อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๓๔๐

๖. นทีกัสสปเถรคาถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔๐พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 5 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. นทีกัสสปเถรคาถา สุภาษิตสรรเสริญพระพุทธองค์

ข้อ ๓๔๐

|๓๔๐.๓๔๐| ๖ อตฺถาย วต เม พุทฺโธ นทึ เนรญฺชรํ อคา ยสฺสาหํ ธมฺมํ สุตฺวาน มิจฺฉาทิฏฺฐึ วิวชฺชยึ ฯ |๓๔๐.๓๔๑| ยชึ อุจฺจาวเจ ยญฺเญ อคฺคิหุตํ ชุหึ อหํ เอสา สุทฺธีติ มญฺญนฺโต อนฺธภูโต ปุถุชฺชโน ฯ |๓๔๐.๓๔๒| ทิฏฺฐิคหณปกฺขนฺโน ปรามาเสน โมหิโต อสุทฺธึ มญฺญิสํ สุทฺธึ อนฺธภูโต อวิทฺทสุ ฯ |๓๔๐.๓๔๓| มิจฺฉาทิฏฺฐิ ปหีนา เม ภวา สพฺเพ ปทาลิตา ชุหามิ ทกฺขิเณยฺยคฺคึ นมสฺสามิ ตถาคตํ ฯ |๓๔๐.๓๔๔| โมหา สพฺเพ ปหีนา เม ภวตณฺหา ปทาลิตา วิกฺขีโณ ชาติสํสาโร นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ ฯ นทีกสฺสโป เถโร ฯ

พระพุทธเจ้าเสด็จมาสู่แม่น้ำเนรัญชรา เพื่อประโยชน์แก่เราหนอ เพราะเราได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว ละมิจฉาทิฏฐิได้ เมื่อเราเป็น ปุถุชนยังมืดมนอยู่ สำคัญว่า การบูชายัญนี้เป็นความบริสุทธิ์ จึงได้ บูชายัญสูงๆ ต่ำๆ และได้บูชาไฟ แล่นไปสู่การถือทิฏฐิ ลุ่มหลง ไปด้วยการเชื่อถือ เป็นคนตาบอดไม่รู้แจ้ง สำคัญความไม่บริสุทธิ์ว่าเป็น ความบริสุทธิ์ บัดนี้ เราละมิจฉาทิฏฐิได้แล้ว ทำลายภพทั้งปวงหมดแล้ว เราบูชาไฟ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นทักขิไณยบุคคล เราขอ นมัสการพระตถาคต ความลุ่มหลงทั้งปวงเราละหมดแล้ว ตัณหาอันจะ นำไปสู่ภพเราทำลายแล้ว ชาติสงสารสิ้นแล้ว บัดนี้ ภพใหม่มิได้มี.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๖. นทีกัสสปเถรคาถา ภาษิตของพระนทีกัสสปเถระ (พระนทีกัสสปเถระได้กล่าว ๕ คาถาไว้ดังนี้ว่า) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๙๖} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๕. ปัญจกนิบาต] ๗. คยากัสสสปเถรคาถา

ข้อ ๓๔๐

พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาสู่แม่น้ำเนรัญชรา เพื่อเป็นประโยชน์แก่เราผู้ได้ฟังธรรมแล้วละมิจฉาทิฏฐิได้

ข้อ ๓๔๑

ครั้งเมื่อเราเป็นปุถุชนยังมืดมนอยู่ สำคัญเอาว่า การบูชายัญนี้เป็นความบริสุทธิ์ จึงได้บูชายัญต่างๆ ชนิด และได้บูชาไฟด้วย

ข้อ ๓๔๒

เรานั้นยึดถือทิฏฐิ ลุ่มหลงไปด้วยการเชื่อถือผิด เป็นคนตาบอด ยังไม่รู้แจ้ง ได้สำคัญถึงความไม่บริสุทธิ์ ว่าเป็นความบริสุทธิ์

ข้อ ๓๔๓

มิจฉาทิฏฐิเราละได้แล้ว ภพทั้งปวงเราทำลายได้แล้ว บัดนี้ เราบูชาไฟคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ควรแก่ทักษิณา เราจะนอบน้อมพระตถาคต

ข้อ ๓๔๔

ความลุ่มหลงทั้งปวงเราละได้แล้ว ภวตัณหาเราก็ทำลายได้แล้ว การเวียนว่ายตายเกิดสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ไม่มีการเกิดอีก

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถานทีกัสสปเถรคาถาที่ ๖

คาถาของท่านพระนทีกัสสปเถระ มีคำเริ่มต้นว่า อตฺถาย วต เม ดังนี้.

เรื่องนั้นมีเหตุเกิดขึ้นอย่างไร?

พระเถระแม้นี้ได้กระทำบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าในปางก่อน สั่งสมกุศลอันเป็นอุปนิสสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ บังเกิดในเรือนมีตระกูล ถึงความเป็นผู้รู้เดียงสาแล้ว วันหนึ่งเห็นพระศาสดากำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ มีจิตเลื่อมใสได้ถวายผลมะม่วงผลหนึ่งมีสีเหมือนมโนศิลา ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกของต้นมะม่วงที่ตนปลูกไว้.

ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดเป็นน้องชายของอุรุเวลกัสสปะ ในตระกูลพราหมณ์ ในมคธรัฐ เจริญวัยแล้วไม่ปรารถนาการอยู่ครองเรือน เพราะมีอัธยาศัยในการสลัดออก จึงบวชเป็นดาบสพร้อมด้วยดาบส ๓๐๐ คนสร้างอาศรมอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา.

จริงอยู่ เพราะท่านอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำและเพราะท่านเป็นกัสสปโคตร ท่านจึงได้นามว่านทีกัสสปะ.

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ประทานอุปสมบทแก่ท่านพร้อมด้วยบริวาร โดยเอหิภิกษุภาวะ. เรื่องทั้งหมดมาแล้วในขันธกะนั่นแล.

ท่านดำรงอยู่ในพระอรหัตด้วยอาทิตตปริยายสูตร.

ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า

เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ ผู้ทรงยศอันสูงสุด กำลังเสด็จเที่ยวบิณฑบาตอยู่ ข้าพระองค์มีใจเลื่อมใส ได้ถือเอาผลชมพู่อย่างดีมาถวายแด่พระศาสดาผู้เป็นทักขิไณยบุคคล เป็นนักปราชญ์

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่กว่าสัตว์ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน เพราะกรรมนั้น ข้าพระองค์จึงเป็นผู้ละความชนะและความแพ้แล้ว ได้ถึงฐานะที่ไม่หวั่นไหว

ในแสนกัปแต่กัปนี้ ข้าพระองค์ได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น ข้าพระองค์ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้อย่างดีเป็นทาน ข้าพระองค์เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... ฯลฯ ... พระพุทธศาสนา ข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

____________________________

ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๓๐

ก็ท่านดำรงอยู่ในพระอรหัตแล้ว ภายหลังพิจารณาการปฏิบัติของตน เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล โดยระบุการถอนทิฏฐิขึ้นเป็นประธาน จึงได้กล่าวคาถา ๕ คาถาเหล่านี้ว่า

พระพุทธเจ้าเสด็จมาสู่แม่น้ำเนรัญชรา เพื่อประโยชน์แก่

เราหนอ เพราะเราได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว ละมิจฉา

ทิฏฐิได้ เมื่อเราเป็นปุถุชนยังมืดมนอยู่ สำคัญว่าการบูชา

ยัญนี้เป็นความบริสุทธิ์ จึงได้บูชายัญสูงๆ ต่ำๆ และได้

บูชาไฟ แล่นไปสู่การถือทิฏฐิ ลุ่มหลงไปด้วยการเชื่อถือ

เป็นคนตาบอดไม่รู้แจ้ง สำคัญความไม่บริสุทธิ์ว่าเป็น

ความบริสุทธิ์ บัดนี้ เราละมิจฉาทิฏฐิได้แล้ว ทำลายภพ

ทั้งปวงหมดแล้ว เราบูชาไฟ คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้

เป็นทักขิไณยบุคคล เราขอนมัสการพระตถาคต ความ

ลุ่มหลงทั้งปวงเราละหมดแล้ว ตัณหาอันจะนำไปสู่ภพ

เราทำลายแล้ว ชาติสงสารสิ้นแล้ว บัดนี้ ภพใหม่มิได้มี.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อตฺถาย วต เม ความว่า เพื่อประโยชน์ คือเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่เราหนอ.

บทว่า พุทฺโธ ได้แก่ พระสัพพัญฺญูพุทธเจ้า.

บทว่า นทึ เนรญฺชรํ อคา ความว่า ได้ไปสู่แม่น้ำชื่อว่าเนรัญชรา.

อธิบายว่า ไปสู่อาศรมของอุรุเวลกัสสปะ พี่ชายของเรา ใกล้ฝั่งแห่งแม่น้ำนั้น.

บัดนี้ เพื่อจะไขความตามที่กล่าวแล้วจึงกล่าวว่า ยสฺสาหํ ดังนี้เป็นต้น.

บทว่า ยสฺส ได้แก่ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด.

บทว่า ธมฺมํ สุตฺวา ความว่า ฟังธรรมอันเกี่ยวด้วยสัจจะ ๔ คือได้รับฟังตามกระแสแห่งโสตทวาร.

บทว่า มิจฺฉาทิฏฺฐึ วิวชฺชยึ ความว่า ละซึ่งการเห็นผิดตรงกันข้าม (ผิดแผก) อันเป็นไปโดยนัยมีอาทิว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีด้วยยัญเป็นต้น.

เพื่อจะแสดงให้พิสดาร ซึ่งความที่กล่าวด้วยบทว่า มิจฺฉาทิฏฺฐึ วิวชฺชยึ นี้ จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ยชึ ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยชึ อุจฺจาวเจ ยญฺเญ ความว่า บูชายัญที่ปรากฏ คือยัญต่างๆ มีการบวงสรวงพระจันทร์ และการบูชาด้วยข้าวตอกและน้ำที่ควรดื่มเป็นต้น.

บทว่า อคฺคิหุตฺตํ ชุหึ อหํ ความว่า เมื่อรับวัตถุที่เขานำมาบูชาด้วยอำนาจการบูชายัญเหล่านั้น จึงบำเรอไฟ.

บทว่า เอสา สุทฺธีติ มญฺญนฺโต ความว่า สำคัญอยู่ว่า ยัญกิริยาคือการบำเรอไฟนี้เป็นการบริสุทธิ์โดยความเป็นเหตุให้บริสุทธิ์ คือเป็นการหมดจดจากสงสารย่อมมีแก่เราด้วยอาการอย่างนี้.

บทว่า อนฺธภูโต ปุถุชฺชโน ความว่า ชื่อว่าเป็นปุถุชนคนบอด เพราะบกพร่องทางจักขุคือปัญญา ได้แก่เพราะไม่มีปัญญาจักษุ.

การยึดถือคือทิฏฐิ ชื่อว่าทิฏฐิคหนะ เพราะอรรถว่าล่วงได้โดยยาก เหมือนพงหญ้าและชัฏภูเขาเป็นต้นฉะนั้น แล่นไปคือเข้าไปสู่รกชัฏคือทิฏฐินั้นเพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าทิฏฐิคหนปักขันทะ แล่นไปสู่ชัฏคือทิฏฐิ.

บทว่า ปรามาเสน ความว่า ด้วยการก้าวล่วงสภาวะแห่งธรรมเสียยึดถือผิด กล่าวคือการยึดถือโดยยึดถือว่า นี้เท่านั้นจริง.

บทว่า โมหิโต ความว่า ให้ถึงความเป็นผู้หลงงมงาย.

บทว่า อสุทฺธึ มญฺญิสํ สุทฺธึ ความว่า สำคัญคือเข้าใจหนทางอันไม่บริสุทธิ์ ว่าทางบริสุทธิ์ ดังนี้.

ท่านกล่าวเหตุในข้อนั้นว่า เป็นคนบอด คือคนไม่รู้. เป็นคนบอด เพราะอวิชชาใดคือไม่รู้ธรรมและอธรรม และสิ่งที่ควรและไม่ควรนั้นนั่นแล ฉะนั้น จึงสำคัญอย่างนั้น.

บทว่า มิจฺฉาทิฏฺฐิ ปหีนา เม ความว่า เมื่อเราฟังธรรมกถาคือสัจจะ ๔ ในที่พร้อมพระพักตร์พระศาสดาผู้เป็นอย่างนั้น ปฏิบัติอยู่โดยอุบายอันแยบคาย เป็นอันละมิจฉาทิฏฐิแม้ทั้งหมด ด้วยสัมมาทิฏฐิอันสัมปยุตด้วยอริยมรรค โดยสมุจเฉทปหาน.

บทว่า ภวา ความว่า ภพทั้งปวงมีกามภพเป็นต้น เราทำลายเสียแล้ว คือกำจัดเสียแล้วด้วยศัสตราคืออริยมรรค.

บทว่า ชุหามิ ทกฺขิเณยฺยคฺคึ ความว่า เราละไฟมีไฟอันบุคคลพึงนำมาบูชาเป็นต้น แล้วบูชาคือบำเรอไฟคือพระทักขิไณย คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะทรงเป็นพระทักขิไณยบุคคลของโลกพร้อมทั้งเทวโลก และเพราะเผาบาปทั้งปวง การบำเรอไฟคือพระทักขิไณยของเรานี้นั้น มิได้มุ่งถึงวัตถุมีนมส้ม เนยข้น เปรียงและเนยใสเป็นต้น เป็นการนมัสการพระศาสดาเท่านั้น เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า นมสฺสามิ ตถาคตํ เราขอนมัสการพระตถาคต ดังนี้.

อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ชุหามิ ทกฺขิเณยฺยคฺคึ ความว่า ย่อมบูชาคือบำเรอตนอันเป็นทักขิเณยยัคคิ ด้วยการกระทำทักขิณาของทายกให้มีผลมากและด้วยการเผาบาป. ย่อมบำเรอด้วยประการนั้นๆ คือจะนมัสการเทวดาคือไฟ แต่บัดนี้เราจะนมัสการพระตถาคต.

บทว่า โมหา สพฺเพ ปหีนา เม ความว่า โมหะทั้งปวงต่างด้วยความไม่รู้ในทุกข์เป็นต้น เราละได้แล้วคือตัดขาดแล้ว เพราะเหตุนั้นนั่นแล เราจึงชื่อว่าทำลายภวตัณหาได้แล้ว.

เม ศัพท์พึงนำมาประกอบเข้าในบททั้ง ๓ ว่า ชาติสงสารของเราสิ้นแล้ว บัดนี้ภพใหม่ของเราไม่มี ดังนี้แล.

จบอรรถกถานทีกัสสปเถรคาถาที่ ๖ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา