๔. คันโธทกิยเถราปทาน (๑๒๔)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ คนฺโธทกิยตฺเถราปทานํ (๑๒๔)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ คันโธทกิยเถราปทานที่ ๔ (๑๒๔) ว่าด้วยผลแห่งการประพรมน้ำหอม
|๑๒๖.๓๕| นิสชฺช ปาสาทวเร วิปสฺสึ อทฺทสํ ชินํ กกุธํ วิลสนฺตํว สพฺพญฺญุตฺตมนาสกํ ฯ |๑๒๖.๓๖| ปาสาทสฺสาวิทูเร จ คจฺฉติ โลกนายโก ปภา นิทฺธาวเต ตสฺส สตรํสิมฺหิ นิพฺพุเต ฯ |๑๒๖.๓๗| คนฺโธทกํ จ ปคฺคยฺห พุทฺธเสฏฺฐํ สโมกิรึ เตน จิตฺตปฺปสาเทน ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ |๑๒๖.๓๘| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ คนฺโธทกโมกิรึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๒๖.๓๙| เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป สุคนฺโธ นาม ขตฺติโย สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๒๖.๔๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา คนฺโธทกิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ คนฺโธทกิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เรานั่งอยู่ในปราสาทอันประเสริฐ ได้เห็นพระชินเจ้าพระนามว่าวิปัสสี งามดังไม้รกฟ้าผู้เป็นสัพพัญญู เป็นผู้นำอันอุดม พระองค์ผู้นำของโลก เสด็จดำเนินในที่ไม่ไกลปราสาท รัศมีของพระองค์สว่างไสว ในเมื่อ พระอาทิตย์อัสดงคตแล้ว เราประคองน้ำหอม ประพรม (บูชา) พระ- พุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ปะพรมน้ำหอมใด ด้วยกรรมนั้น เรา ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ ได้มี พระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่าสุคนธ์ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านคันโธทกิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ คันโธทกิยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๓. เสเรยยวรรค] ๔. คันโธทกิยเถราปทาน ๔. คันโธทกิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระคันโธทกิยเถระ (พระคันโธทกิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้านั่งอยู่ในปราสาทที่ประเสริฐ ได้เห็นพระชินเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ทรงเหมือนต้นรกฟ้าที่งดงาม เป็นพระสัพพัญญู ทรงเป็นผู้นำสูงสุด
พระองค์ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จดำเนินไปในที่ไม่ไกลปราสาท รัศมีของพระองค์สว่างไสว ในเมื่อดวงอาทิตย์อัสดงคตแล้ว
ข้าพเจ้าประคองน้ำหอม ประพรม(บูชา)พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด แล้วสิ้นชีวิตลง ณ ที่นั้น ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ประพรมน้ำหอมไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นกษัตริย์ผู้จักรพรรดิพระนามว่าสุคันธะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระคันโธทกิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้คันโธทกิยเถราปทานที่ ๔ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๘๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๒๔. อรรถกถาคันโธทกิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระคันโธทกิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า นิสชฺช ปาสาทวเร ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพาน.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ท่านได้เกิดในตระกูลเศรษฐี บรรลุนิติภาวะแล้ว มีทรัพย์มากมาย มีโภคสมบัติมากมาย เสวยความสุขในโลกมนุษย์ คล้ายกับเสวยความสุขอันเป็นทิพย์ฉะนั้น
วันหนึ่งนั่งอยู่ในปราสาทอันประเสริฐ.
ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จดำเนินไปตามถนน คล้ายกับเสด็จดำเนินไปบนภูเขาทองลูกใหญ่ฉะนั้น. เขาได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เสด็จดำเนินไปนั้นแล้วมีใจเลื่อมใส เข้าไปถวายบังคมแล้ว ประคองน้ำหอมอย่างดีประพรมบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยบุญนั้น เขาได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีสกุลแห่งหนึ่ง บรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่ติดใจในทางฆราวาส ได้บวชในสำนักของพระศาสดา เรียนกัมมัฏฐาน เจริญวิปัสสนาไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ในกาลต่อมา ท่านระลึกถึงกุศลกรรมในครั้งก่อนของตนได้ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า นิสชฺช ปาสาทวเร ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปาสาโท มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่าปราสาท เพราะให้ความเลื่อมใส คือความดีใจเกิดขึ้น คืออุบัติขึ้น.
อธิบายว่า ทำความเลื่อมใสให้บังเกิดขึ้นแก่มวลชน ผู้เข้าไปเห็นความวิจิตรต่างๆ เช่นมาลากรรม จิตรกรรมและสุวรรณกรรมเป็นต้น ในปราสาทนั้น. ปราสาทด้วย ความประเสริฐ เพราะอรรถว่าอันบุคคลพึงปรารถนานั้นด้วย รวมเรียกว่าปาสาทวระ.
เชื่อมความว่า เรานั่งอยู่ในปราสาทอันประเสริฐนั้น ได้เห็นพระชินวรพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี.
คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาคันโธทกิยเถราปทาน -----------------------------------------------------