๘. สูจิวิมาน ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา สูจิวิมานที่ ๑ ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในสูจิวิมานที่ ๑ พระมหาโมคคัลลานเถระได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
|๕๘.๖๙๗| ๘ อุจฺจมิทํ มณิถูณํ วิมานํ สมนฺตโต ทฺวาทส โยชนานิ ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๕๘.๖๙๘| โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิโต ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๕๘.๖๙๙| ยํ ททาติ น ตํ โหติ ยญฺเจว ทชฺชา ตญฺเจว เสยฺโย สูจิ ทินฺนา สูจิเมว เสยฺโย |๕๘.๗๐๐| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ (๔) สูจิวิมานํ อฏฺฐมํ ฯ
วิมานของท่านนี้สูงมาก ทั้งยาวและกว้าง ๑๒ โยชน์ มียอด ๗๐๐ ยอด มีเสาล้วนแล้วด้วยแก้วมณี ฯลฯ และมีรัศมีสว่าง ไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญกรรมอะไร? เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบ ปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า บุคคลให้ สิ่งใด ผลสิ่งนั้นย่อมไม่มี แต่ย่อมมีผลดีกว่าสิ่งที่ตนให้ ข้าพเจ้า ได้ถวายเข็ม ๒ เล่ม การถวายเข็มนั้นแล เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าได้ สมบัติอันประเสริฐ ข้าพเจ้ามีวรรณะงามเช่นนี้ เพราะบุญกรรมนั้น ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญกรรมนั้น. จบ สูจิวิมานที่ ๘.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๕. มหารถวรรค ๘. ปฐมสูจิวิมาน ๘. ปฐมสูจิวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่บุรุษผู้ถวายเข็ม เรื่องที่ ๑ (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรองค์หนึ่งว่า)
วิมานมีเสาทำด้วยแก้วมณีนี้สูงมาก วัดโดยรอบได้ ๑๒ โยชน์ เป็นปราสาท ๗๐๐ ยอด ดูโอฬาร มีเสาประดิษฐ์ด้วยแก้วไพฑูรย์ มีพื้นปูลาดด้วยแผ่นทองคำสวยงาม
ท่านสถิต ดื่ม กิน อยู่ในวิมานนั้น มีทวยเทพพากันบรรเลงพิณทิพย์ดังไพเราะ ในวิมานของท่านนี้มีเบญจกามคุณอันเป็นทิพรส และเหล่าเทพนารีประดับด้วยอาภรณ์ทองคำฟ้อนรำอยู่
เพราะบุญอะไรท่านจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ท่าน
เทวดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
ทานที่ข้าพเจ้าถวายมา(ก่อน)นั้นไม่มีผล ทานที่จะถวายควรเป็นของดี เข็มที่ข้าพเจ้าถวายไปแล้วนั้นแหละเป็นของดี
เพราะบุญนั้นข้าพเจ้าจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ข้าพเจ้าในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๑๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๕. มหารถวรรค ๙. ทุติยสูจิวิมาน
ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ข้าพเจ้าขอกราบเรียนว่า เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ปฐมสูจิวิมานที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐมสูจิวิมาน
ปฐมสูจิวิมาน มีคาถาว่า อุจฺจมิทํ มณิถูณํ เป็นต้น.
ปฐมสูจิวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?
พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน กรุงราชคฤห์.
สมัยนั้น ท่านพระสารีบุตรจะต้องทำจีวรและมีความต้องการเข็ม ท่านจึงเที่ยวบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ ได้ยืนอยู่ที่ประตูเรือนของช่างทอง.
ช่างทองเห็นดังนั้น จึงกล่าวว่า ต้องการอะไร เจ้าข้า.
พระสารีบุตรตอบว่า มีจีวรกรรมที่ต้องทำ ต้องการเข็ม.
ช่างทองมีใจเลื่อมใส ถวายเข็มสองเล่มที่ทำไว้เรียบร้อย กล่าวว่า ท่านเจ้าข้า เมื่อต้องการเข็มอีก โปรดบอกกระผมเถิด แล้วไหว้ด้วยเบญจางคประดิษฐ์.
พระเถระอนุโมทนาแก่เขาแล้วหลีกไป.
กาลต่อมา ช่างทองนั้นตายไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ครั้งนั้น ท่านพระมหาโมคคัลลานะเที่ยวเทวจาริกถามเทพบุตรนั้น ด้วยคาถาเหล่านี้ว่า
วิมานเสาแก้วมณีนี้สูง ๑๒ โยชน์ โดยรอบมีห้องรโหฐาน ๗๐๐ ห้อง โอฬารมีเสาแก้วไพฑูรย์ ลาดด้วยเครื่องลาดที่ชอบใจ สวยงาม ท่านนั่งดื่มกินในวิมานนั้น มีพิณทิพย์บรรเลงไพเราะ มีเบญจกามคุณ มีรสเป็นทิพย์ และเทพนารีแต่งองค์ด้วยอาภรณ์ทอง ฟ้อนรำอยู่ เพราะบุญอะไร วรรณะของท่านจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญอะไร ผลอันนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.
ดูก่อนเทวะผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะ ของท่านจึงสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ.
เทพบุตรนั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว จึงพยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
ให้สิ่งใด สิ่งนั้นไม่มีผล พึงให้สิ่งใด สิ่งนั้นประเสริฐกว่า [บุคคลให้สิ่งใด ผลสิ่งนั้นย่อมไม่มี แต่ย่อมมีผลดีกว่าสิ่งที่ตนให้] ข้าพเจ้าถวายเข็ม เข็มนั่นแลประเสริฐกว่า เพราะบุญนั้น วรรณะของข้าพเจ้าจึงเป็นเช่นนี้ และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ข้าพเจ้า.
ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ข้าพเจ้าขอบอกแก่ท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ข้าพเจ้าได้ทำบุญใดไว้ เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของข้าพเจ้าจึงสว่างไปทั่วทุกทิศ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยํ ททาติ ความว่า ให้ไทยธรรมเช่นใด.
บทว่า น ตํ โหติ ความว่า ไทยธรรมเช่นนั้นแลของเขาไม่มีผล ไทยธรรมย่อมมีผลไพบูลกว่านั้น คือโอฬารกว่าทีเดียว ด้วยเขตสมบัติ (ผู้รับ) ด้วย ด้วยจิตสมบัติ (ตั้งใจ) ด้วย โดยแท้แล ฉะนั้น.
บทว่า ยญฺเจว ทชฺชา ตญฺเจว เสยฺโย ความว่า พึงให้คือพึงถวายสิ่งที่มีอยู่อย่างใดอย่างหนึ่งนั่นแหละ การให้นั้นประเสริฐกว่า คือการถวายไทยธรรมที่ไม่มีโทษอย่างใดอย่างหนึ่งนั่นแลประเสริฐกว่า เพราะเหตุไร เพราะข้าพเจ้าถวายเข็มเข็มนั่นแลประเสริฐกว่า คือการถวายเข็มของข้าพเจ้านั่นแหละประเสริฐกว่า. อธิบายว่า เพราะข้าพเจ้าได้สมบัติเช่นนี้แล.
จบอรรถกถาปฐมสูจิวิมาน -----------------------------------------------------