อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๕๒

๕. มหานามเถรคาถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๕๒1 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๕. มหานามเถรคาถา สุภาษิตเตือนตน

ข้อ ๒๕๒

|๒๕๒.๑๑๕| ๕ เอสาวหิยฺยเส ปพฺพเตน พหุกุฏชสลฺลริเกน เนสาทเกน คิรินา ยสสฺสินา ปริจฺฉเทนาติ ฯ มหานาโม เถโร ฯ

ดูกรมหานาม ท่านนี้จะเสื่อมจากภูเขาชื่อเนสาทกะ ที่สะพรั่งไปด้วย ต้นโมกมันและไม้อ้อยช้าง เป็นภูเขาที่สมบูรณ์ด้วยร่มเงาและน้ำเป็น อันมากประดับด้วยต้นไม้และเถาวัลย์โดยรอบ.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑. เอกกนิบาต] ๑๒. ทวาททสมวรรค ๗. ยสเถรคาถา ๕. มหานามเถรคาถา ภาษิตของพระมหานามเถระ ทราบว่า ท่านพระมหานามเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า

ข้อ ๑๑๕

(มหานาม)ท่านนี้กำลังจะเสื่อมประโยชน์เพราะภูเขาเนสาทกะ อันมากไปด้วยหมู่ต้นโมกมันและต้นอ้อยช้าง เป็นขุนเขาที่สมบูรณ์ด้วยร่มเงาและน้ำ ปกคลุมไปด้วยพุ่มไม้และเถาวัลย์นานาพันธุ์

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถามหานามเถรคาถา

คาถาของท่านพระมหานามเถระ เริ่มต้นว่า เอสาวหิยฺยเส ปพฺพเตน.

เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?

แม้พระเถระนี้ก็เป็นผู้มีอธิการอันกระทำแล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญไว้ในภพนั้นๆ บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสุเมธะ ถึงความสำเร็จในวิชชาของพราหมณ์ทั้งหลายแล้ว ละฆราวาสวิสัย สร้างอาศรมอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำแห่งหนึ่ง สอนมนต์ให้พวกพราหมณ์เป็นจำนวนมาก.

อยู่มาวันหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปยังอาศรมบทของเขา เพื่อจะทรงอนุเคราะห์เขา. เขาเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วมีจิตเลื่อมใส จัดแจงปูอาสนะถวาย เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งแล้ว เข้าไปถวายน้ำผึ้งที่มีรสหวานสนิทดี.

พระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยน้ำผึ้งนั้นแล้ว ทรงพยากรณ์อนาคตโดยนัยดังกล่าวไว้ในเรื่องของพระอธิมุตตเถระแล้ว

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาบังเกิดในเทวโลก ท่องเที่ยวไปๆ มาๆ อยู่แต่ในสุคติภพเท่านั้น เกิดในตระกูลพราหมณ์ พระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้นามว่ามหานามะ ถึงความเป็นผู้รู้เดียงสาแล้ว เข้าไปยังสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า ฟังธรรมแล้วได้มีจิตศรัทธา บวชแล้วเรียนกรรมฐาน อยู่ที่ภูเขาชื่อว่าเนสาทกะ ไม่สามารถจะข่มความกลุ้มรุมของกิเลสได้ คิดว่า ชีวิตของเราผู้มีจิตอันเศร้าหมองแล้วนี้จะมีประโยชน์อะไร แล้วเบื่อหน่ายอัตภาพ ปีนขึ้นสู่ยอดเขาสูง.

เมื่อจะแสดงตนให้เป็นเหมือนคนอื่นว่า เราจักให้เจ้าตกลงจากภูเขานี้ตาย ดังนี้ ได้กล่าวคาถาว่า

ดูก่อนมหานาม ท่านนี้จักเสื่อมจากภูเขา ชื่อว่าเนสาทกะ

สะพรั่งไปด้วยต้นโมกมันและไม้อ้อยช้างเป็นภูเขาที่สม

บูรณ์ด้วยร่มเงา และน้ำเป็นอันมากประดับด้วยต้นไม้

และเถาวัลย์โดยรอบ ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอสาวหิยฺยเส ความว่า ดูก่อนมหานาม ท่านนั้นจะละ คือจะเสื่อม.

บทว่า ปพฺพเตน ความว่า จากภูเขานี้ อันเป็นที่อยู่อาศัย.

บทว่า พหุกุฏชสลฺลริเกน ความว่า ประกอบด้วยไม้โมกมันและไม้อ้อยช้าง หรือว่าด้วยไม้ช้างน้าวและไม้อ้อยช้างทั้งหลาย

บทว่า เนสาทเกน ได้แก่ ภูเขาที่มีชื่ออย่างนี้.

บทว่า คิรินา ได้แก่ ภูเขา. อธิบายว่า ภูเขา ท่านเรียกว่าบรรพต เพราะตั้งอยู่ด้วยข้อ กล่าวคือที่ต่อ (ติดต่อกันเป็นชั้นเชิง) และเรียกว่าคิรี เพราะกลืนกินวัตถุทั้งหลายมียาเป็นต้นอันเป็นสาระ. แต่ในคาถานี้ ท่านเรียกว่าบรรพต และเรียกว่าคิรี เพราะมีความหมายทั้งสองอย่าง (รวมกัน).

บทว่า ยสสฺสินา ความว่า ปรากฏ คือ รู้ชัดด้วยคุณทั้งปวง.

บทว่า ปริจฺเฉเทน ได้แก่ ประดับประดาไปด้วยต้นไม้ พุ่มไม้และเถาวัลย์หลากหลาย หรือได้แก่เป็นขอบเขต เพราะความเป็นสถานที่อยู่ของท่าน.

ก็ในคาถานี้มีอธิบายดังนี้

ดูก่อนมหานาม ถ้าท่านสละกรรมฐาน เป็นผู้มากไปด้วยวิตกไซร้ ท่านจะเสื่อมจากภูเขาชื่อว่าเนสาทกะ อันเป็นสถานที่อยู่ สมบูรณ์ด้วยร่มเงาและน้ำ เป็นสัปปายะอย่างนี้ บัดนี้เราจักผลักท่านให้ตกจากภูเขานี้ตาย เพราะเหตุนั้น ท่านต้องไม่ตกอยู่ในอำนาจของวิตก ดังนี้.

พระเถระข่มขู่คุกคามตนอยู่อย่างนี้นั่นแล ขวนขวายวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว.

สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

เราได้สร้างอาศรมสวยงามไว้ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธุ เราบอกคัมภีร์อิติหาสะ พร้อมทั้งตำราทายลักษณะกะพวกศิษย์ที่อาศรมนั้นศิษย์เหล่านั้นเป็นผู้ใคร่ธรรมอันเราแนะนำดีแล้ว เป็นผู้ใคร่สดับคำสั่งสอนที่ดี บรรลุถึงบารมีในองค์ ๖ ประการ อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธุเป็นผู้ฉลาดในการทำนายการมาเกิดและในลักษณะทั้งหลาย แสวงหาประโยชน์อันสูงสุดอยู่ในป่าใหญ่ ในกาลนั้น

ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์เป็นผู้นำที่วิเศษจะทรงอนุเคราะห์พวกเรา จึงเสด็จเข้ามา เราได้เห็นพระมหาวีระพระนามว่าสุเมธะ ผู้เป็นนายกของโลกเสด็จมาถึง จึงได้ปูหญ้าลาดถวายแด่พระองค์ผู้เป็นเชษฐบุรุษของโลก เราถือเอาน้ำผึ้งมาจากป่าใหญ่ ถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด.

พระสัมพุทธเจ้าเสวยแล้ว ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า

ผู้ใดมีความเลื่อมใส ได้ถวายน้ำผึ้งแก่เราด้วยมือทั้งสองของตน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ด้วยการถวายน้ำผึ้งและด้วยการลาดหญ้าถวายนี้ ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอดสามหมื่นกัป

ในกัปที่สามหมื่น พระศาสดาพระนามว่าโคตมะ ทรงสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นจักเป็นทายาทในธรรมของพระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน เมื่อเราจากเทวโลกมาในมนุษย์โลกนี้ เข้าอยู่ในครรภ์มารดา เมล็ดฝนได้ตกลงมาปกปิดแผ่นดินด้วยน้ำผึ้ง

แม้ในขณะเมื่อเราออกจากครรภ์นั้น ฝนน้ำผึ้งก็ตกให้แก่เราเต็มเปี่ยมหม้อตลอดกาลเป็นนิตย์เมื่อเราออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตแล้ว ย่อมได้ข้าวและน้ำ นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำผึ้งเราเกิดเป็นเทวดาและมนุษย์ เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยกามทั้งปวง ได้บรรลุความสิ้นอาสวะ เพราะการถวายน้ำผึ้งนั้นแล.

เมื่อฝนตกแล้ว หญ้างอกยาว ๔ นิ้ว เมื่อต้นไม้ในแถวฝั่งแม่น้ำมีดอกบานสะพรั่ง เราผู้ไม่มีอาสวะเป็นสุขอยู่เป็นนิตย์ ในเรือนว่างเปล่า ที่มณฑปและโคนไม้ เราก้าวล่วงภพที่ประณีต ปานกลางและเลวได้ทั้งหมด อาสวะทั้งหลายของเราสิ้นแล้วในวันนี้ บัดนี้ ภพใหม่มิได้มีอีก

ใน ๓๐,๐๐๐ กัป แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายน้ำผึ้ง. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

____________________________

ขุ. อ. เล่ม ๓๒/ข้อ ๓๙๖

ก็คาถานี้แหละได้เป็นคาถาพยากรณ์พระอรหัตผลของพระเถระ ฉะนี้แล.

จบอรรถกถามหานามเถรคาถา -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา