้ปรินิพพานไปแล้ว ก็นัยนี้เหมือนกัน.
เพื่อจะแสดงเรื่องนั้น จึงกล่าวคำมีอาทิว่า จตุนฺนมฺปิ จ ทีปานํ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จตุนฺนมฺปิ ทีปานํ ความว่า พึงรวมทวีปทั้ง ๔ กล่าวคือ ชมพูทวีป อมรโคยานทวีป อุตตรกุรุทวีปและบุพพวิเทหทวีป และทวีปน้อย ๒,๐๐๐ อันรวมอยู่ในทวีปทั้ง ๔ นั้นเข้าเป็นอันเดียวกัน แล้วพึงกระทำความอิสระ คือความเป็นพระราชาผู้จักรพรรดิในห้องแห่งจักรวาลทั้งสิ้น.
บทว่า เอกิสฺสา ปูชนาเยตํ ความว่า นี้เป็นทรัพย์ทั้งสิ้นมีรัตนะ ๗ เป็นต้น ในชมพูทวีปทั้งสิ้นแห่งการบูชาอันหนึ่ง ที่กระทำไว้ในห้องพระธาตุคือพระเจดีย์.
บทว่า กลํ นาคฺฆติ โสฬสึ ความว่า ไม่ถึงส่วนที่ ๑๖ ที่จำแนกไว้ ๑๖ ครั้งแห่งการบูชาที่กระทำไว้ในพระเจดีย์.
บทว่า สิทฺธตฺถสฺส ฯเปฯ ผลิตนฺตเร ความว่า ในระหว่าง คือในท่ามกลางแห่งแผ่นอิฐทั้งสองที่กำหนด ที่มหาชนพากันฉาบด้วยปูนขาวที่ห้องเป็นที่บรรจุพระธาตุ ในพระเจดีย์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะผู้เลิศประเสริฐกว่านระ.
อีกอย่างหนึ่ง เชื่อมความว่า เราได้ใส่ก้อนปูนขาวลงในระหว่างที่เป็นที่ถวายดอกไม้.
คำที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาสุธาปิณฑิยเถราปทาน -----------------------------------------------------