๕. รโหสัญญิกเถราปทาน (๑๓๕)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจมํ รโหสญฺญิกตฺเถราปทานํ (๑๓๕)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ รโหสัญญิกเถราปทานที่ ๕ (๑๓๕) ว่าด้วยผลแห่งการสัญญาในการเลื่อมใส
|๑๓๗.๓๔| หิมวนฺตสฺสวิทูเร วสโภ นาม ปพฺพโต ตสฺมึ ปพฺพตปาทมฺหิ อสฺสโม อาสิ มาปิโต ฯ |๑๓๗.๓๕| ตีณิ สิสฺสสหสฺสานิ วาเจสึ พฺราหฺมโณ ตทา สํสาวิตฺวาน เต สิสฺเส เอกมนฺตํ อุปาวิสึ ฯ |๑๓๗.๓๖| เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา พฺราหฺมโณ มนฺตปารคู พุทฺธเวสํ คเวสนฺโต ญาเณ จิตฺตํ ปสาทยิ ฯ |๑๓๗.๓๗| ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา นิสีทิ ปณฺณสนฺถเร ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวาน ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ |๑๓๗.๓๘| เอกตฺตึเส อิโต กปฺเป ยํ สญฺญมลภึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ญาณสญฺญายิทํ ผลํ ฯ |๑๓๗.๓๙| สตฺตวีสมฺหิ กปฺปมฺหิ ราชา สิรีธโร อหุ สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๑๓๗.๔๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา รโหสญฺญิโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ รโหสญฺญิกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ภูเขาชื่อวสภะ มีอยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ที่เชิงเขาวสภะนั้น มีอาศรม ที่เราสร้างไว้ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์บอกมนต์กะศิษย์ประมาณ ๓๐๐๐ เราสั่งสอนศิษย์เหล่านั้นแล้วเข้าอยู่ (ในที่สงัด) ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง พราหมณ์ผู้รู้จบมนต์ นั่งอยู่ ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว แสวงหาเพศ พระพุทธเจ้ายังจิตให้เลื่อมใสในพระญาณ ครั้นเรายังจิตให้เลื่อมใสในพระ ญาณแล้ว นั่งคู้บัลลังก์อยู่บนเครื่องลาดหญ้า กระทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เรา ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระญาณ ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลป นี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิราชทรงพระนามว่าสิรีธร ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระรโหสัญญิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ รโหสัญญิกเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. รโหสัญญิกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระรโหสัญญิกเถระ (พระรโหสัญญิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่าวสภะ เขาได้สร้างอาศรมไว้สำหรับข้าพเจ้าที่เชิงภูเขานั้น
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ บอกมนตร์แก่ศิษย์ ๓๐,๐๐๐ คน รวบรวมศิษย์เหล่านั้นแล้ว เข้าไปอยู่ ณ ที่สมควรแห่งหนึ่ง
ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ผู้จบมนตร์ นั่ง ณ ที่สมควรแล้ว แสวงหาพุทธเวท ทำจิตให้เลื่อมใสในพระญาณ
ข้าพเจ้าครั้นทำจิตให้เลื่อมใสในพระญาณนั้นแล้ว นั่งขัดสมาธิอยู่บนเครื่องลาดใบไม้ ได้สิ้นชีวิตลง ณ ที่นั้น
ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ความทรงจำไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งความทรงจำในพระญาณ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๙๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน
ในกัปที่ ๒๗ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามว่าสิรีธระ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระรโหสัญญิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้รโหสัญญิกเถราปทานที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๓๕. อรรถกถารโหสัญญกเถราปทาน
____________________________
บาลีว่า รโหสัญญิกเถราปทาน.
อปทานของท่านพระรโหสัญญกเถระมีคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ในภพนั้นๆ ได้สั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลที่ว่างจากพระพุทธเจ้ากาลหนึ่ง เขาได้บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ในมัชฌิมประเทศ เจริญวัยแล้วสำเร็จการศึกษาในศิลปะของตนแล้ว มองไม่เห็นสาระในศิลปะนั้น อย่างดีก็เพียงยังท้องให้เต็มเท่านั้น มองเห็นแต่อกุศลมีโกธะ มทะและมานะเป็นต้น. จึงละเพศฆราวาส เข้าป่าหิมพานต์บวชเป็นฤาษี มีดาบสหลายร้อยคนเป็นบริวาร สร้างอาศรมอยู่ใกล้ภูเขาวสภะ อยู่ที่ภูเขาหิมวันต์เท่านั้นจนตลอด ๓,๐๐๐ ปี มีความคิดว่า
เราเป็นอาจารย์ของพวกศิษย์มีประมาณเท่านี้ เป็นครุฐานียะควรแก่ความเคารพ ควรแก่การกราบไหว้โดยชอบ แต่เสียใจว่า อาจารย์ของเราไม่มี.
จึงให้ประชุมพวกศิษย์ทั้งหมดนั้นแล้วประกาศความไม่มีการบรรลุพระนิพพานเพราะความไม่มีพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ตนเองผู้เดียวนั่งในที่ลับอันสงัด กระทำความสำคัญว่าพระพุทธเจ้าไว้ในใจ คล้ายนั่งอยู่เบื้องพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าฉะนั้น เกิดความปีติมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ นั่งคู้บัลลังก์ในศาลา กระทำกาละแล้วได้เกิดในพรหมโลก.
ในชาตินั้น ท่านอยู่ได้นานเพราะมีฌานเป็นประธาน ในพุทธุปบาทกาลนี้ได้บังเกิดในเรือนอันมีตระกูล มีความเบื่อหน่ายในกามทั้งหลาย พอมีอายุได้ ๗ ปีก็บวช พอปลายมีดโกนจรดที่ผมเท่านั้นก็ได้บรรลุพระอรหัต เป็นผู้ได้อภิญญา ๖ ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้ด้วยปุพเพนิวาสญาณ เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า หิมวนฺตสฺสาวิทูเร ดังนี้.
บทว่า วสโภ นาม ปพฺพโต ความว่า ภูเขาที่ถึงการนับว่าวสภะ เพราะสูงที่สุด เพราะประเสริฐที่สุดกว่าภูเขาที่เหลือทั้งหลาย เว้นภูเขาหิมวันต์.
คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาโหสัญญกเถราปทาน -----------------------------------------------------