๒. อชินทายกเถราปทาน (๒๒๒)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยํ อชินทายกตฺเถราปทานํ (๒๒๒)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อชินทายกเถราปทานที่ ๒ (๒๒๒) ว่าด้วยผลแห่งการถวายท่อนหนัง
|๒๒๔.๖| เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป คณสนฺถารโก อหํ อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ อาหุตีนํ ปฏิคฺคหํ ฯ |๒๒๔.๗| จมฺมขณฺฑํ มยา ทินฺนํ สิขิโน โลกพนฺธุโน เตน กมฺเมน ทิปทินฺท โลกเชฏฺฐ นราสภ ฯ |๒๒๔.๘| สมฺปตฺตึ อนุโภตฺวาน กิเลเส ฌาปยึ อหํ ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน ฯ |๒๒๔.๙| เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป อชินํ ยํ อทาสหํ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ อชินสฺส อิทํ ผลํ ฯ |๒๒๔.๑๐| อิโต ปญฺญาสเก กปฺเป ราชา อาสึ สุทายโก สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๒๒๔.๑๑| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อชินทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อชินทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ ข้าพระองค์เป็นคนคอยต้อนรับหมู่คณะ ได้เห็น พระพุทธเจ้า ผู้ปราศจากธุลี สมควรรับเครื่องบูชา ข้าแต่พระองค์ผู้จอมสัตว์ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ข้าพระองค์ได้ถวายท่อนหนังแด่ พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก เพราะกรรมนั้น ข้าพระองค์เสวยสมบัติแล้ว เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ข้าพระองค์ทรงกายอัน เป็นที่สุดอยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ ข้าพระองค์ได้ถวายหนังสัตว์ใด ด้วยการถวายหนังสัตว์นั้น ข้าพระองค์ ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายหนังสัตว์ ในกัลปที่ ๕๐ แต่กัลปนี้ ข้าพระองค์ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชนามว่าสุทายกะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาข้าพระองค์ ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอชินทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อชินทายกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒๓. อาลัมพนทายกวรรค] ๒. อชินทายกเถราปทาน ๒. อชินทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอชินทายกเถระ (พระอชินทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าเป็นคนคอยต้อนรับหมู่คณะ ได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้ปราศจากธุลีคือกิเลส ผู้สมควรรับเครื่องบูชา
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน ข้าพระองค์ได้ถวายแผ่นหนังแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก ด้วยผลกรรมนั้น
ข้าพเจ้าจึงได้เสวยสมบัติ เผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว ทรงร่างกายอันมีในภพสุดท้าย อยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายหนังสัตว์ไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายหนังสัตว์
ในกัปที่ ๕๐ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ พระนามว่าสุทายกะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอชินทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้อชินทายกเถราปทานที่ ๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๙๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาวรรคที่ ๒๑ เป็นต้น
เบื้องหน้าต่อแต่นี้ไป ทุกๆ เรื่องทั้งหมด ข้าพเจ้าจักทำการพรรณนาเฉพาะบทที่ยากเท่านั้น ส่วนในวรรคที่ ๒๑, ๒๒ และ ๒๓ ชื่อของพระเถระทั้งหมดได้แล้วด้วยบุญที่ตนเองได้กระทำไว้ จะต่างกันก็แต่เพียงบุญที่กระทำไว้เท่านั้น, ชื่อและพระนครที่ประทับอยู่ของพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ผู้ทรงให้พยากรณ์เหล่านั้น แม้ทั้งหมดก็ง่ายทั้งนั้นแล เพราะมีเนื้อความตามที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล.
ส่วนเนื้อความแห่งคาถาอปทาน บัณฑิตก็พอจะรู้ได้โดยง่ายทีเดียวด้วยการประกอบเทียบกับเนื้อความแล. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒๐. ตมาลปุปผิยวรรค ๖. กิสลยปูชกเถราปทาน (๑๙๖)