๔. สปริวาริยเถราปทาน (๑๔๔)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ สปริวาริยตฺเถราปทานํ (๑๔๔)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สปริวาริยเถราปทานที่ ๔ (๑๔๔) ว่าด้วยผลแห่งการถวายไพรทีไม้จันทน์
|๑๔๖.๑๕| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน โลกเชฏฺโฐ นราสโภ ชลิตฺวา อคฺคิกฺขนฺโธว สมฺพุทฺโธ ปรินิพฺพุโต ฯ |๑๔๖.๑๖| นิพฺพุเต จ มหาวีเร ถูโป วิตฺถาริโก อหุ ถูปทตฺตํ อุปฏฺเฐนฺติ ธาตุเคเห วรุตฺตเม ฯ |๑๔๖.๑๗| ปสนฺนจิตฺโต สุมโน อกํ จนฺทนเวทิกํ ทียติ ธูปคนฺโธ จ ถูปานุจฺฉวิกํ ตทา ฯ |๑๔๖.๑๘| ภเว นิพฺพตฺตมานมฺหิ เทวตฺเต อถ มานุเส โอมตฺตํ เม น ปสฺสามิ ปุพฺพกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ |๑๔๖.๑๙| ปญฺจทเส กปฺปสเต อิโต อฏฺฐ ชนา อหุํ สพฺเพ สมตฺตนามา เต จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๔๖.๒๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สปริวาริโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สปริวาริยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
พระชินสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระเชษฐบุรุษของโลก ผู้ประเสริฐกว่า นระ รุ่งเรืองดังกองอัคคี ปรินิพพานแล้ว เมื่อพระมหาวีรเจ้านิพพานแล้ว ได้มีสถูปอันกว้างใหญ่ ชนทั้งหลาย เอาสิ่งของอันจะพึงถวายเข้าไปตั้งไว้ ที่สถูป ในห้องพระธาตุอันประเสริฐสุด ในกาลนั้น เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัสได้ทำไพรที่ไม้จันทน์อันหนึ่ง อันสมบูรณ์แก่สถูปและถวายธูป และของหอม ในภพที่เราเกิด คือ ในความเป็นเทวดาหรือมนุษย์ เราไม่ เห็นความที่เราเป็นผู้ต่ำทรามเลย นี้เป็นผลแห่งบุญกรรมในกัลปที่ ๑๕๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ พระองค์ ทรงพระนามว่า สมัตตะ ทุกพระองค์ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสปริวาริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สปริวาริยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] ๔. สปริวาริยเถราปทาน ๔. สปริวาริยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสปริวาริยเถระ (พระสปริวาริยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระชินสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน รุ่งเรืองดังกองไฟ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
ก็เมื่อพระมหาวีรเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ได้มีพระสถูปที่กว้างใหญ่ ชนทั้งหลายบำรุงรักษาสิ่งของที่จะพึงถวายพระสถูป ในห้องพระธาตุซึ่งประเสริฐที่สุด
ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ทำแท่นบูชาด้วยไม้จันทน์ ถวายธูปและของหอมที่สมควรแก่พระสถูป
ข้าพเจ้าเมื่อเกิดในภพใดๆ คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในภพนั้นๆ ไม่เห็นความต่ำต้อยของตนเลย นี้เป็นผลแห่งบุพกรรม
ในกัปที่ ๑๑๕ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ ชาติ มีพระนามว่าสมัตตะ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสปริวาริยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สปริวาริยเถราปทานที่ ๔ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๐๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๔๔. อรรถกถาสปริวาริยเถราปทาน
อปทานของท่านพระสปริวาริยเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานตั้งหลายชาติเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้เกิดในเรือนอันมีสกุล บรรลุนิติภาวะแล้ว เป็นผู้มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก.
ครั้งเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าปทุมุตตระ ปรินิพพานแล้ว มหาชนเก็บพระบรมธาตุของพระองค์ไว้แล้ว ช่วยกันสร้างพระเจดีย์ขนาดใหญ่ไว้บูชา.
ในเวลานั้น อุบาสกคนนี้ได้มีส่วนสร้างเรือนครอบพระเจดีย์ด้วยแก่นไม้จันทน์ไว้เบื้องบนพระเจดีย์นั้นแล้ว ได้ทำการบูชาอย่างใหญ่ยิ่ง ด้วยบุญอันนั้นนั่นแหละ เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติในโลกทั้งสองจนครบถ้วน.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในเรือนอันมีสกุล เจริญวัยแล้วสร้างแต่กุศลกรรม ต่อมาได้บวชในพระศาสนาด้วยความศรัทธา ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ในกาลต่อมา ท่านได้ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โอมตฺตํ ความว่า เราไม่เห็นคือไม่รู้จักความเลวทรามต่ำช้าหรือว่าความเป็นผู้ถึงทุกข์เลย ได้แก่เราไม่เคยเห็นว่าเราต่ำช้าเลย.
คำที่เหลือมีเนื้อความปรากฏชัดแจ้งแล้วทีเดียว. จบอรรถกถาสปริวาริยเถราปทาน -----------------------------------------------------