๑๒. ตติยนาควิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๒. ตติยนาควิมาน ว่าด้วยวิมานที่มีช้างทิพย์เป็นพาหนะ เรื่องที่ ๓ (บุรุษผู้เป็นบัณฑิตถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)
ใครหนอ มีช้างเผือกปลอดเป็นยานทิพย์ มีเสียงดนตรีประโคมกึกก้อง มีบริวารเป็นอันมากบูชาอยู่ในอากาศ
ท่านเป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกปุรินททะ พวกเราไม่รู้จัก จึงขอถามท่าน พวกเราจะรู้จักท่านได้อย่างไร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๑๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๕. มหารถวรรค ๑๓. จูฬรถวิมาน (เทพบุตรกล่าวว่า)
ข้าพเจ้าไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์ ทั้งไม่ใช่ท้าวสักกปุรินททะ แต่ข้าพเจ้าเป็นเทพบุตรตนหนึ่งในบรรดาเหล่าเทพชาวสุธัมมา (บุรุษผู้เป็นบัณฑิตถามว่า)
แน่ะเทพชาวสุธัมมา ข้าพเจ้าขอกราบเรียนถามว่า คนทำกรรมอะไรไว้สมัยเป็นมนุษย์ จึงจะเกิดเป็นเทพชาวสุธัมมาได้ (เทพบุตรกล่าวว่า)
ผู้ใดพึงถวายอาคารมุงบังด้วยใบอ้อย อาคารมุงบังด้วยหญ้า และอาคารมุงบังด้วยผ้า ผู้นั้นครั้นถวายอาคารอย่างใดอย่างหนึ่งในอาคารสามอย่างแล้ว จึงจะเกิดเป็นเทพชาวสุธัมมาได้ ตติยนาควิมานที่ ๑๒ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา นาควิมานที่ ๓ ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในนาควิมาน บัณฑิตคนหนึ่งได้ถามบุพกรรมของเทพบุตรตนหนึ่งว่า
|๖๒.๗๑๘| ๑๒ โก นุ ทิพฺเพน ยาเนน สพฺพเสเตน หตฺถินา ตุริยตาฬิตนิคฺโฆโส อนฺตลิกฺเข มหิยฺยติ |๖๒.๗๑๙| เทวตา นุสิ คนฺธพฺโพ อาทู สกฺโก ปุรินฺทโท อชานนฺตา ตํ ปุจฺฉาม กถํ ชาเนมุ ตํ มยนฺติ ฯ |๖๒.๗๒๐| นมฺหิ เทโว น คนฺธพฺโพ นาปิ สกฺโก ปุรินฺทโท สุธมฺมา นาม เย เทวา เตสํ อญฺญตโร อหนฺติ ฯ |๖๒.๗๒๑| ปุจฺฉาม เทว สุธมฺม ปุถุํ กตฺวาน อญฺชลึ กึ กตฺวา มานุเส กมฺมํ สุธมฺมํ อุปปชฺชสีติ ฯ |๖๒.๗๒๒| อุจฺฉาคารํ ติณาคารํ วตฺถาคารญฺจ โย ทเท ติณฺณมญฺญตรํ ทตฺวา สุธมฺมํ อุปปชฺชตีติ ฯ ตติยนาควิมานํ ทฺวาทสมํ ฯ
ใครหนอมีเสียงกึกกล้องไปด้วยดุริยางค์และกังสดาล มีคชสาร เผือกผ่องเป็นทิพยยาน ลอยอยู่ในอากาศ อันบริวารเป็นอันมาก บูชาอยู่ ท่านเป็นเทวดา เป็นคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกะ จอมเทวันผู้ให้ทาน ในปางก่อน เราไม่รู้จักท่านจึงขอถาม ไฉนเราจะรู้จักท่านอย่างไร? เทพบุตรตอบว่า ข้าพเจ้าไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่คนธรรพ์ และไม่ใช่ท้าวสักกะ ผู้ให้ทานใน ปางก่อน ข้าพเจ้าเป็นผู้หนึ่งในจำนวนเทพเจ้าชาวสุธรรมา. บัณฑิตถามว่า ดูกรท่านสุธรรมเทวัน เราขอทำอัญชลีแก่ท่านโดยเคารพ ขอถามท่านว่า ท่านได้ทำกรรมอะไรไว้ในมนุษยโลก จึงมาเกิดเป็น เทพบุตรชาวสุธรรมา? เทพบุตรตอบว่า ผู้ใดได้ถวายเรือนอันมุงบังด้วยใบอ้อย มุงบังด้วยหญ้า และมุงบังด้วยผ้า ผู้นั้นครั้นได้ถวายเรือนทั้งสามอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ย่อมบังเกิดเป็น เทพบุตรชาวสุธรรมา. จบ นาควิมานที่ ๑๒