๗. สูจิทายกเถราปทาน (๗๗)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺตมํ สุจิทายกตฺเถราปทานํ (๗๗)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สูจิทายกเถราปทานที่ ๗ (๗๗) ว่าด้วยผลแห่งการถวายเข็ม
|๗๙.๓๐| ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ สมฺพุทฺโธ โลกนายโก สุเมโธ นาม นาเมน ทฺวตฺตึสวรลกฺขโณ ฯ |๗๙.๓๑| ตสฺส กญฺจนวณฺณสฺส ทิปทินฺทสฺส ตาทิโน ปญฺจ สูจี มยา ทินฺนา สิพฺพนตฺถาย จีวรํ ฯ |๗๙.๓๒| เตเนว สูจิทาเนน นิปุณตฺถวิปสฺสกํ ติกฺขลหุญฺจ ผาสุญฺจ ญาณํ เม อุปปชฺชถ ฯ |๗๙.๓๓| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน ฯ |๗๙.๓๔| ทิปทาธิปติ นาม ราชาโน จตุโร อหุํ สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๗๙.๓๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สูจิทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สูจิทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในกัลปที่ ๓ หมื่น แต่กัลปนี้ เราได้ถวายเข็ม ๕ เล่ม แต่พระพุทธเจ้า ผู้เป็นนายกของโลก มีพระนามชื่อว่าสุเมธ มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ มีพระฉวีวรรณดังทองคำ ผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ เพื่อ ต้องการเย็บจีวร ด้วยการถวายเข็มนั้นแล ญาณเป็นเครื่องเห็นแจ้ง อรรถ อันละเอียด คมกล้า เกิดขึ้นแก่เรารวดเร็วและสะดวก เราเผากิเลส ทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นแล้ว เราทรงกายครั้งที่สุดอยู่ในศาสนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ ทรงพระนาม ว่าทิปทาธิบดี ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษ เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง ชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสูจิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สูจิทายกเถราปทาน
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. สูจิทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสูจิทายกเถระ (พระสูจิทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ได้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก พระนามว่าสุเมธะ ตามพระโคตร มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ
ข้าพเจ้าได้ถวายเข็ม ๕ เล่ม เพื่อประโยชน์แก่การเย็บจีวร แด่พระองค์ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้คงที่ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๔๒ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๒๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๘. นาคสมาลวรรค] ๘. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน
ด้วยการถวายเข็มนั้นนั่นแล ญาณเป็นเครื่องเห็นแจ้งอรรถที่ละเอียดคมกล้า เกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้ารวดเร็วและโดยง่าย
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าทรงร่างกายอันมีในภพสุดท้ายอยู่ ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ ชาติ พระนามว่าทิปทาธิบดี สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสูจิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สูจิทายกเถราปทานที่ ๗ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗๗. อรรถกถาสูจิทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระสูจิทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารไว้ในพระชินเจ้าผู้ประเสริฐองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ท่านบังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว ได้ถวายเข็ม ๕ เล่ม เพื่อทำจีวรกรรมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านเสวยบุญในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเที่ยวไปอยู่ ปรากฏเป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม ในภพที่ตนเกิดแล้วๆ.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บรรพชาบรรลุพระอรหัตในขณะปลงผมนั่นเอง เพราะท่านมีปัญญาเฉียบแหลม.
ครั้นภายหลัง ท่านพิจารณาเห็นบุญนั้น เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ ดังนี้.
ก็คำอันเป็นลำดับในบทนี้ มีอรรถรู้ได้ง่ายทั้งนั้น.
ในบทว่า ปญฺจ สูจี มยา ทินฺนา มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้
ชื่อว่าสูจิ เพราะย่อมเย็บ คือทำช่อง คือเจาะ.
อธิบายว่า เข็มประมาณ ๕ เล่ม ชื่อว่าเข็ม ๕ เล่ม เราถวายแล้ว.
คำที่เหลือมีอรรถรู้ได้ง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาสูจิทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------