๑. ติมิรปุปผิยเถราปทาน (๘๑)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นวโม ติมิรปุปฺผิยวคฺโค ปฐมํ ติมิรปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๘๑)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ติมิรปุปผิยวรรคที่ ๙ ติมิรปุปผิยเถราปทานที่ ๑ (๘๑) ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกดีหมี
|๘๓.๑| จนฺทภาคานทีตีเร อนุโสตํ วชามหํ นิสินฺนํ สมณํ ทิสฺวา วิปฺปสนฺนมนาวิลํ ฯ |๘๓.๒| ตสฺส จิตฺตํ ปสาเทสี เอวํ จินฺเตสหํ ตทา ตารยิสฺสติ ติณฺโณยํ ทนฺโตยํ ทมยิสฺสติ ฯ |๘๓.๓| อสฺสาสิสฺสติ อสฺสตฺโถ สนฺโต จ สมยิสฺสติ โมจยิสฺสติ มุตฺโต จ นิพฺพาเปสฺสติ นิพฺพุโต ฯ |๘๓.๔| เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน สิทฺธตฺถสฺส มเหสิโน คเหตฺวา ติมิรปุปฺผํ มตฺถเก โอกิรึ ตทา ฯ |๘๓.๕| อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน กตฺวา จ นํ ปทกฺขิณํ วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท ปกฺกามึ อปรํ ทิสํ ฯ |๘๓.๖| อจิรํ คตมตฺตํ มํ มิคราชา อปีฬยิ ปปาตมนุคจฺฉนฺโต ตตฺเถว ปปตึ อหํ ฯ |๘๓.๗| จตุนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๘๓.๘| ฉปฺปญฺญาสมฺหิ กปฺปมฺหิ สตฺเตวาสุํ มหารหา สตฺตรตนสมฺปนฺนา จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๘๓.๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ติมิรปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ติมิรปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เรา (เที่ยว) ไปตามกระแสน้ำใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ได้เห็นพระสมณะ ซึ่งประทับนั่งอยู่ ผู้ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระสมณะนั้น แล้วให้คิดอย่างนี้ในกาลนั้นว่า พระผู้มีพระภาคนี้ทรงข้ามเองแล้ว จักทรงยัง สรรพสัตว์ให้ข้าม ทรงทรมานเองแล้ว จักทรงทรมานสรรพสัตว์ ทรงเบา พระทัยเองแล้ว จักทรงยังสรรพสัตว์ให้เบาใจ ทรงสงบเองแล้ว จักทรง ยังสรรพสัตว์ให้สงบ ทรงพ้นเองแล้ว จักทรงยังสรรพสัตว์ให้พ้น ทรงดับ เองแล้ว จักทรงยังสรรพสัตว์ให้ดับ ครั้นเราคิดอย่างนี้แล้ว ได้ถือเอา ดอกดีหมี มาโปรยลงบนพระเศียรแห่งพระพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณใหญ่ พระนามว่าสิทธัตถะ ในกาลนั้น (บูชา) แล้วประนมอัญชลี ทำประทักษิณ พระองค์ และถวายบังคมพระบาทพระศาสดาแล้ว กลับไปทางทิศอื่น พอ เราไปแล้วไม่นาน พระยาเนื้อได้เบียดเบียนเรา เราเดินไปตามริมเหว ได้ตกลงในเหวนั้นนั่นเอง ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๕๖ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ พระนามว่ามหารหะ ทรง สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำ เสร็จแล้ว ดังนี้, ทราบว่า ท่านพระติมิรปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ติมิรปุปผิยเถราปทาน.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๙. ติมิรปุปผิยวรรค] ๑. ติมิรปุปผิยเถราปทาน ๙. ติมิรปุปผิยวรรค หมวดว่าด้วยพระติมิรปุปผิยะเป็นต้น ๑. ติมิรปุปผิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระติมิรปุปผิยเถระ (พระติมิรปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าเที่ยวไปตามกระแสน้ำ ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ได้เห็นพระสมณะ ผู้ผ่องใสไม่ขุ่นมัว ประทับนั่งอยู่
ข้าพเจ้าจึงทำจิตให้เลื่อมใสในพระสมณะนั้นแล้ว จึงได้คิดอย่างนี้ในครั้งนั้นว่า พระผู้มีพระภาคนี้ ทรงข้ามเองแล้ว จักช่วยสรรพสัตว์ให้ข้าม(วัฏสงสาร) ทรงฝึกตนเองแล้ว จักทรงฝึกสรรพสัตว์
ทรงเบาพระทัยเองแล้ว จักทรงช่วยสรรพสัตว์ให้เบาใจ ทรงสงบเองแล้ว จักทรงช่วยสรรพสัตว์ให้สงบ ทรงพ้นเองแล้ว จักทรงช่วยสรรพสัตว์ให้พ้น ทรงสงบเย็นเองแล้ว จักทรงช่วยสรรพสัตว์ให้สงบเย็น
ข้าพเจ้าครั้นคิดอย่างนี้แล้ว ได้ถือดอกดีหมี มาโปรยเหนือพระเศียรของพระพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่พระนามว่าสิทธัตถะ ในครั้งนั้น
ข้าพเจ้าประคองอัญชลีและทำประทักษิณพระองค์ กราบพระยุคลบาทของพระศาสดาแล้ว จึงหลีกไปยังทิศอื่น
พญาเนื้อได้เบียดเบียนข้าพเจ้า ผู้พอไปแล้วไม่นาน ข้าพเจ้าเดินไปตามริมเหว ได้ตกลงไป(ตาย)ในเหวนั้นนั่นเอง
ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๒๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๙. ติมิรปุปผิยวรรค] ๒. คตสัญญกเถราปทาน
ในกัปที่ ๕๖ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ชาติ พระนามว่ามหายสะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระติมิรปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ติมิรปุปผิยเถราปทานที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ติมิรปุปผิยวรรคที่ ๙ ๘๑. อรรถกถาติมิรปุปผิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระติมิรปุปผิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า จนฺทภาคานทีตีเร ดังนี้.
อะไรเป็นอุปัตติเหตุ?
พระเถระนี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้วอยู่ครองเรือน เห็นโทษในกามทั้งหลาย ละการครองเรือน บวชเป็นดาบส อยู่ใกล้แม่น้ำจันทภาคานที. เพราะท่านเป็นผู้ใคร่วิเวก ไปสู่ป่าหิมพานต์ เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ประทับอยู่แล้ว ถวายบังคม เลื่อมใสคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ถือเอาดอกดีหมีบูชา.
ด้วยบุพกรรมนั้น ท่านเสวยสมบัติในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ท่องเที่ยวไป ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เกิดโสมนัส เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า จนฺทภาคานทีตีเร ดังนี้.
ความแห่งคำนั้น ท่านกล่าวแล้วในหนหลังแล.
บทว่า อนุโสตํ วชามหํ ความว่า เราได้ไปอยู่ในที่นั้นๆ ตามกระแสภายใต้แม่น้ำคงคา เพราะเป็นที่น่ารื่นรมย์ในที่ทุกสถาน โดยเป็นที่อยู่ใกล้แม่น้ำคงคา.
บทว่า นิสินฺนํ สมณํ ทิสฺวา ความว่า เราได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าวคือพระสมณะ เพราะเป็นผู้สงบบาป คือเพราะเป็นผู้ทำบาปให้เหือดแห้ง.
บทว่า เอวํ จินฺเตสหํ ตทา ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้านี้ พระองค์เองข้ามพ้นแล้ว จักยังสัตว์ทั้งปวงให้ข้ามพ้นจากสงสาร คือพระผู้มีพระภาคเจ้านี้ พระองค์ทรงฝึกพระองค์เองด้วยกายทวารแล้ว ทรงฝึกสัตว์เหล่าอื่นด้วย.
นี้เป็นอรรถที่น่าโปร่งใจ คือถึงความโปร่งใจ.
พระองค์พ้นแล้วจากความเร่าร้อนคือกิเลส ยังสัตว์ทั้งปวงให้โปร่งใจคือให้ถึงความสงบ. พระองค์ทรงสงบแล้วคือมีกายจิตสงบแล้ว ย่อมยังกายจิตของสัตว์เหล่าอื่นให้ถึงความสงบ. พระองค์พ้นแล้วคือพ้นจากสงสาร จักให้สัตว์เหล่าอื่นพ้นจากสงสาร. พระผู้มีพระภาคเจ้านี้นั้น พระองค์เองดับสนิทแล้วคือดับจากไฟคือกิเลสทั้งหลาย จักให้สัตว์เหล่าอื่นดับจากไฟคือกิเลส
เพราะฉะนั้น ในกาลนั้น เราจึงคิดอย่างนี้.
บทว่า คเหตฺวา ติมิรปุปฺผํ ความว่า ชื่อว่าดอกดีหมี เพราะทำชายป่าทั้งสิ้นให้เป็นดุจอาการมืด ด้วยรัศมีเขียวและดำครอบคลุม เราได้ถือเอาดอกดีหมีแล้วถือขั้วดอกรรณิการ์ แล้วโปรยที่เบื้องบน คือเหนือพระเศียร บนอากาศบูชา.
คำที่เหลือมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล. จบอรรถกถาติมิรปุปผิยเถราปทาน -----------------------------------------------------