๖. อธิมุตตกเถราปทาน (๓๖)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ฉฏฺฐํ อธิมุตฺตกตฺเถราปทานํ (๓๖)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อธิมุตตกเถราปทานที่ ๖ (๓๖) ว่าด้วยผลแห่งการถวายอ้อย
|๓๘.๘๔| นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ อตฺถทสฺสินรุตฺตเม นิมนฺเตตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ฯ |๓๘.๘๕| นิมนฺเตตฺวา สงฺฆรตนํ อุชุภูตํ สมาหิตํ อุจฺฉุนา มณฺฑปํ กตฺวา โภเชสึ สงฺฆมุตฺตมํ ฯ |๓๘.๘๖| ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ สพฺเพ สตฺเต อภิโภมิ ปุญฺญกมฺมสฺสิทํ ผลํ ฯ |๓๘.๘๗| อฏฺฐารเส กปฺปสเต ยํ ทานมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อุจฺฉุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๓๘.๘๘| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อธิมุตฺตโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อธิมุตฺตกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้เป็นอุดมบุคคลเสด็จนิพพานแล้ว เรามีจิตเลื่อมใส นิมนต์ภิกษุสงฆ์ เราทำมณฑปด้วยอ้อยแล้ว นิมนต์ สังฆรัตนะ ผู้ซื่อตรง มีจิตตั้งมั่นเป็นสงฆ์ผู้อุดม ให้ฉันอ้อย เราเข้าถึง กำเนิดใดๆ คือความเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ เราย่อม ครอบงำสัตว์ทั้งปวง นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม ในกัลปที่ ๑,๘๐๐ เราได้ ให้ทานใดในเวลานั้น ด้วยผลแห่งทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล แห่งการถวายอ้อย คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ อภิญญา ๖ เราได้ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านอธิมุตตกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อธิมุตตกเถราปทาน. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔. กุณฑธานวรรค] ๖. อธิมุตตเถราปทาน ๖. อธิมุตตเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอธิมุตตเถระ (พระอธิมุตตเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
เมื่อพระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นที่พึ่ง ของสัตว์โลกพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้สูงสุดแห่งนรชน เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว ข้าพเจ้ามีจิตผ่องใส ได้บำรุงภิกษุสงฆ์
ครั้นนิมนต์พระสังฆรัตนะ ผู้ซื่อตรง ผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว ข้าพเจ้าจึงใช้ต้นอ้อยทำมณฑป นิมนต์สงฆ์ผู้สูงสุดให้ฉันแล้ว
ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใดๆ คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้นๆ ข้าพเจ้าย่อมปกครองสัตว์ทั้งปวง นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม
ในกัปที่ ๑๑๘ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายอ้อย
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอธิมุตตเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้อธิมุตตเถราปทานที่ ๖ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๖๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓๖. อรรถกถาอธิมุตตเถราปทาน
____________________________
บาลีเป็น อธิมุตตกเถราปทาน.
อปทานของท่านพระอธิมุตตเถระมีคำเริ่มต้นว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญบุญญาธิการในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าอัตถทัสสี ปรินิพพานแล้ว บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เลื่อมใสในพระรัตนตรัย นิมนต์ภิกษุสงฆ์ ให้ทำโรงปะรำด้วยอ้อยทั้งหลาย แล้วบำเพ็ญมหาทานให้เป็นไป ในที่ได้ปรารถนาสันติบท.
ท่านจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว เสวยสมบัติทั้งสองในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เลื่อมใสในพระศาสนา เพราะท่านตั้งอยู่ในศรัทธา จึงปรากฏนามว่า อธิมุตตเถระ.
ท่านบรรลุพระอรหัตด้วยอำนาจบุญสมภารที่ท่านทำไว้ด้วยอาการอย่างนี้ ระลึกถึงบุพกรรมของตนแล้วเกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า นิพฺพุเต โลกนาถมฺหิ ดังนี้.
คำที่เหลือมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาอธิมุตตเถราปทาน -----------------------------------------------------