อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๖๒

๑๒. นาควิมาน ที่ ๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๒พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 5 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา นาควิมานที่ ๓ ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในนาควิมาน บัณฑิตคนหนึ่งได้ถามบุพกรรมของเทพบุตรตนหนึ่งว่า

ข้อ ๖๒

|๖๒.๗๑๘| ๑๒ โก นุ ทิพฺเพน ยาเนน สพฺพเสเตน หตฺถินา ตุริยตาฬิตนิคฺโฆโส อนฺตลิกฺเข มหิยฺยติ |๖๒.๗๑๙| เทวตา นุสิ คนฺธพฺโพ อาทู สกฺโก ปุรินฺทโท อชานนฺตา ตํ ปุจฺฉาม กถํ ชาเนมุ ตํ มยนฺติ ฯ |๖๒.๗๒๐| นมฺหิ เทโว น คนฺธพฺโพ นาปิ สกฺโก ปุรินฺทโท สุธมฺมา นาม เย เทวา เตสํ อญฺญตโร อหนฺติ ฯ |๖๒.๗๒๑| ปุจฺฉาม เทว สุธมฺม ปุถุํ กตฺวาน อญฺชลึ กึ กตฺวา มานุเส กมฺมํ สุธมฺมํ อุปปชฺชสีติ ฯ |๖๒.๗๒๒| อุจฺฉาคารํ ติณาคารํ วตฺถาคารญฺจ โย ทเท ติณฺณมญฺญตรํ ทตฺวา สุธมฺมํ อุปปชฺชตีติ ฯ ตติยนาควิมานํ ทฺวาทสมํ ฯ

ใครหนอมีเสียงกึกกล้องไปด้วยดุริยางค์และกังสดาล มีคชสาร เผือกผ่องเป็นทิพยยาน ลอยอยู่ในอากาศ อันบริวารเป็นอันมาก บูชาอยู่ ท่านเป็นเทวดา เป็นคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกะ จอมเทวันผู้ให้ทาน ในปางก่อน เราไม่รู้จักท่านจึงขอถาม ไฉนเราจะรู้จักท่านอย่างไร? เทพบุตรตอบว่า ข้าพเจ้าไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์ และไม่ใช่ท้าวสักกะ ผู้ให้ทานใน ปางก่อน ข้าพเจ้าเป็นผู้หนึ่งในจำนวนเทพเจ้าชาวสุธรรมา. บัณฑิตถามว่า ดูกรท่านสุธรรมเทวัน เราขอทำอัญชลีแก่ท่านโดยเคารพ ขอถามท่านว่า ท่านได้ทำกรรมอะไรไว้ในมนุษยโลก จึงมาเกิดเป็น เทพบุตรชาวสุธรรมา? เทพบุตรตอบว่า ผู้ใดได้ถวายเรือนอันมุงบังด้วยใบอ้อย มุงบังด้วยหญ้า และมุงบังด้วยผ้า ผู้นั้นครั้นได้ถวายเรือนทั้งสามอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ย่อมบังเกิดเป็น เทพบุตรชาวสุธรรมา. จบ นาควิมานที่ ๑๒

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๒. ตติยนาควิมาน ว่าด้วยวิมานที่มีช้างทิพย์เป็นพาหนะ เรื่องที่ ๓ (บุรุษผู้เป็นบัณฑิตถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)

ข้อ ๙๗๖

ใครหนอ มีช้างเผือกปลอดเป็นยานทิพย์ มีเสียงดนตรีประโคมกึกก้อง มีบริวารเป็นอันมากบูชาอยู่ในอากาศ

ข้อ ๙๗๗

ท่านเป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกปุรินททะ พวกเราไม่รู้จัก จึงขอถามท่าน พวกเราจะรู้จักท่านได้อย่างไร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๑๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๕. มหารถวรรค ๑๓. จูฬรถวิมาน (เทพบุตรกล่าวว่า)

ข้อ ๙๗๘

ข้าพเจ้าไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์ ทั้งไม่ใช่ท้าวสักกปุรินททะ แต่ข้าพเจ้าเป็นเทพบุตรตนหนึ่งในบรรดาเหล่าเทพชาวสุธัมมา (บุรุษผู้เป็นบัณฑิตถามว่า)

ข้อ ๙๗๙

แน่ะเทพชาวสุธัมมา ข้าพเจ้าขอกราบเรียนถามว่า คนทำกรรมอะไรไว้สมัยเป็นมนุษย์ จึงจะเกิดเป็นเทพชาวสุธัมมาได้ (เทพบุตรกล่าวว่า)

ข้อ ๙๘๐

ผู้ใดพึงถวายอาคารมุงบังด้วยใบอ้อย อาคารมุงบังด้วยหญ้า และอาคารมุงบังด้วยผ้า ผู้นั้นครั้นถวายอาคารอย่างใดอย่างหนึ่งในอาคารสามอย่างแล้ว จึงจะเกิดเป็นเทพชาวสุธัมมาได้ ตติยนาควิมานที่ ๑๒ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาตติยนาควิมาน

ตติยนาควิมาน มีคาถาว่า โก นุ ทิพฺเพน ยาเนน เป็นต้น.

ตติยนาควิมานเกิดขึ้นอย่างไร?

พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน กรุงราชคฤห์.

สมัยนั้น พระเถระขีณาสพ ๓ องค์ เข้าจำพรรษาในอาวาสใกล้หมู่บ้าน ครั้นออกพรรษาปวารณาแล้ว พระเถระเหล่านั้นประสงค์จักถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงเดินทางมุ่งกรุงราชคฤห์ ในระหว่างทาง ถึงที่ใกล้ไร่อ้อยของพราหมณ์มิจฉาทิฏฐิ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในเวลาเย็นถามคนเฝ้าอ้อยว่า พ่อคุณ วันนี้อาจถึงกรุงราชคฤห์ไหม.

คนเฝ้าอ้อยกล่าวว่า ไม่อาจดอก ขอรับ กรุงราชคฤห์อยู่ห่างจากที่นี้กึ่งโยชน์ นิมนต์ท่านทั้งหลายอยู่ในที่นี้แหละ พรุ่งนี้ค่อยไป.

พระเถระถามว่า พ่อคุณที่นี้มีอะไรๆ ที่พอจะทำเป็นที่อยู่ได้บ้างเล่า. ไม่มี ขอรับ แต่กระผมจักจัดที่อยู่ถวายพวกท่าน.

พระเถระทั้งสามรับนิมนต์.

คนเฝ้าอ้อยนั้นผูกท่อนไม้เป็นมณฑปกิ่งไม้ ในไร่อ้อยที่ยืนต้นอยู่อย่างเดิมนั่นแหละ ใช้ใบอ้อยมุงข้างบน ลาดฟางข้างล่าง ถวายแด่พระเถระองค์หนึ่ง. เอาอ้อยสามลำผูกเป็นสังเขปว่าไม้สามเส้า แล้วมุงด้วยหญ้าลาดพื้นด้วยหญ้า ถวายแด่พระเถระองค์ที่สอง. นำไม้สองสามท่อนในกระท่อมของตนและกิ่งไม้ทั้งหลายแล้วคลุมด้วยจีวร ทำกลดถวายแด่พระเถระอีกองค์หนึ่ง.

พระเถระเหล่านั้นอยู่ในที่นั้น.

พอราตรีสว่างได้เวลา เขาหุงข้าว ถวายไม้สีฟันและน้ำล้างหน้าแล้ว ถวายภัตตาหารกับน้ำอ้อย เมื่อพระเถระเหล่านั้นฉันแล้วอนุโมทนาแล้ว กำลังจะไป เขาได้ถวายอ้อยองค์ละลำ ด้วยกล่าวว่า จักเป็นส่วนของกระผม. เขาไปส่งพระเถระสิ้นระยะทางหน่อยหนึ่งแล้วก็กลับ เสวยปีติโสมนัสอย่างโอฬาร ปรารภการช่วยขวนขวายและทานของตน กลับบ้าน.

ฝ่ายเจ้าของไร่เดินมาสวนทางกับภิกษุที่กำลังเดินไป ถามภิกษุทั้งหลายว่า ได้อ้อยมาแต่ไหน. ภิกษุทั้งหลายตอบว่า คนเฝ้าอ้อยถวาย.

พราหมณ์ได้ฟังดังนั้นก็โกรธ ไม่พอใจ ฮึดฮัดอยู่ ถูกความโกรธครอบงำ วิ่งตามไปข้างหลังคนเฝ้าอ้อย เอาไม้ค้อนตีเขา ปลงชีพเขาด้วยการตีทีเดียวเท่านั้น. คนเฝ้าอ้อยระลึกถึงบุญกรรมที่ตนทำไว้นั่นแหละ ตายไปบังเกิดในสุธัมมาเทวสภา. ช้างพลายทิพย์ตัวประเสริฐ ใหญ่ เผือกปลอด บังเกิดด้วยบุญญานุภาพของเขา.

บิดามารดาและญาติมิตรของเขา ได้ข่าวตายของคนเฝ้าอ้อยแล้ว น้ำตาอาบหน้าร้องไห้พากันไปยังที่นั้น และชาวบ้านทั้งหมดได้ประชุมกัน บิดามารดาของเขาปรารภจะกระทำฌาปนกิจตรงที่นั้น.

ในขณะนั้น เทพบุตรนั้นขี่ช้างทิพย์ตัวนั้นแวดล้อมไปด้วยเทพผู้ชำนาญฉิ่งทั้งหมด มีดนตรีเครื่อง ๕ บรรเลงอยู่ มาจากเทวโลกด้วยบริวารเป็นอันมาก ด้วยเทพฤทธิ์ยิ่งใหญ่ ลอยอยู่ในอากาศปรากฏกายให้ที่ประชุมนั้นเห็น

ครั้งนั้น บุรุษผู้เป็นบัณฑิตในที่นั้น ได้ถามเทพบุตรนั้นถึงบุญกรรมที่เขาทำไว้ ด้วยคาถาเหล่านี้

ใครหนอมีช้างเผือกปลอดเป็นยานทิพย์ มีดนตรีประโคมกึกก้อง เขาฉลองกันอยู่ในอากาศ ท่านเป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกะผู้ให้ทานในกาลก่อน พวกเราไม่รู้ ขอถามท่าน พวกเราจะรู้จักท่านได้อย่างไร.

เทพบุตรแม้นั้นได้พยากรณ์ความนั้นแก่เขา ด้วยคาถาเหล่านี้ว่า

เราไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์ ไม่ใช่ท้าวสักกะผู้ให้ทานในกาลก่อน ข้าพเจ้าเป็นเทพองค์หนึ่ง ในบรรดาเหล่าเทพที่ชื่อสุธัมมา.

คนเป็นบัณฑิตถามแม้อีกว่า

เราทั้งหลายกระทำอัญชลีอย่างใหญ่ ขอถามเทพพวกสุธัมมา คนทำกรรมอะไรในมนุษยโลกจึงจะเข้าถึงเทพพวกสุธัมมา.

เทพบุตรได้พยากรณ์อีกว่า

ผู้ใดถวายอาคารอ้อย อาคารหญ้าและอาคารผ้า หรือถวายอย่างใดอย่างหนึ่ง ในสามอย่างนั้น ผู้นั้นย่อมเข้าถึงเทพพวกสุธัมมา.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตุริยตาฬิตนิคฺโฆโส ได้แก่ กึกก้องด้วยทิพยดนตรีเครื่อง ๕ ที่ประโคมแล้ว คือเสียงทิพยดนตรีที่บรรเลงสำหรับตน.

บทว่า อนฺตลิกฺเข มหิยฺยติ ความว่า ลอยอยู่ในอากาศมีบริวารมากที่อยู่ในอากาศนั่นแหละบูชาอยู่.

บทว่า เทวตานุสิ แปลว่า เป็นเทวดาหนอ. ความว่า ท่านเป็นเทวดาหรือหนอ.

บทว่า คนฺธพฺโพ ความว่า เป็นเทพเป็นไปในพวกคนธรรพ์เทพนักดนตรี.

บทว่า อาทู สกฺโก ปุรินฺทโท ความว่า หรือว่าเป็นท้าวสักกะ ที่ปรากฏว่าปุรินททะ เพราะอรรถว่าให้ทานในกาลก่อน. อธิบายว่า หรือว่าเป็นท้าวสักกเทวราช.

อนึ่ง เมื่อความที่ท้าวสักกะและคนธรรพ์ทั้งหลายเป็นเทวะแม้มีอยู่ ก็พึงทราบเทวศัพท์ในที่นี้ว่า กล่าวถึงเทวะอื่นจากนั้น โดยโคพลิพัททนัย [นัยอย่างสูง] เพราะเทวะเหล่านั้น ท่านกำหนดไว้แผนกหนึ่ง.

ครั้งนั้น เทพบุตรคิดว่า ธรรมดาคำตอบ จำต้องเข้ากันได้กับคำถาม เมื่อปฏิเสธความที่ตนเป็นเทวดาคนธรรพ์หรือท้าวสักกะ ที่พวกเขาถามแล้ว จึงกล่าวว่า ข้าพเจ้าไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์ ไม่ใช่ท้าวสักกะผู้ให้ทานในก่อน ข้าพเจ้าเป็นเทวดาองค์หนึ่งในบรรดาเทวดาที่ชื่อสุธัมมา [ประจำสุธัมมาเทวสภา].

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นามฺหิ เทโว ความว่า ข้าพเจ้าไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์ ไม่ใช่ท้าวสักกะองค์ใดองค์หนึ่งที่ท่านสงสัย ข้าพเจ้าเป็นเทวดาองค์หนึ่งในบรรดาเทวดาที่ชื่อสุธัมมา คือเป็นเทพหมู่หนึ่งของทวยเทพชั้นดาวดึงส์ ชื่อว่าเทวดาสุธัมมา โดยแท้แล.

อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ได้ยินว่า คนเฝ้าอ้อยนั้นได้ฟังสมบัติของเทวดาเหล่านั้นมาแล้ว จึงตั้งจิตมั่นอยู่ในสมบัติเหล่านั้นก่อน.

บทว่า ปุถุํ แปลว่า ใหญ่. อธิบายว่า ทำให้บริบูรณ์ ก็คำนี้ ท่านกล่าวเพื่อแสดงกิริยาเคารพ.

เทพบุตรถูกถามถึงหมู่เทพสุธัมมา เมื่อบอกบุญที่ตนทำไว้ โดยกำหนดสมบัติเท่าที่เห็นเท่านั้น เหมือนบอกนิมิตกิ้งก่า จึงกล่าวคาถาว่า อุจฺฉาคารํ เป็นต้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ติณฺณมญฺญตรํ ทตวา ความว่า เทพบุตรกล่าวอย่างนี้ โดยถือเอานัยว่า แม้ถ้าข้าพเจ้าถวายอาคารสามหลังไซร้ ก็จะสำเร็จเนื้อความนี้ว่า หลังใดหลังหนึ่งในสามหลัง

คำที่เหลือเข้าใจง่ายทั้งนั้น.

เทพบุตรนั้นตอบเนื้อความที่บุรุษบัณฑิตนั้นถามอย่างนี้แล้ว เมื่อประกาศคุณพระรัตนตรัย ชื่นชมกับบิดามารดาแล้ว ก็กลับไปยังเทวโลก

มนุษย์ทั้งหลายฟังคำของเทพบุตรแล้ว เกิดความเลื่อมใสเป็นอันมากในพระผู้มีพระภาคเจ้าและภิกษุสงฆ์ตระเตรียมเครื่องอุปกรณ์ให้ทานมากมายบรรทุกเต็มหลายเล่มเกวียนพากันไปพระวิหารเวฬุวันถวายมหาทานแด่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข กราบทูลเรื่องที่เป็นไปนั้นถวายพระศาสดา.

พระศาสดาตรัสเรื่องนั้นเป็นคำถามและคำตอบเหมือนอย่างนั้นนั่นแหละ ทรงทำข้อความนั้นให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุเกิดเรื่อง ทรงแสดงธรรมโดยพิสดารให้มนุษย์เหล่านั้นตั้งอยู่ในสรณะและศีลทั้งหลาย.

คนเหล่านั้นมีศรัทธาตั้งมั่น ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว กลับไปบ้านของตนแล้ว ช่วยกันสร้างวิหารตรงที่ที่คนเฝ้าอ้อยตายแล.

จบอรรถกถาตติยนาควิมาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา