๔. ภิสาลุวทายกเถราปทาน (๗๔)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ ภิสาลุวทายกตฺเถราปทานํ (๗๔)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ภิสาลุวทายกเถราปทานที่ ๔ (๗๔) ว่าด้วยผลแห่งการถวายเหง้ามันผลไม้และน้ำ
|๗๖.๑๓| กานนํ วนโมคฺคยฺห วสามิ ปวเน อหํ วิปสฺสึ อทฺทสํ พุทฺธํ อาหุตีนํ ปฏิคฺคหํ ฯ |๗๖.๑๔| ภิสาลุวญฺจ ปาทาสึ อุทกํ หตฺถโธวนํ วนฺทิตฺวา สิรสา ปาเท ปกฺกามิ อุตฺตรามุโข ฯ |๗๖.๑๕| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ภิสาลุวํ อทํ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ |๗๖.๑๖| อิโต จ ตติเย กปฺเป ภิสสมฺมตขตฺติโย สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๗๖.๑๗| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ภิสาลุวทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ภิสาลุวทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ ฉฏฺฐมํ ภาณวารํ ฯ
เราเข้าไปยังป่าชัฏอยู่ในป่าใหญ่ ได้พบพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้ สมควรรับเครื่องบูชาจึงได้ถวายเหง้ามัน ผลไม้และน้ำสำหรับล้างพระหัตถ์ ถวายบังคมพระบาทด้วยเศียรเกล้าแล้ว มุ่งหน้าทางทิศอุดรหลีกไป ใน กัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายเหง้ามันและผลไม้ในกาลนั้น ด้วย กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม และในกัลปที่ ๓ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่าภิสสมมต ทรง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัม- ภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระภิสาลุวทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ภิสาลุวทายกเถราปทาน จบ ภาณวารที่ ๖
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. ภิสาลุวทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระภิสาลุวทายกเถระ (พระภิสาลุวทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าเข้าไปยังป่าใหญ่ดงทึบ อยู่ในป่า ได้พบพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้สมควรรับเครื่องบูชา
ข้าพเจ้าจึงได้ถวายเหง้าบัว หัวมัน และน้ำสำหรับล้างพระหัตถ์ ถวายอภิวาทพระยุคลบาทด้วยเศียรเกล้าแล้ว บ่ายหน้าหลีกไปทางทิศเหนือ
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายเหง้าบัวและหัวมันไว้ในครั้งนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๑๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๘. นาคสมาลวรรค] ๕. เอกสัญญกเถราปทาน จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม
และในกัปที่ ๓ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นกษัตริย์ผู้จักรพรรดิพระนามว่าภิสสัมมตะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระภิสาลุวทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ภิสาลุวทายกเถราปทานที่ ๔ จบ ภาณวาร ที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗๔. อรรถกถาภิสาลุวทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระภิสาลุวทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า กานนํ วนโมคฺคยฺห ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี อยู่ในป่าใกล้หิมวันตประเทศ มีรากไม้และผลไม้เป็นอาหาร เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี เสด็จมาด้วยอำนาจวิเวก มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายเหง้าบัวทั้งห้า.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้เสวยทั้งที่เธอได้เฝ้าอยู่นั้นแหละ เพื่อจะยังจิตของเธอให้เลื่อมใส ด้วยความเลื่อมใสแห่งจิตนั้น เธอทำกาละแล้ว เสวยสมบัติในเทวาดชั้นดุสิตเป็นต้นและเสวยมนุษย์สมบัติ.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง ได้รับทรัพย์สมบัติ ละสมบัตินั้นแล้วบวชในศาสนา ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหันต์.
แต่นั้นท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า กานนํ วนโมคฺคยฺห ดังนี้. คำนั้นมีอรรถดังกล่าวแล้วในหนหลังนั้นแล.
บทว่า วสามิ วิปิเน อหํ เชื่อมความว่า เราได้อยู่อย่างสงัด.
คำที่เหลือมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาภิสาลุวทายกเถราปทาน จบอรรถกถาภาณวารที่ ๖ -----------------------------------------------------