๑๗. ธรรมาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๗. ธรรมาเถรีคาถา สุภาษิตสอนการพิจารณากาย
|๔๑๘.๑๗| ๑๗ ปิณฺฑปาตํ จริตฺวาน ทณฺฑมาทาย ทุพฺพลา เวธมาเนหิ คตฺเตหิ ตตฺเถว นิปตึ ฉมา ทิสฺวา อาทีนวํ กาเย อถ จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม ฯ ธมฺมา ฯ
เราเป็นคนทุพพลภาพ มีกายอันสั่นเทา ถือไม้เท้าเที่ยวไปเพื่อบิณฑบาต ได้ล้มลงที่แผ่นดินตรงนั้นเอง ที่นั้นจิตของเราหลุดพ้นแล้ว เพราะ พิจารณาเห็นโทษในกาย.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๗. ธัมมาเถรีคาถา ภาษิตของพระธัมมาเถรี พระธรรมาเถรี(รับพระพุทธโอวาทแล้วได้กล่าวภาษิตนี้ว่า)
เราทุพพลภาพ มีกายสั่นเทา ถือไม้เท้าเที่ยวบิณฑบาต ได้ล้มลงบนแผ่นดินตรงนั้นเอง คราวนั้น จิตของเราหลุดพ้นแล้ว เพราะเห็นโทษในกาย
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๗. อรรถกถาธัมมาเถรีคาถา
คาถาว่า ปิณฺฑปาตํ จริตฺวาน เป็นต้นเป็นคาถาของพระเถรีชื่อธัมมา.
แม้พระเถรีองค์นี้ก็ได้สร้างสมบุญบารมีไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมกุศลที่เป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ ได้รวบรวมบุญสมภารไว้แล้ว ในพุทธุปปาทกาลนี้ บังเกิดในเรือนตระกูล กรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้วไปสู่เรือนของสามีที่สมควรกัน ได้ศรัทธาในศาสนาของพระศาสดา ประสงค์จะบวชแต่สามีไม่อนุญาต ภายหลังเมื่อสามีตายแล้ว บวชเจริญวิปัสสนา.
วันหนึ่งเที่ยวภิกขาจารแล้ว กำลังเดินมาวิหารหกล้มลง จึงทำเรื่องนั้นแหละเป็นอารมณ์เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย ได้กล่าวคาถานี้เป็นอุทานว่า
เราทุพพลภาพ มีกายสั่นเทา ถือไม้เท้าเที่ยว
บิณฑบาต ได้ล้มลงบนแผ่นดินตรงนั้นเอง ครั้งนั้น
จิตของเราหลุดพ้นแล้ว เพราะเห็นโทษในกาย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปิณฺฑปาตํ จริตฺวาน ฑณฺฑมาทาย ทุพฺพลา ความว่า ใช้ไม้เท้าค้ำยันเที่ยวไปในเมืองเพื่อต้องการบิณฑบาตคือเที่ยวภิกขาจาร.
บทว่า ฉมา ได้แก่ บนแผ่นดิน คือพื้นดิน. อธิบายว่า ล้มลงบนพื้นดิน เพราะเท้าทั้งสองไม่มีกำลัง.
บทว่า ทิสฺวา อาทีนวํ กาเย ความว่า เห็นโทษในสรีระโดยประการต่างๆ มีไม่งาม ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาเป็นต้น ด้วยปัญญาจักษุ.
บทว่า อถ จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม ความว่า จิตของเราหลุดพ้นแล้วจากกิเลสทั้งหลาย เพราะข่มไว้ด้วยนิพพิทานุปัสสนาเป็นต้น ที่เป็นไปข้างหน้าด้วยอาทีนวานุปัสสนา ชื่อว่าหลุดพ้นแล้ว คือพ้นวิเศษแล้วโดยประการทั้งปวง ด้วยสมุจเฉทวิมุตติตามลำดับมรรคผล และด้วยปฏิปัสสัทธิวิมุตติอีก.
อธิบายว่า บัดนี้ สิ่งที่จะต้องหลุดพ้นไม่มีแก่พระเถรีนั้น.
อนึ่ง การกล่าวคาถาเป็นอุทานนี้แหละ เป็นการพยากรณ์พระอรหัตผลของพระเถรีนั้นแล.
จบอรรถกถาธัมมาเถรีคาถาที่ ๑๗ -----------------------------------------------------