๗. ผลทายกเถราปทาน (๘๗)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺตมํ ผลทายกตฺเถราปทานํ (๘๗)
๘๙|๘๙.๓๙| ปพฺพเต หิมวนฺตมฺหิ ขราชินธโร อหํ ผุสฺสํ ชินวรํ ทิสฺวา ผลหตฺโถ ผลํ อทํ ฯ |๘๙.๔๐| ยมหํ ผลมทาสึ วิปฺปสนฺเนน เจตสา ภเว นิพฺพตฺตมานมฺหิ ผลํ นิพฺพตฺตเต มม ฯ |๘๙.๔๑| เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ผลํ อททึ อหํ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ผลทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๘๙.๔๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ผลทายโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ผลทายกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. ผลทายกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระผลทายกเถระ (พระผลทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ข้าพเจ้านุ่งห่มหนังสัตว์ขรุขระ อาศัยอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์ ได้เห็นพระชินเจ้าผู้ประเสริฐพระนามว่าผุสสะ จึงได้ถือผลไม้ไปถวาย
ข้าพเจ้ามีจิตผ่องใส ได้ถวายผลไม้ใดไว้ ผลไม้นั้นก็บังเกิดแก่ข้าพเจ้า ในภพที่ข้าพเจ้าบังเกิดแล้ว
ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายผลไม้ไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระผลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ผลทายกเถราปทานที่ ๗ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๓๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘๗. อรรถกถาผลทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระผลทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า ปพฺพเต หิมวนฺตมฺหิ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ได้บำเพ็ญกุศลสมภารในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญทั้งหลายอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพุทธเจ้าพระนามว่าผุสสะ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง ได้รับความสุข ละสิ่งทั้งปวงออกบวชเป็นดาบส นุ่งหนังสัตว์กระด้างอยู่.
ก็สมัยนั้น ท่านเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าผุสสะ เสด็จถึง ณ ที่นั้น มีใจเลื่อมใส ถือเอาผลไม้มีรสอร่อยถวายให้เสวย เพราะกุศลนั้นๆ เอง ท่านจึงเสวยบุญสมบัติในเทวโลกเป็นต้น.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนมีตระกูลแห่งหนึ่ง เจริญแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บวชแล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ครั้นภายหลัง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตน เมื่อจะประกาศปุพพจริตาปทาน จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ปพฺพเต หิมวนฺตมฺหิ ดังนี้.
คำนั้นทั้งหมดมีอรรถตื้นทั้งนั้น เพราะมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังแล.
จบอรรถกถาผลทายกเถราปทาน -----------------------------------------------------