๒. ถัมภาโรปกเถราปทาน (๑๔๒)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยํ ถมฺภาโรปกตฺเถราปทานํ (๑๔๒)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ถัมภาโรปกเถราปทานที่ ๒ (๑๔๒) ว่าด้วยผลแห่งการยกเสาธง
|๑๔๔.๕| นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ธมฺมทสฺสีนราสเภ อาโรเปสึ ธชตฺถมฺภํ พุทฺธเสฏฺฐสฺส เจติเย ฯ |๑๔๔.๖| นิสฺเสณึ มาปยิตฺวาน ถูปเสฏฺฐํ สมารุหํ ชาติปุปฺผํ คเหตฺวาน ถูปมฺหิ อภิโรปยึ ฯ |๑๔๔.๗| อโห พุทฺธา อโห ธมฺมา อโห โน สตฺถุสมฺปทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ถูปปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๔๔.๘| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ถูปสิขสนามกา โสฬสาสึสุ ราชาโน จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๔๔.๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ถมฺภาโรปโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ถมฺภาโรปกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าธรรมทัสสี ผู้ประเสริฐกว่านระ นิพพานแล้ว เราได้ยกเสาธงขึ้นไว้ที่เจดีย์ แห่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ให้นายช่าง สร้างบันไดสำหรับประชาชน จะได้ขึ้นสู่สถูปอันประเสริฐ แล้วถือเอา ดอกมะลิไปโปรยบูชาที่พระสถูป โอ พระพุทธเจ้า โอ พระธรรม โอ ความถึงพร้อมแห่งพระศาสดาหนอ เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง การบูชาพระสถูป ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ได้ มีพระเจ้าจักรพรรดิราช ๑๖ พระองค์ ทรงพระนามว่า ถูปสิขะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ- พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระถัมภาโรปกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ถัมภาโรปกเถราปทาน
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] ๒. ถัมภาโรปกเถราปทาน ๒. ถัมภาโรปกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระถัมภาโรปกเถระ (พระถัมภาโรปกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อพระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นที่พึ่ง ของสัตว์โลกพระนามว่าธัมมทัสสี ทรงองอาจกว่านรชน เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ข้าพเจ้าได้ยกเสาธงขึ้นไว้ ที่เจดีย์ของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
ข้าพเจ้าให้นายช่างสร้างบันได แล้วขึ้นสู่พระสถูปที่ประเสริฐ ได้ถือดอกมะลิไปบูชาที่พระสถูป
ช่างน่าอัศจรรย์ พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ช่างน่าอัศจรรย์ พระธรรมทั้งหลาย ช่างน่าอัศจรรย์ การที่ข้าพเจ้าได้มาประจวบพระศาสดา ข้าพเจ้าจึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระสถูป
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ ชาติ มีพระนามว่าถูปสิขะ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระถัมภาโรปกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ถัมภาโรปกเถราปทานที่ ๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๐๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๔๒. อรรถกถาถัมภาโรปกเถราปทาน
อปทานของท่านพระถัมภาโรปกเถระมีคำเริ่มต้นว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าธัมมทัสสี ได้เกิดในเรือนอันมีสกุล มีศรัทธาเลื่อมใส.
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว ได้ปักเสายกธงไว้ที่ห้องพระบรมธาตุ (พระเจดีย์) ของพระผู้มีพระภาคเจ้า. ได้ร้อยดอกมะลิเป็นอันมากขึ้นไปบนบันไดแล้วบูชา.
เขาดำรงชีวิตอยู่ตลอดอายุ ทำกาละแล้วได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติในโลกทั้งสองจนครบถ้วนแล้ว.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือนอันมีสกุลแห่งหนึ่ง ตั้งแต่เริ่มเป็นหนุ่มมาก็เป็นผู้ควรแก่การบูชา มีศรัทธาเกี่ยวเนื่องกับพระศาสนา จึงได้บวชแล้ว ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ความว่า ก็เมื่อพระศาสดาผู้ทรงเป็นนาถะ ทรงเป็นประธาน ทรงเป็นที่พึ่งอาศัยของชาวโลกทั้งสิ้น ปรินิพพานแล้วด้วยขันธปรินิพพาน ล่วงลับดับไปมองไม่เห็น คล้ายกับแสงประทีปที่ดับไปแล้วฉะนั้น.
บทว่า ธมฺมทสฺสีนราสเภ มีรูปวิเคราะห์ว่า
ชื่อว่าธัมมทัสสี เพราะย่อมได้เห็นสัจธรรม ๔ ประการ (อริยสัจ ๔).
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าธัมมทัสสี เพราะมีปกติได้เห็น ได้เห็นประจักษ์แจ้งซึ่งโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการมีสติปัฏฐานเป็นต้น.
ชื่อว่านราสโภ เพราะอาจหาญ ประเสริฐสูงสุดกว่านรชนทั้งหลาย.
ธัมมทัสสีศัพท์ ๑ นราสภะศัพท์ ๑ รวมเป็นธัมมทัสสีนราสภะ.
ในพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าธัมมทัสสี ผู้ประเสริฐกว่านรชน พระองค์นั้น.
บทว่า อาโรเปสึ ธชํ ถมฺภํ ความว่า เราได้ปักเสาที่ห้องพระเจดีย์ ยกธงไว้ที่เสานั้น ผูกประดิษฐานไว้แล้ว.
บทว่า นิสฺเสณึ มาปยิตฺวาน มีรูปวิเคราะห์ว่า
ชนทั้งหลายย่อมไป ย่อมเดินไป ย่อมขึ้นไปอาศัยบนสิ่งนั้น เหตุนั้น สิ่งนั้นจึงชื่อว่าบันได.
เชื่อมความว่า เราได้ให้ช่างสร้างบันไดสำหรับประชาชนจะได้ขึ้นไปยังสถูปอันประเสริฐได้.
บทว่า ชาติปุปฺผํ คเหตฺวาน มีวิเคราะห์ว่า
ชื่อว่าชาติสุมนะ เพราะเมื่อดอกไม้เกิดขึ้นแล้ว ย่อมทำความดีใจให้แก่ชนทั้งหลาย คือดอกมะลินั่นเอง. ในเมื่อควรจะกล่าวว่า ชาติสุมนปุปผะ เพื่อสะดวกแก่การผูกคาถา ท่านจึงกล่าวไว้ว่า ชาติปุปผะ เพราะลบสุมนะศัพท์ออกเสีย.
ความว่า เก็บดอกมะลินั้นร้อยแล้วยกขึ้นไว้บนสถูป ครั้นยกขึ้นแล้วก็บูชา.
คำที่เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้เองแล. จบอรรถกถาถัมภาโรปกเถราปทาน -----------------------------------------------------