๘. อายาตทายกเถราปทาน (๓๘)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อฏฺฐมํ อายาตทายกตฺเถราปทานํ (๓๘)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อายาตทายกเถราปทานที่ ๘ (๓๘) ว่าด้วยผลแห่งการสร้างศาลาโรงฉัน
|๔๐.๙๔| นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ สิขิมฺหิ วทตํ วเร หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน อวนฺทึ ถูปมุตฺตมํ ฯ |๔๐.๙๕| วฑฺฒกีหิ กถาเปตฺวา มูลํ ทตฺวานหํ ตทา หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน อายาตํ การเยสหํ ฯ |๔๐.๙๖| อฏฺฐกปฺปานิ เทเวสุ อโวกิณฺณํ วสึ อหํ อวเสเสสุ กปฺเปสุ โวกิณฺณํ สํสรึ อหํ ฯ |๔๐.๙๗| กาเย วิสํ น กมติ สตฺถานิ น จ หนฺติ เม อุทเกหํ น มเรยฺยามิ อายาตสฺส อิทํ ผลํ ฯ |๔๐.๙๘| ยทิจฺฉามิ อหํ วสฺสํ มหาเมโฆ ปวสฺสติ เทวาปิ เม วสํ เอนฺติ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ |๔๐.๙๙| สตฺตรตนสมฺปนฺโน ตึสกฺขตฺตุํ อโหสหํ น มํ เกจาวชานนฺติ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ |๔๐.๑๐๐| เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป อายาตํ ยํ อการยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อายาตสฺส อิทํ ผลํ ฯ |๔๐.๑๐๑| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อายาตทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อายาตทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าสิขี ผู้ประเสริฐกว่าพวกคนผู้กล่าว (ยกย่อง ตน) นิพพานแล้ว เราร่าเริง มีจิตโสมนัส ได้ไหว้พระสถูปอันอุดม ในกาลนั้น เราร่าเริง มีจิตโสมนัส ให้คนไปบอกกับนายช่าง ให้ทรัพย์ แล้ว จ้างให้ทำศาลา (ลี) โรงฉัน เราอยู่ในเทวโลกตลอด ๘ กัลป โดยไม่สับสนกันเลย ในกัลปที่เหลือ เราท่องเที่ยวไปสับสนกัน ยาพิษ ย่อมไม่กล้ำกรายในกายเรา และศาตราไม่กระทบกายเรา เราไม่พึงตายใน น้ำ นี้เป็นผลแห่งการสร้างศาลาโรงฉัน เราปรารถนาฝนเมื่อใด มหาเมฆ ย่อมยังฝนให้ตกเมื่อนั้น แม้เทวดาทั้งหลายก็ตกอยู่ในอำนาจเรา นี้เป็น ผลแห่งบุญกรรม เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ ๓๐ ครั้ง ใครๆ ย่อมไม่ดูหมิ่นเรา นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม ในกัลปที่ ๓๐ แต่กัลปนี้ เราได้ให้สร้างศาลาโรงฉันใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติ เลย นี้เป็นผลแห่งการสร้างศาลาโรงฉัน คุณวิเศษเหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอายาตทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อายาตทายกเถราปทาน. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. กุณฑธานวรรค] ๘. อายาคทายกเถราปทาน ๘. อายาคทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอายาคทายกเถระ (พระอายาคทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อพระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลกพระนามว่าสิขี ผู้ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ข้าพเจ้ามีจิตร่าเริงเบิกบานได้ไหว้พระสถูปที่ประเสริฐ
ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีจิตร่าเริงเบิกบาน ได้ให้นายช่างประเมินราคาแล้วจึงจ่ายทรัพย์ จ้างก่อสร้างศาลาโรงฉัน
ข้าพเจ้าอยู่ในเทวโลกถึง ๘ กัป โดยไม่สับสนกันเลย ในกัปที่เหลือ ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดสับสนกันไป
ยาพิษย่อมไม่กล้ำกรายในกายข้าพเจ้า และศัสตราก็ไม่ทำร้ายข้าพเจ้า ข้าพเจ้าย่อมไม่ตายในน้ำ นี้เป็นผลแห่งการสร้างศาลาโรงฉัน
ข้าพเจ้าปรารถนาฝนเมื่อใด มหาเมฆย่อมโปรยปรายฝนตกลงเมื่อนั้น แม้เทวดาทั้งหลายก็อยู่ในอำนาจของข้าพเจ้า นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ ๓๐ ชาติ ใครๆ ก็ดูหมิ่นข้าพเจ้าไม่ได้ นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม
ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ให้สร้างศาลาโรงฉันไว้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๖๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. กุณฑธานวรรค] ๙. ธัมมจักกิกเถราปทาน จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสร้างศาลาโรงฉัน
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอายาคทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้อายาคทายกเถราปทานที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓๘. อรรถกถาอายาคทายกเถราปทาน
____________________________
บาลีเป็น อายาตทายกเถราปทาน.
อปทานของท่านพระอายาคทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลที่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขีปรินิพพานแล้ว บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เลื่อมใสในพระศาสนา ได้จ้างนายช่างให้สร้างโรงฉันยาวอันเป็นที่รื่นรมย์ยิ่งนัก นิมนต์ภิกษุสงฆ์ให้บริโภคอาหารอันประณีต ถวายมหาทานยังจิตให้เลื่อมใส.
ท่านบำเพ็ญบุญจนตลอดอายุ ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายนั้นแล เสวยสมบัติทั้งสอง ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูล ได้ศรัทธาบวชแล้วเพียรพยายามเจริญวิปัสสนา ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต.
ด้วยอำนาจบุญที่ท่านบำเพ็ญไว้ในกาลก่อน จึงปรากฏนามว่า อายาคทายกเถระ ดังนี้.
ท่านบรรลุพระอรหัตด้วยอำนาจบุญสมภารที่ท่านบำเพ็ญมาด้วยอาการอย่างนี้ ระลึกถึงกุศลกรรมที่ตนบำเพ็ญในกาลก่อน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิพฺพุเต ความว่า เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้ประเสริฐสูงสุดในระหว่างแห่งศาสดาอื่นผู้กล่าวว่า เราทั้งหลายเป็นพระพุทธเจ้า ปรินิพพานแล้ว.
บทว่า หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน ความว่า เราหรรษาร่าเริง มีจิตร่าเริงเพราะความที่ตนมีจิตสัมปยุตด้วยโสมนัส ได้ไหว้คือนอบน้อมพระสถูปอันสูงสุด คือพระเจดีย์อันประเสริฐ.
บทว่า วฑฺฒกีหิ ปถาเปตฺวา ความว่า ให้กล่าวประมาณการว่า โรงฉันนี้มีประมาณเท่าไร.
บทว่า มูลํ ทตฺวานหํ ตทา ความว่า ในครั้งนั้นคือในกาลนั้น เราได้ให้ค่าจ้างแก่นายช่างไม้เหล่านั้น เพื่อประโยชน์แก่การทำกรรม ยินดีคือมีจิตสัมปยุตด้วยโสมนัส ได้ก่อสร้างโรงฉันยาวรี.
คำที่เหลือมีอรรถรู้ได้ง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาอายาคทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------