๑๔. โภคสังหรเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๔. โภคสังหรเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตรวบรวมโภคะ ในเวลาราตรี หญิงเปรต ๔ ตน ถูกทุกข์ครอบงำ จึงพากันร้องไห้รำพันด้วยเสียงดัง อย่างน่ากลัวว่า
|๑๓๔.๗๑๐| ๑๔ มยํ โภเค สํหริมฺห สเมน วิสเมน จ เต อญฺเญ ปริภุญฺชนฺติ มยํ ทุกฺขสฺส ภาคินีติ ฯ โภคสํหรเปตวตฺถุ จตุทฺทสมํ ฯ
พวกเรารวบรวมโภคทรัพย์ไว้โดยชอบธรรมบ้าง โดยไม่ชอบธรรมบ้าง แต่คนอื่นๆ พากันใช้สอยธรรมเหล่านั้น ส่วนพวกเรากลับมีส่วน แห่งทุกข์. จบ โภคสังหรเปตวัตถุที่ ๑๔.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๔. โภคสังหรเปตวัตถุ เรื่องเปรตรวบรวมโภคะ (เวลากลางคืน หญิงเปรต ๔ ตน ถูกทุกข์ครอบงำ จึงพากันร้องไห้รำพึงรำพัน ด้วยเสียงดังอย่างน่ากลัวว่า)
พวกเรารวบรวมโภคทรัพย์ไว้โดยชอบธรรมบ้าง ไม่ชอบธรรมบ้าง แต่คนอื่นๆ พากันใช้สอยโภคทรัพย์เหล่านั้น พวกเรากลับได้รับทุกข์ โภคสังหรเปตวัตถุที่ ๑๔ จบ @เชิงอรรถ : @ คือ สุขในภพนี้และภพหน้า ซึ่งเป็นประโยชน์เกื้อกูลทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น (ขุ.เป.อ. ๘๐๐/๒๙๘)@ เหตุที่เปรตเหล่านั้นได้รับทุกข์ เพราะรวบรวมโภคะไว้มากโดยทางทุจริต แล้วไม่นำไปทำประโยชน์แก่@ใคร ตายไปแล้วมาเกิดเป็นเปรต ร้องโหยหวน เสียดายทรัพย์เมื่อเห็นผู้อื่นใช้สอยทรัพย์ของตน@(ขุ.เป.อ. ๘๐๑/๓๐๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๙๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาโภคสังหรณเปติวัตถุที่ ๑๔
เรื่องนางโภคสังหรณเปรตนี้ มีคำเริ่มต้นว่า มยํ โภเค สํหริมฺหา ดังนี้.
เรื่องนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ได้ยินว่า เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระเวฬุวันมหาวิหาร หญิง ๔ คนในกรุงราชคฤห์ ทำการค้าขายด้วยเนยใส น้ำผึ้ง น้ำมันและข้าวเปลือกเป็นต้นด้วยเครื่องนับโกงเป็นต้น รวบรวมโภคะเลี้ยงชีพโดยไม่แยบคาย. เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก หญิงเหล่านั้นไปบังเกิดเป็นนางเปรต อยู่ที่หลังคูนอกเมือง.
ในเวลากลางคืน นางเปรตเหล่านั้นถูกความทุกข์เข้าครอบงำ ร้องบ่นเพ้อด้วยเสียงขรมน่าสะพรึงกลัว ด้วยคาถาว่า :-
พวกเรารวบรวมโภคทรัพย์ไว้โดยชอบธรรมบ้าง โดยไม่ชอบธรรมบ้าง แต่คนอื่นๆ พากันใช้สอยโภคทรัพย์เหล่านั้น แต่พวกเรากลับมีส่วนแห่งทุกข์.
มนุษย์ทั้งหลายฟังเสียงนั้นแล้วกลัวสะดุ้งตกใจ เมื่อราตรีสว่าง ตระเตรียมมหาทานเพื่อภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน นิมนต์พระศาสดาและภิกษุสงฆ์ อังคาสด้วยขาทนียะและโภชนียะอันประณีต เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เสวยพระกระยาหารเสร็จแล้ว นำพระหัตถ์ออกจากบาตรแล้ว จึงกราบทูลให้ทรงทราบถึงเรื่องนั้น.
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า อุบาสกและอุบาสิกาทั้งหลาย เสียงนั้นไม่มีอันตรายอะไรๆ แก่ท่านทั้งหลาย ส่วนเปรตทั้ง ๔ ตนนั้นถูกความทุกข์ครอบงำ กล่าวถึงกรรมที่ตนทำชั่ว ร้องไห้เสียงร่ำไร พลางกล่าวคาถานี้ว่า:-
พวกเรารวบรวมโภคทรัพย์ไว้ โดยชอบธรรมบ้าง
โดยไม่ชอบธรรมบ้าง คนอื่นๆ พากันใช้สอยโภคทรัพย์
เหล่านั้น แต่พวกเรากลับเป็นผู้มีส่วนแห่งทุกข์.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โภเค ได้แก่ อุปกรณ์พิเศษแห่งทรัพย์เครื่องปลื้มใจ มีผ้าและอาภรณ์เป็นต้น อันได้ชื่อว่าโภคะ เพราะอรรถว่าเป็นบุคคลพึงใช้สอย.
บทว่า สํหริมฺหา ความว่า ผู้มีจิตอันมลทินคือความตระหนี่ครอบงำ รวบรวมไว้ไม่ให้อะไรๆ แก่ใครๆ.
บทว่า สเมน วิสเมน จ ได้แก่ โดยชอบธรรมและไม่ชอบธรรม.
อีกอย่างหนึ่ง ความว่า บัดนี้ คนอื่นๆ ใช้สอยโภคะเหล่านั้นที่เรารวบรวม โดยไม่ชอบธรรม อันเป็นของเทียมกับความชอบธรรม.
บทว่า มยํ ทุกฺขสฺส ภาคินี ความว่า ฝ่ายพวกเรา บัดนี้เป็นผู้มีส่วนแห่งทุกข์ใหญ่ อันนับเนื่องในกำเนิดเปรต คือเสวยทุกข์ใหญ่ เพราะตนไม่ได้ทำสุจริตอะไรๆ ไว้ และทำแต่ทุจริต.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคาถาที่นางเปรตนั้นกล่าวแล้วอย่างนี้ จึงตรัสประวัติของนางเปรตเหล่านั้น แล้วทรงกระทำเรื่องนั้นให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุแล้ว ทรงแสดงธรรมแก่บริษัทผู้ถึงพร้อมแล้ว ทรงประกาศสัจจะสูงๆ ขึ้นไป.
ในเวลาจบสัจจะ ชนเป็นอันมากบรรลุโสดาปัตติผลเป็นต้น ฉะนี้แล.
จบอรรถกถาโภคสังหรณเปติวัตถุที่ ๑๔ -----------------------------------------------------