๙. ธรรมสวนิยเถราปทาน (๓๓๙)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นวมํ ธมฺมสฺสวนิยตฺเถราปทานํ (๓๓๙)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ธรรมสวนิยเถราปทานที่ ๙ (๓๓๙) ว่าด้วยผลแห่งการฟังธรรม
|๓๔๑.๑๑๒| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู จตุสจฺจํ ปกาเสนฺโต สนฺตาเรติ พหุชฺชนํ ฯ |๓๔๑.๑๑๓| อหํ เตน สมเยน ชฏิโล อุคฺคตาปโน ธุนนฺโต วากจีรานิ คจฺฉามิ อมฺพเร ตทา ฯ |๓๔๑.๑๑๔| พุทฺธเสฏฺฐสฺส อุปริ คนฺตุํ น วิสหามหํ ปกฺขีว เสลมาปชฺช คมนํ น ลภินฺตทา ฯ |๓๔๑.๑๑๕| น เม อิทํ ภูตปุพฺพํ อิริยสฺส วิโกปนํ ทเก ยถา อุมฺมิลิตฺวา เอวํ คจฺฉามิ อมฺพเร ฯ |๓๔๑.๑๑๖| อุฬารภูโต มนุโช จ เหฏฺฐาสีโน ภวิสฺสติ หนฺท เมตํ คเวสิสฺสํ อปิ อตฺถํ ลเภยฺยหํ ฯ |๓๔๑.๑๑๗| โอโรหนฺโต อนฺตลิกฺขา สทฺทมสฺโสสิ สตฺถุโน อนิจฺจตํ กเถนฺตสฺส ตมหํ อุคฺคหึ ตทา ฯ |๓๔๑.๑๑๘| อนิจฺจสญฺญมุคฺคยฺห อคมาสึ มมสฺสมํ ยาวตายุํ วสิตฺวาน ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ |๓๔๑.๑๑๙| จริเม วตฺตมานมฺหิ ตํ ธมฺมสฺสวนํ สรึ เตน กมฺเมน สุกเตน ตาวตึสํ อคจฺฉหํ ฯ |๓๔๑.๑๒๐| ตึสกปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมึ อหํ เอกปญฺญาสกฺขตฺตุญฺจ เทวรชฺชมการยึ ฯ |๓๔๑.๑๒๑| เอกสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ อโหสหํ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ |๓๔๑.๑๒๒| ปิตุฆเร นิสีทิตฺวา สมโณ ภาวิตินฺทฺริโย คาถาย ปริทีเปนฺโต อนิจฺจวตฺถุทาหริ ฯ |๓๔๑.๑๒๓| อนุสฺสรามิ ตํ สญฺญํ สํสรนฺโต ภวาภเว น โกฏึ ปฏิวิชฺฌามิ นิพฺพานํ อจฺจุตํ ปทํ ฯ |๓๔๑.๑๒๔| อนิจฺจา วต สงฺขารา อุปฺปาทวยธมฺมิโน อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ เตสํ วูปสโม สุโข ฯ |๓๔๑.๑๒๕| สห คาถํ สุณิตฺวาน ปุพฺพกมฺมํ อนุสฺสรึ เอกาสเน นิสีทิตฺวา อรหตฺตํ อปาปุณึ ฯ |๓๔๑.๑๒๖| ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ อรหตฺตํ อปาปุณึ อุปสมฺปาทยิ พุทฺโธ คุณมญฺญาย จกฺขุมา ฯ |๓๔๑.๑๒๗| ทารโกว อหํ สนฺโต กรณียํ สมาปยึ กึ เม กรณียํ อชฺช สกฺยปุตฺตสฺส สาสเน ฯ |๓๔๑.๑๒๘| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ กมฺมมกรึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ สทฺธมฺมสฺสวเน ผลํ ฯ |๓๔๑.๑๒๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ธมฺมสฺสวนิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ธมฺมสฺสวนิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง ทรงประกาศสัจจะ ๔ ยังชนเป็นอันมากให้ข้ามพ้น (ทุกข์) สมัยนั้น เราเป็นชฎิลผู้มีตบะอัน สูงเด่น สลัดผ้าเปลือกไม้กรอง (ผ้าคากรอง) เหาะไปในอัมพรในบัดนั้น แต่เราไม่อาจจะไปในเบื้องบนแห่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดได้ เวลานั้น เราเป็นเหมือนนกกระทบภูเขาหินไปไม่ได้ ความเป็นไปที่ผิดแปลกเช่นนี้ไม่ เคยมีแก่เราเลย เราเหาะไปในอัมพร เหมือนดังหลับตาไปในน้ำ ก็มนุษย์ ซึ่งเป็นผู้ประเสริฐจักมีอยู่ภายใต้นี้กระมังหนอ ถ้าเช่นนั้นเราจักค้นหาเขา บางทีจะพึงได้ประโยชน์บ้างเมื่อเราลงจากอากาศ ได้ฟังเสียงของพระศาสดา ซึ่งกำลังตรัสอนิจจตาอยู่ เราจึงเรียนอนิจจาตานั้นในขณะนั้น ครั้นเรียน อนิจจสัญญาแล้ว ได้กลับไปสู่อาศรมของเรา เราอยู่ตลอดกำหนดอายุแล้ว ทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น เมื่อภพที่สุดยังเป็นไปอยู่ เราระลึกถึงการฟังธรรม นั้นได้ ด้วยกุศลกรรมที่เราทำแล้วนั้น เราได้ไปสู่ดาวดึงส์ เรารื่นรมย์อยู่ ในเทวโลกตลอด ๓ หมื่นกัลป ได้เสวยรัชสมบัติในเทวโลก ๕๑ ครั้ง ได้ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๑ ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยจะคณนานับมิได้ พระสมณะผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว นั่งบนเรือน ของบิดา แสดงด้วยคาถา เปล่งวาจาถึงเรื่องไม่เที่ยง เราระลึกถึงสัญญานั้น ได้ ท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยใหญ่ แทงตลอดซึ่งที่สุดคือ นิพพาน อัน เป็นบทไม่เคลื่อน ยังไม่ได้ สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้น และเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความที่สังขารเหล่านั้น สงบระงับเป็นสุข เราระลึกถึงบุรพกรรมได้ พร้อมกับได้ฟังคาถา เรานั่ง อยู่บนอาสนะเดียวนั่นเอง ได้บรรลุอรหัต เรามีอายุ ๗ ปี แต่กำเนิด ได้ บรรลุอรหัต พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุทรงรู้คุณแล้ว ให้เราอุปสมบท กิจอะไร ที่เราพึงทำในวันนี้ ในศาสนาของพระศากยบุตร เรายังเป็นเด็กอยู่เที่ยว ได้ทำกิจที่พึงทำนั้นสำเร็จแล้ว ในกัลปที่แสนแต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดใน กาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลเพราะการฟังธรรม คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระธรรมสวนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ธรรมสวนิยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๔. คันโธทกวรรค] ๙. ธัมมัสสวินิยเถราปทาน ๙. ธัมมัสสวนิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระธัมมสวนิยเถระ (พระธัมมัสสวนิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงประกาศสัจจะ ๔ ทรงช่วยชนจำนวนมากให้ข้ามพ้น(วัฏสงสาร)
สมัยนั้น ข้าพเจ้าเป็นชฎิลมีตบะแก่กล้า สลัดผ้าเปลือกไม้ เหาะไปในท้องฟ้า ในครั้งนั้น
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าไม่อาจจะไปในเบื้องบน แห่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดได้ เวลานั้นข้าพเจ้าเป็นเหมือนนกชนหน้าผา(หิน)บินไปไม่ได้
ความเป็นไปที่ผิดแปลกเช่นนี้ไม่เคยมีแก่ข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าเหาะไปในท้องฟ้า เหมือนลืมตาไปในน้ำ
(ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีความคิดว่า)ก็มนุษย์ซึ่งเป็นผู้ประเสริฐ จักมีอยู่ภายใต้นี้กระมังหนอ ถ้าเช่นนั้นเราจักค้นหาเขา บางทีจะพึงได้ประโยชน์บ้าง
เมื่อข้าพเจ้าลงจากอากาศ ได้ฟังพระสุรเสียงของพระศาสดาซึ่งกำลังตรัสเรื่องอนิจจตาอยู่ ข้าพเจ้าจึงเรียนเรื่องอนิจจตานั้นในขณะนั้น
ครั้นเรียนอนิจจสัญญาแล้วได้กลับไปสู่อาศรมของตน ข้าพเจ้าอยู่จนตลอดกำหนดอายุแล้วได้สิ้นชีวิตลง ณ ที่นั้น
เมื่อภพสุดท้ายกำลังเป็นไปอยู่ ข้าพเจ้าระลึกถึงการฟังธรรมนั้นได้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๑๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๔. คันโธทกวรรค] ๙. ธัมมัสสวินิยเถราปทาน ด้วยกุศลกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น จึงได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ข้าพเจ้ารื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๓๐,๐๐๐ กัป ได้ครองเทวสมบัติ ๕๑ ชาติ
ได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๑ ชาติ และเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน
พระสมณะผู้อบรมอินทรีย์แล้ว นั่งบนเรือนของบิดา เปล่งวาจาถึงเรื่องไม่เที่ยง แสดงเป็นคาถา
ข้าพเจ้าระลึกถึงสัญญานั้นได้ เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ยังไม่ได้รู้แจ้งที่สุดคือพระนิพพาน ซึ่งเป็นหนทางไม่จุติว่า
สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความสงบระงับสังขารเหล่านั้นเป็นเหตุนำความสุขมาให้
ข้าพเจ้าระลึกถึงบุพกรรมได้ พร้อมกับได้ฟังคาถา นั่งอยู่บนอาสนะเดียวนั่นเองก็ได้บรรลุอรหัตตผลแล้ว
ข้าพเจ้ามีอายุ ๗ ขวบ ก็ได้บรรลุอรหัตตผล พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุ ทรงรู้คุณสมบัติของข้าพเจ้าแล้ว จึงประทานอุปสมบทให้
ข้าพเจ้ายังเป็นเด็กอยู่ ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว วันนี้ ข้าพเจ้าจะทำกิจอะไร ในศาสนาของพระศากยบุตรอีกเล่า
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๑๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๔. คันโธทกวรรค] ๑๐. อุกขิตตปทุมิยเถราปทาน จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการฟังธรรม
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระธัมมสวนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ธัมมัสสวนิยเถราปทานที่ ๙ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาวรรคที่ ๓๔ เป็นต้น
วรรคที่ ๓๔, วรรคที่ ๓๕. วรรคที่ ๓๖, วรรคที่ ๓๗ และวรรคที่ ๓๘ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน (๓๒๗)