อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๐

๘. รัฐปาลเถราปทาน (๑๘)

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 15 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อฏฺฐมํ รฏฺฐปาลตฺเถราปทานํ (๑๘)

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ รัฐปาลเถราปทานที่ ๘ (๑๘) ว่าด้วยผลแห่งการถวายช้าง

ข้อ ๒๐

|๒๐.๙๖| ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน วรนาโค มยา ทินฺโน อีสาทนฺโต อุรุฬฺหโว ฯ |๒๐.๙๗| เสตจฺฉตฺโตปเสธิโต สาถพฺพโณ สหตฺถิโป อคฺฆาเปตฺวาน ตํ สพฺพํ สงฺฆารามํ อการยึ ฯ |๒๐.๙๘| จตุปญฺญาสสหสฺสานิ ปาสาเท การยึ อหํ มโหฆทานํ กริตฺวาน นิยฺยาเทสึ มเหสิโน ฯ |๒๐.๙๙| อนุโมทิ มหาวีโร สยมฺภู อคฺคปุคฺคโล สพฺเพ ชเน หาสยนฺโต เทเสสิ อมตํ ปทํ ฯ |๒๐.๑๐๐| ตํ เม พุทฺโธ วิยากาสิ ชลทุตฺตมนายโก ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๒๐.๑๐๑| จตุปญฺญาสสหสฺสานิ ปาสาเท การยิ อยํ กถยิสฺสามิ วิปากํ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๒๐.๑๐๒| อฏฺฐารสสหสฺสานิ กูฏาคารา ภวิสฺสเร พฺยมฺหุตฺตมมฺหิ นิพฺพตฺตา สพฺพโสณฺณมยา จ เต ฯ |๒๐.๑๐๓| ปญฺญาสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ อฏฺฐปญฺญาสกฺขตฺตุํ จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๒๐.๑๐๔| กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๒๐.๑๐๕| เทวโลกา จวิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต ผีเต กุเล มหาโภเค นิพฺพตฺติสฺสติ ตาวเท ฯ |๒๐.๑๐๖| โส ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต รฏฺฐปาโลติ นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวโก ฯ |๒๐.๑๐๗| ปธานํ ปหิตตฺโต โส อุปสนฺโต นิรูปธิ สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว ฯ |๒๐.๑๐๘| อุฏฺฐาย อภินิกฺขมฺม ชหิตฺวา โภคสมฺปทา เขฬปิณฺเฑว โภคมฺหิ เปมํ มยฺหํ น วชฺชติ ฯ |๒๐.๑๐๙| วิริยํ เม ธุรโธรยฺหํ โยคกฺเขมาธิวาหนํ ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน ฯ |๒๐.๑๑๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา รฏฺฐปาโล เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ รฏฺฐปาลตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

เราได้ถวายช้างตัวประเสริฐ มีงางอนงามควรเป็นราชพาหนะพร้อมทั้งลูก ช้างอันงามมีเครื่องหัตถาลังการ กั้นฉัตรขาวแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่า ปทุมุตระ เชษฐบุรุษของโลกผู้คงที่ เราซื้อสถานที่นั้นทั้งหมดแล้ว ได้ให้ สร้างอารามถวายแก่สงฆ์ ได้ให้สร้างปราสาทไว้ภายในวิหารนั้น ๕๔,๐๐๐ หลัง ได้ทำทานดังห้วงน้ำใหญ่แล้ว มอบถวายแด่พระพุทธเจ้า พระ สยัมภูมหาวีรเจ้าผู้เป็นอัครบุคคล ทรงอนุโมทนา ทรงยังชนทั้งหมดให้ ร่าเริง ทรงแสดงอมตบท พระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกพระนามว่าปทุมุตระ ทรงทำผลบุญที่เราทำแล้วนั้นให้แจ้งชัดแล้ว ประทับนั่ง ณ ท่ามกลางภิกษุ สงฆ์ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้นี้ได้ให้สร้างปราสาท ๕๔,๐๐๐ หลัง เราจักแสดงวิบากของผู้นี้ ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว กูฏาคารหมื่นแปดพัน จักมีแก่ผู้นี้ และกูฏาคารเหล่านั้นสำเร็จด้วยทองล้วน เกิดในวิมานอัน อุดม ผู้นี้จักเป็นจอมเทวดาเสวยเทวรัชสมบัติ ๕๐ ครั้ง และจักเป็นพระเจ้า จักรพรรดิ ๕๘ ครั้ง ในกัลปที่แสน พระศาสดาพระนามว่าโคดมโดยพระ โคตรซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นี้อัน กุศลมูลตักเตือนแล้ว จักเคลื่อนจากเทวโลก ไปบังเกิดในสกุลที่เจริญมี โภคสมบัติมาก ภายหลัง เขาอันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักบวช จักได้ เป็นสาวกของพระศาสดา มีนามว่ารัฐปาละ เขามีตนส่งไปแล้ว เพื่อ ความเพียรสงบระงับ ไม่มีอุปธิ จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มี อาสวะนิพพาน เราลุกขึ้นแล้ว ละโภคสมบัติออกบวช ความรักในโภค- สมบัติเหมือนก้อนเขฬะไม่มีแก่เรา เรามีความเพียรอันนำธุระไป อันนำ มาซึ่งธรรมเป็นเดนเกษมจากโยคะ เราทรงไว้ซึ่งกายอันมีในที่สุดในศาสนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล. ทราบว่า ท่านพระรัฐปาลเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ รัฐปาลเถราปทาน. -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๘. รัฏฐปาลเถราปทาน ๘. รัฏฐปาลเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระรัฏฐบาลเถระ (พระรัฏฐบาลเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๙๗

ช้างเชือกประเสริฐ มีงางอนงาม ควรเป็นพระราชพาหนะ ข้าพเจ้าถวายแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่

ข้อ ๙๘

ช้างนั้น เขากั้นเศวตฉัตรให้งดงาม พร้อมทั้งหมอขมังเวท พร้อมทั้งนายควาญช้าง ข้าพเจ้าให้ตีราคาช้างพร้อมทั้งสิ่งของนั้นทั้งหมดแล้ว ได้ให้สร้างสังฆารามถวาย

ข้อ ๙๙

ข้าพเจ้าได้ให้สร้างปราสาท ๕๔,๐๐๐ หลัง(ไว้ภายในวัด) ได้บำเพ็ญทานดังห้วงน้ำใหญ่แล้วมอบถวายแด่พระผู้มีพระภาค ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ข้อ ๑๐๐

พระผู้มีพระภาคผู้มีความเพียรมาก ผู้เป็นพระสยัมภู ทรงเป็นบุคคลผู้เลิศ ทรงอนุโมทนา แสดงอมตบทให้ชนทั้งปวงร่าเริงอยู่

ข้อ ๑๐๑

พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำซึ่งรุ่งเรืองสูงสุด ทรงประกาศผลบุญที่ข้าพเจ้าทำแล้วนั้นให้ปรากฏโดยพิเศษ ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้วได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

ข้อ ๑๐๒

ท่านผู้นี้ได้ให้สร้างปราสาท ๕๔,๐๐๐ หลัง เราจักกล่าววิบาก ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

ข้อ ๑๐๓

ผู้นี้จักมีเรือนยอด ๑๘,๐๐๐ หลัง และเรือนยอดเหล่านั้น สร้างด้วยทองคำล้วน บังเกิดในวิมานสูงสุด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๑๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๘. รัฏฐปาลเถราปทาน

ข้อ ๑๐๔

ผู้นี้จักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๕๐ ชาติ และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๘ ชาติ

ข้อ ๑๐๕

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

ข้อ ๑๐๖

ผู้นี้ถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจักจุติจากเทวโลก ไปบังเกิดในตระกูลที่เจริญ มีโภคสมบัติมาก ในขณะนั้น

ข้อ ๑๐๗

ภายหลัง เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจักบวช มีนามว่ารัฏฐบาล เป็นสาวกของพระศาสดา

ข้อ ๑๐๘

เขามีจิตเด็ดเดี่ยวเพื่อบำเพ็ญเพียร เป็นผู้สงบระงับ ไม่มีอุปธิ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง เป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

ข้อ ๑๐๙

ข้าพเจ้าลุกขึ้นแล้วสละโภคสมบัติออกบวช ข้าพเจ้าไม่มีความรักในโภคสมบัติ ดุจในก้อนเขฬะ

ข้อ ๑๑๐

ข้าพเจ้ามีความเพียรสำหรับนำพาธุระ เป็นความเพียรที่นำมาซึ่งธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะ ข้าพเจ้าทรงร่างกายซึ่งมีในภพสุดท้าย อยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ข้อ ๑๑๑

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระรัฏฐบาลเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้รัฏฐปาลเถราปทานที่ ๘ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๑๗}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๘. อรรถกถารัฐปาลเถราปทาน

อปทานของท่านพระรัฐปาลเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต ดังนี้.

ท่านผู้มีอายุแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ก่อนแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ เสด็จอุบัตินั่นเอง บังเกิดในตระกูลคฤหบดีมหาศาล ในหังสวดีนคร เจริญวัยแล้ว โดยกาลล่วงไปแห่งบิดา ดำรงการครองเรือน ผู้จัดการในเรือนคลังแสดงทรัพย์ที่เป็นมาตามวงศ์ตระกูลหาประมาณมิได้ คิดว่าปิยชนมีบิดา ปู่ ตา ยาย ทวดเป็นต้นของเรา ไม่สามารถจะถือเอากองทรัพย์มีประมาณเท่านี้ให้เป็นสิทธิของตนไปได้ แต่เราควรจะถือเอาไป ดังนี้แล้วได้ให้มหาทานแก่คนกำพร้าและคนเดินทางเป็นต้น.

ท่านเข้าไปหาดาบสรูปหนึ่งผู้ได้อภิญญา ถูกดาบสชักชวนในความเป็นใหญ่ในเทวโลก จึงบำเพ็ญบุญอยู่ตลอดชีวิต จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว บังเกิดในเทวโลก เสวยทิพยสมบัติดำรงอยู่ในเทวโลกนั้นตลอดอายุ จุติจากเทวโลกนั้นแล้ว บังเกิดเป็นบุตรคนเดียวแห่งตระกูลผู้สามารถจะดำรงรัฐที่แตกในมนุษยโลก.

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระเสด็จอุบัติในโลก ทรงประกาศธรรมจักรอันประเสริฐ ยังสรรพสัตว์ให้ถึงภูมิอันเป็นแดนเกษมกล่าวคือนิพพานมหานคร.

ลำดับนั้น กุลบุตรนั้นถึงความเป็นผู้รู้เดียงสาโดยลำดับ วันหนึ่งไปสู่วิหารกับอุบาสกทั้งหลาย เห็นพระศาสดาทรงแสดงธรรมอยู่ มีจิตเลื่อมใสนั่งอยู่ที่ท้ายบริษัท.

ก็โดยสมัยนั้นแล พระศาสดาทรงตั้งภิกษุรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งอันเลิศแห่งบรรพชิตผู้บวชด้วยศรัทธา. ท่านเห็นดังนั้นแล้วมีจิตเลื่อมใส ถวายมหาทานแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้แวดล้อมไปด้วยภิกษุแสนรูป ตลอด ๗ วัน แล้วปรารถนาตำแหน่งนั้น.

พระศาสดาทรงเห็นความสำเร็จโดยหาอันตรายมิได้ จึงทรงพยากรณ์ว่า ภิกษุนี้จักเป็นผู้เลิศแห่งภิกษุผู้บวชด้วยศรัทธาในพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่าโคดม ในอนาคต.

ท่านถวายบังคมพระศาสดา และไหว้ภิกษุสงฆ์แล้ว ลุกจากอาสนะหลีกไป. ท่านบำเพ็ญบุญจนตลอดอายุ จุติจากอัตภาพนั้นแล้วท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก.

ในกัปที่ ๙๒ แต่ภัทรกัปนี้ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าผุสสะ ราชบุตรทั้ง ๓ พระองค์ผู้ต่างมารดากันอุปัฏฐากพระศาสดาอยู่ ได้บำเพ็ญกิจเพื่อสหายในบุญกิริยาแก่ราชบุตรเหล่านั้น. ท่านสั่งสมกุศลเป็นอันมากในภพนั้นๆ ด้วยอาการอย่างนี้ ท่องเที่ยวไปในสุคติเท่านั้น.

ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนรัฐปาลเศรษฐี ในถุลลโกฏฐิกนิคมในกุรุรัฐ. ท่านได้นามตามวงศ์ตระกูลนั่นแลว่ารัฐปาละ เพราะบังเกิดในตระกูลผู้สามารถดำรงรัฐที่แตกไป. ท่านเจริญด้วยบริวารเป็นอันมาก ถึงความเป็นหนุ่มโดยลำดับผู้อันมารดาบิดาตบแต่งด้วยภรรยาอันสมควร ให้ตั้งอยู่ในยศใหญ่ เสวยสมบัติเช่นกับทิพยสมบัติ.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จจาริกไปในชนบทในกุรุรัฐ บรรลุถึงถุลลโกฏฐิกนิคม. รัฐปาลกุลบุตรได้ฟังดังนั้นแล้ว เข้าไปเฝ้าพระศาสดาฟังธรรมในสำนักพระศาสดา ได้ศรัทธาประสงค์จะบวช อดอาหาร ๗ วัน มารดาบิดาจึงจำอนุญาตให้แสนยาก จึงเข้าไปเฝ้าพระศาสดา ขอบรรพชา บวชในสำนักของภิกษุรูปหนึ่ง ตามพระดำรัสสั่งของพระศาสดา กระทำกรรมโดยโยนิโสมนสิการ เจริญวิปัสสนาแล้วบรรลุพระอรหัต.

ก็แลครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว ทูลขออนุญาตพระศาสดาแล้ว ไปยังถุลลโกฏฐิกนิคมเพื่อเยี่ยมมารดา เที่ยวบิณฑบาตตามลำดับตรอกในนิคมนั้น ได้ขนมกุมมาสที่ค้างคืนในนิเวศน์ของบิดา ฉันขนมกุมมาสนั้น เหมือนฉันน้ำอมฤต ถูกบิดานิมนต์ฉันในวันรุ่งขึ้น ได้รับนิมนต์เพื่อฉันในวันรุ่งขึ้น.

ในวันที่ ๒ ฉันบิณฑบาตในนิเวศน์ของบิดา เข้าไปหาหญิงผู้เป็นนางสนมผู้ประดับตกแต่ง เมื่อนางกล่าวคำมีอาทิว่า ข้าแต่พระลูกเจ้า นางฟ้าเหล่านั้นชื่อเป็นเช่นไร ท่านประพฤติพรหมจรรย์ เพราะเหตุแห่งนางฟ้าเหล่านั้นหรือดังนี้แล้ว.

เมื่อนางสนมนั้นเริ่มเพื่อทำกรรมคือการประเล้าประโลม จึงได้เปลี่ยนแปลงความประสงค์เช่นนั้น แสดงธรรมอันเกี่ยวด้วยอนิจจลักษณะเป็นต้น จึงได้กล่าวคาถเหล่านี้ว่า

เชิญดูอัตภาพอันธรรมดาตกแต่งให้วิจิตร มีกายเป็นแผล

อันกระดูก ๓๐๐ ท่อนยกขึ้นแล้ว กระสับกระส่าย คนพาลพากัน

ดำริหวังมาก อันไม่มีความยั่งยืนตั้งมั่น

เชิญดูรูปอันปัจจัยกระทำให้วิจิตรด้วยตุ้มหูอันสำเร็จด้วย

แก้วมณี หุ้มด้วยหนังมีร่างกระดูกอยู่ภายใน. งามพร้อมไปด้วย

ผ้าต่าง ๆ.

มีเท้าทั้งสองอันฉาบทาด้วยครั่งสด มีหน้าอันไล้ทาด้วย

จุณ สามารถทำให้คนพาลลุ่มหลงได้ แต่ไม่สามารถทำให้ผู้แสวง

หาฝั่งโน้นลุ่มหลง.

ผมทั้งหลาย อันบุคคลตบแต่งเป็นลอนคลุมด้วยตาข่าย

นัยน์ตาทั้งสองอันหยอดด้วยยาตา สามารถทำให้คนพาลลุ่มหลง

ได้ แต่ไม่สามารถทำให้ผู้แสวงหาฝั่งโน้นลุ่มหลง.

กายอันเปื่อยเน่าอันบุคคลตบแต่งแล้ว เหมือนกล่องยาตา

ใหม่ๆ วิจิตรด้วยลวดลายต่าง ๆ สามารถทำให้คนพาลลุ่มหลงได้

แต่ไม่สามารถทำให้ผู้แสวงหาฝั่งโน้นลุ่มหลง.

นายพรานเนื้อดักบ่วงไว้ แต่เนื้อไม่ติดบ่วง เมื่อนายพราน

เนื้อคร่ำครวญอยู่ พวกเนื้อพากันมากินเหยื่อแล้วหนีไป.

บ่วงของนายพรานขาดไปแล้ว เนื้อไม่ติดบ่วง เมื่อนาย

พรานเศร้าโศกอยู่ พวกเนื้อพากันมากินเหยื่อแล้วหนีไป.

____________________________

ม.ม. เล่ม ๑๓/ข้อ ๔๓๙.

ท่านกล่าวคาถาเหล่านี้แล้วเหาะขึ้นสู่เวหาส นั่งที่แผ่นศิลาอันเป็นมงคล ในมิคาวนชินอุทยานของพระเจ้าโกรพยะ. ได้ยินว่า พระบิดาของพระเถระได้ให้ใส่กลอนลูกดาลที่ซุ้มประตูทั้ง ๗ จึงสั่งบังคับนักมวยปล้ำทั้งหลายว่า พวกท่านอย่าให้เพื่อออกไป ให้เปลื้องผ้ากาสายะแล้วให้นุ่งผ้าขาว. เพราะเหตุนั้น พระเถระจึงได้ไปทางอากาศ.

ลำดับนั้น พระเจ้าโกรพยะทรงทราบว่าพระเถระนั่งในที่นั้น จึงเสด็จเข้าไปหาท่านให้ระลึกด้วยสัมโมทนียกถาและสารณียกถาแล้วตรัสถามว่า ข้าแต่ท่านรัฐปาละผู้เจริญ ท่านบวชในพระศาสนานี้ ถึงความเสื่อมเพราะพยาธิหรือ หรือเสื่อมเพราะชราโภคะและญาติ จึงบวช ก็ท่านไม่ถึงความเสื่อมอะไรๆ แล แต่เหตุไฉนจึงบวชเล่า.

ลำดับนั้น พระเถระได้แสดงภาวะที่ตนทราบถึงธรรมุเทศ ๔ ข้อเหล่านี้แก่พระราชา คือโลกอันชราน้อมเข้าไปใกล้ ไม่ยั่งยืน, โลกไม่มีที่ต้านทานไม่เป็นอิสระ โลกไม่มีที่พึ่ง จำต้องละสิ่งทั้งปวงไป โลกพร่องอยู่เป็นนิตย์ไม่อิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหา.

เมื่อจะกล่าวตามคติเทศนานั้น จึงกล่าวคาถาเหล่านี้ว่า

เราเห็นหมู่มนุษย์ที่มีทรัพย์ในโลกนี้ ได้ทรัพย์แล้วไม่

ให้ทาน เพราะความลุ่มหลง ได้ทรัพย์แล้วทำการสั่งสมไว้ และ

ปรารถนาอยากได้ยิ่งขึ้นไป.

พระราชากดขี่ช่วงชิงเอาแผ่นดิน ครอบครองแผ่นดิน

อันมีสาครเป็นที่สุด ตลอดฝั่งสมุทรข้างนี้แล้ว ไม่รู้จักอิ่ม ยัง

ปรารถนาจักครอบครองเฝ้าสมุทรข้างโน้นอีกต่อไป.

พระราชาก็ดี มนุษย์เหล่าอื่นเป็นอันมากก็ดี ผู้ยังไม่

ปราศจากตัณหา ย่อมเข้าถึงความตาย ทั้งยังไม่เต็มความ

ประสงค์ ก็พากันละทิ้งร่างกายไป ความอิ่มด้วยกามทั้งหลาย

ย่อมไม่มีในโลกเลย.

หมู่ญาติพากันสยายผมร้องไห้คร่ำครวญถึงผู้นั้น และ

รำพันว่าทำอย่างไรหนอ พวกญาติของเราจึงจะไม่ตาย ครั้น

พวกญาติตายแล้ว ก็เอาผ้าห่มนำไปเผาเสียที่เชิงตะกอน ผู้ที่

ตายไปนั้นถูกเขาแทงด้วยหลาว เผาด้วยไฟ ละโภคะทั้งหลาย

มีแต่ผ้าผืนเดียวติดตัวไป เมื่อบุคคลจะตาย ย่อมไม่มีญาติหรือ

มิตรสหายช่วยต้านทานได้.

พวกที่รับมรดก ก็มาขนเอาทรัพย์ของผู้ตายนั้นไป ส่วน

สัตว์ที่ตายย่อมไปตามยถากรรม เมื่อตายไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรๆ

คือพวกบุตร ภริยา ทรัพย์ แว่นแคว้นสิ่งใดๆ จะติดตามไปได้เลย.

บุคคลจะอายุยืนเพราะทรัพย์ก็หาไม่. จะละความแก่ไป

แม้เพราะทรัพย์ก็หาไม่ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวชีวิตนั้นแลว่า

เป็นของน้อยไม่ยั่งยืน มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา.

ทั้งคนมั่งมีและคนยากจน ย่อมถูกต้องผัสสะเหมือนกัน

ทั้งคนพาลและคนฉลาดก็ถูกต้องผัสสะเหมือนกันทั้งนั้น แต่

คนพาลถูกอารมณ์ที่ไม่พอใจเบียดเบียน ย่อมอยู่เป็นทุกข์

เพราะความเป็นพาล ส่วนนักปราชญ์ถูกผัสสะถูกต้องแล้ว ย่อม

ไม่หวั่นไหว.

เพราะฉะนั้นแล ปัญญาจึงจัดว่าประเสริฐกว่าทรัพย์ เพราะ

ปัญญาเป็นเหตุให้บรรลุนิพพาน แต่คนพาลไม่ปรารถนาจะบรรลุ

พากันทำความชั่วต่างๆ อยู่ในภพน้อยภพใหญ่เพราะความหลง.

ผู้ใดทำกรรมชั่วเพราะหลงแล้ว ผู้นั้นจะต้องเวียนตาย

เวียนเกิดอยู่ในวัฏสงสารร่ำไป บุคคลผู้มีปัญญาน้อย เมื่อเชื่อ

ต่อการทำของบุคคลผู้ที่ทำกรรมนั้น ก็จะต้องเวียนตายเวียน

เกิดอยู่ร่ำไปเหมือนกัน.

เปรียบเหมือนโจรผู้มีความผิด ถูกจับเพราะโจรกรรมมี

ตัดช่องเป็นต้น ละไปแล้วย่อมเดือดร้อนในปรโกลเพราะกรรม

ของตนฉะนั้น.

ฉะนั้น กามทั้งหลายงามวิจิตร มีรสอร่อย น่ารื่นรมย์ใจ

ย่อมย่ำยีจิตด้วยรูปแปลกๆ ดูก่อนมหาบพิตร เพราะอาตมภาพ

ได้เห็นโทษในกามคุณทั้งหลาย จึงออกบวช.

มาณพทั้งหลายทั้งหนุ่มทั้งแก่ ย่อมตกไปเพราะร่างกาย

แตกเหมือนผลไม้หล่นฉะนั้น ดูก่อนมหาบพิตร อาตมภาพ

เห็นความไม่เที่ยงแม้ข้อนี้ ความเป็นสมณะอันไม่ผิดนั้นแล

ประเสริฐ

อาตมภาพออกบวชด้วยศรัทธา เข้าถึงการปฏิบัติชอบ

ในศาสนาของพระชินเจ้า บรรพชาของอาตมภาพไม่มีโทษ

อาตมภาพไม่เป็นหนี้บริโภคโภชนะ อาตมภาพเห็นกามทั้ง

หลายโดยความเป็นของอันไฟติดทั่วแล้ว เห็นทองทั้งหลาย

โดยความเป็นดังศาสตรา เห็นทุกข์จำเดิมแต่ก้าวลงสู่ครรภ์

เห็นภัยในนรกจึงออกบวช.

อาตมภาพเห็นโทษอย่างนี้แล้ว ได้ความสังเวชในกาล

นั้น ในกาลนั้นอาตมภาพเป็นผู้ถูกลูกศร คือราคะเป็นต้น

แทงแล้ว บัดนี้บรรลุถึงความสิ้นอาสวะแล้ว.

พระศาสดาอันอาตมภาพคุ้นเคยแล้ว อาตมภาพได้

ปลงภาระอันหนักลงแล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพขึ้นแล้ว.

บรรลุถึงประโยชน์ที่กุลบุตรออกบวชเป็นบรรพชิตต้อง

การนั้นแล้ว บรรลุถึงความสิ้นสังโยชน์ทั้งปวงแล้ว.

____________________________

ม.ม. เล่ม ๑๓/ข้อ ๔๕๑.

พระเถระแสดงธรรมแก่พระเจ้าโกรพยะอย่างนี้แล้ว จึงไปยังสำนักพระศาสดานั่นแล. และครั้นกาลภายหลัง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งท่ามกลางหมู่พระอริยเจ้า จึงทรงตั้งพระเถระไว้ในตำแหน่งอันเลิศแห่งภิกษุผู้บวชด้วยศรัทธา.

พระเถระนั้นได้รับตำแหน่งเอตทัคคะอย่างนี้แล้ว ระลึกถึงบุพกรรมแล้วเกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต ดังนี้.

บทว่า วรนาโค มยา ทินฺโน ความว่า เราเลื่อมใสในรูปกายของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ได้ถวายช้างเชือกประเสริฐสูงสุด ประเสริฐสุด มีงางอนงามดังงอนไถ มีงาเช่นกับงอนรถ แข็งแรง ควรเป็นราชพาหนะหรือควรแก่พระราชา.

บทว่า เสตจฺฉตฺโตปโสภิโต ความว่า กั้นด้วยเศวตฉัตรอันงดงามที่ยกขึ้นบนคอช้าง. ช้างเชือกประเสริฐอย่างไรอีก. พร้อมด้วยเครื่องแต่งตัวช้าง คือพร้อมด้วยเครื่องประดับช้าง เราได้สร้างสังฆาราม ทำวิหารอันน่ารื่นรมย์ เพื่อเป็นที่อยู่ของภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน.

บทว่า จตุปญฺญาสสหสฺสานิ ความว่า เมื่อสร้างวิหารนั้นเสร็จแล้ว เราได้สร้างปราสาท ๕๔,๐๐๐ ไว้ในระหว่างวิหารนั้น.

บทว่า มโหฆทานํ กริตฺวาน ความว่า เราได้จัดแจงมหาทานอันประกอบด้วยสรรพบริขาร อันเสมือนกับห้วงน้ำใหญ่ แล้วมอบถวายแด่พระมุนีผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่.

บทว่า อนุโมทิ มหาวีโร ความว่า ชื่อว่ามหาวีระ เพราะความเพียรกล่าวคือความอุตสาหะอันไม่ขาดสายในสื่อสงไขยแสนกัป เป็นพระสยัมภู คือพระผู้เป็นเอง ได้พระสัพพัญญุตญาณ เป็นบุคคลผู้เลิศคือผู้ประเสริฐ ได้อนุโมทนาคือกระทำอนุโมทนาวิหารทาน.

บทว่า สพฺเพ ชเน หาสยนฺโต ความว่า ทรงกระทำเทวดาและมนุษย์ อันนับไม่ถ้วน ในจักรวาลทั้งสิ้นให้ร่าเริงยินดีแล้วทรงแสดงประกาศ เปิด เปิดเผยกระทำให้ง่าย พระธรรมเทศนาอริยสัจ ๔ อันประกอบด้วยอมตนิพพาน.

บทว่า ตํ เม วิยากาสิ ความว่า ได้กระทำความเป็นผู้กตัญญูแก่เรานั้นให้มีกำลัง คือให้ปรากฏเป็นพิเศษ.

บทว่า ชลชุตฺตมนามโก ได้แก่ ดอกปทุมที่เกิดในน้ำชื่อว่าชลชะ. อธิบายว่า มีนามว่าปทุมุตตระ.

บาลีว่า ชลนุตฺตมนายโก ดังนี้ก็มี.

ในบทนั้น ที่ชื่อชลนะ เพราะรุ่งเรืองด้วยรัศมีของตน. ได้แก่พระจันทร์เทวบุตรพระสุริยเทวบุตร เทวดาและพรหม. ชื่อว่า ชลนุตฺตม เพราะเป็นผู้สูงสุดกว่าผู้รุ่งเรืองเหล่านั้น. ชื่อว่า นายโก เพราะเป็นผู้นำอันสูงสุดกว่าสัตว์ทั้งปวง.

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า นายโก เพราะนำไปคือยังสรรพสัตว์ผู้มีสัมภาระให้ถึงนิพพาน. ผู้นำนั้นด้วย เป็นผู้สูงสุดแห่งผู้รุ่งเรืองด้วย เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ชลนุตฺตมนายโก.

บทว่า ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา ความว่า ประทับนั่ง ณ ท่ามกลางแห่งภิกษุสงฆ์แล้วได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ คือทรงแสดงทำให้ปรากฏ.

คำที่เหลือมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถารัฐปาลเถราปทาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา