๖. ขุชชโสภิตเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. ขุชชโสภิตเถรคาถา สุภาษิตชี้ทางแห่งความสุข
|๓๑๒.๒๓๔| ๖ เย จิตฺตกถี พหุสฺสุตา สมณา ปาตลิปุตฺตวาสิโน เตสญฺญตโรยมายุวา ทฺวาเร ติฏฺฐติ ขุชฺชโสภิโต ฯ |๓๑๒.๒๓๕| เย จิตฺตกถี พหุสฺสุตา สมณา ปาตลิปุตฺตวาสิโน เตสญฺญตโรยมายุวา ทฺวาเร ติฏฺฐติ มาลุเตริโต ฯ |๓๑๒.๒๓๖| สุยุทฺเธน สุยิฏฺเฐน สงฺคามวิชเยน จ พฺรหฺมจริยานุจิณฺเณน เอวายํ สุขเมธตีติ ฯ ขุชฺชโสภิโต เถโร ฯ
สมณะเหล่าใดเป็นผู้กล่าวธรรมอันวิจิตร เป็นพหูสูต มีปกติอยู่ใน เมืองปาฏลีบุตร ท่านขุชชโสภิตะซึ่งยืนอยู่ที่ประตูถ้ำนี้ เป็นสมณะผู้หนึ่ง ในจำนวนสมณะเหล่านั้น สมณะเหล่าใดเป็นผู้กล่าวธรรมวิจิตร เป็น พหูสูต มีปกติอยู่ในเมืองปาฏลีบุตร ท่านผู้มาด้วยกำลังฤทธิ์ดังลมพัด ยืนอยู่ที่ประตูถ้ำนี้ ก็เป็นสมณะผู้หนึ่งในจำนวนสมณะเหล่านั้น ขุชช- โสภิตภิกษุนี้ ได้รับความสุขด้วยการประกอบดี การบูชาดี การชนะ สงคราม และการประพฤติพรหมจรรย์เนืองๆ.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๓. ติกนิบาต] ๗. วารณเถรคาถา ๖. ขุชชโสภิตเถรคาถา ภาษิตของพระขุชชโสภิตเถระ (พระขุชชโสภิตเถระเมื่อจะบอกความประสงค์ที่ตนมาแก่เทวดา จึงได้กล่าว คาถาไว้ดังนี้ว่า)
สมณะทั้งหลายเหล่าใด กล่าวธรรมได้อย่างวิจิตร เป็นพหูสูต เป็นชาวเมืองปาฏลีบุตร ท่านขุชชโสภิตะนี้เป็นรูปหนึ่ง ในภิกษุเหล่านั้น ผู้ยืนอยู่ที่ประตูถ้ำ (เทวดา เมื่อจะประกาศเรื่องที่พระเถระมาให้สงฆ์ทราบ จึงได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า)
สมณะทั้งหลายเหล่าใด กล่าวธรรมได้อย่างวิจิตร เป็นพหูสูต เป็นชาวเมืองปาฏลีบุตร ท่านขุชชโสภิตะนี้เป็นภิกษุรูปหนึ่ง ในภิกษุเหล่านั้น มายืนอยู่ที่ประตูถ้ำได้ ดุจลมพัดมา (พระเถระพยากรณ์พระอรหัตด้วยคาถานี้ว่า)
ขุชชโสภิตภิกษุนี้ ได้รับความสุขด้วยอาการเหล่านี้ คือ ด้วยการรบดี การบูชาดี การชนะสงคราม และการประพฤติพรหมจรรย์ประจำ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาขุชชโสภิตเถรคาถา
คาถาของท่านพระขุชชโสภิตเถระ มีคำขึ้นต้นว่า เย จิตฺตกถี พหุสฺสุตา.
มีเรื่องเกิดขึ้นอย่างไร?
ได้ทราบว่า ท่านพระขุชชโสภิตเถระนี้ ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนามว่าปทุมุตตระ ได้เกิดในคฤหาสน์ของผู้มีสกุล รู้เดียงสาแล้ว วันหนึ่งเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปกับภิกษุสงฆ์จำนวนมาก มีใจเลื่อมใสได้กล่าวชมเชยด้วยคาถา ๑๐ คาถา. ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านได้ท่องเที่ยวไปมาในเทวโลกและมนุษยโลก มาในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ ในนครปาฏลีบุตร ได้มีนามว่าโสภิตะ แต่เพราะเป็นผู้ค่อมเล็กน้อย จึงปรากฏชื่อว่าขุชชโสภิตะ นั่นเทียว.
ท่านเจริญวัยแล้ว เมื่อพระศาสดาปรินิพพานแล้ว ได้บวชในสำนักของท่านพระอานนทเถระ ได้อภิญญา ๖.
ด้วยเหตุนั้น ในอปทานท่านจึงได้กล่าวไว้ว่า
พระนราสภผู้ทรงเป็นเทพเจ้าของเทพทั้งหลาย เสด็จดำเนินไปบนถนน งดงามเหมือนเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงยังความมืดมนอนธการให้พินาศไป ให้คนจำนวนมากข้ามฟากได้ ทรงโชติช่วงอยู่ด้วยแสงสว่างคือพระญาณ ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นนายกโลก ทรงนำสัตวโลกไป ทรงยกสัตวโลกจำนวนมากขึ้นด้วย (พระปรีชาญาณ) จำนวนแสน ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงย่ำกลองคือพระธรรม บดขยี้หมู่เดียรถีย์ บันลือสีหนาทอยู่ ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส. ทวยเทพพร้อมทั้งพระพรหมตั้งแต่พรหมโลก พากันมาทูลถามปัญหาที่ละเอียด ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส. เหล่ามนุษย์พร้อมทั้งเทวดาพากันมาประนมมือทูลวิงวอนต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด ก็ได้บุญ เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส. ปวงชนพากันมาชุมนุมห้อมล้อมพระองค์ผู้มีพุทธจักษุ พระองค์ผู้อันเขาทูลเชิญแล้วก็ไม่ทรงสะทกสะท้าน ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส.
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดเสด็จเข้าพระนคร กลองจะดังขึ้นมากมาย ช้างพลายที่เมามันก็พากันบันลือ ใครเล่าเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นแล้วจะไม่เลื่อมใส.
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด เสด็จดำเนินไปตามถนน พระรัศมีของพระองค์ จะพวยพุ่งขึ้นสูง สม่ำเสมอทุกเมื่อ ใครเล่าเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้นแล้วจะไม่เลื่อมใส. เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสออกไป จะได้ยินกันทั้งจักรวาล ให้สรรพสัตว์เข้าใจกันทั่ว ใครเล่าเห็นพระองค์แล้วจะไม่เลื่อมใส.
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ ข้าพเจ้าได้สรรเสริญพระพุทธเจ้าพระองค์ใดไว้ ข้าพเจ้าไม่รู้จักทุคติเลย นี้คือผลแห่งการสรรเสริญพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น. กิเลสทั้งหลาย ข้าพเจ้าได้เผาแล้ว ฯลฯ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติแล้ว.
____________________________
ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๖๒
อนึ่ง ท่านเป็นผู้มีอภิญญา ๖ ในสมัยมหาสังคายนาครั้งแรก ท่านถูกพระสงฆ์ผู้ประชุมกันที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา กรุงราชคฤห์ มีบัญชาว่า ท่านจงไปนิมนต์ท่านพระอานนทเถระมา จึงได้ดำดินลงไปโผล่ขึ้นตรงหน้าพระเถระ กราบเรียนให้ทราบแล้ว ตนเองได้ล่วงหน้าไปทางอากาศถึงประตูถ้ำสัตตบรรณคูหาก่อน.
ก็สมัยนั้น เทวดาบางองค์ที่หมู่เทวดาส่งไปเพื่อห้ามพญามารและพรรคพวกของพญามาร ได้ยืนที่ประตูถ้ำสัตตบรรณคูหา. พระขุชชโสภิตเถระ เมื่อจะบอกการมาของตนแก่เทวดาองค์นั้นได้กล่าวคาถาแรกไว้ว่า
สมณะเหล่าใดกล่าวถ้อยคำไพเราะ เป็นปกติ เป็นพหูสูต
เป็นชาวเมืองปาฏลีบุตร ท่านพระขุชชโสภิตะ ซึ่งยืนอยู่
ที่ประตูถ้ำนี้ เป็นรูปหนึ่งในจำนวนสมณะเหล่านั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จิตฺตกถี คือ เป็นผู้แสดงธรรมไพเราะเป็นปกติ.
อธิบายว่า เป็นผู้มีปกติพูดธรรม เหมาะกับอัธยาศัยของผู้อื่นโดยนัยต่างๆ มีอาทิอย่างนี้คือ ย่อ พิสดาร ทำให้ลึกซึ้ง ทำให้ตื้น (ง่าย) บรรเทาความสงสัยได้ ให้ผู้ฟังตั้งมั่นอยู่ในธรรมได้.
บทว่า พหุสฺสุตา ความว่า ชื่อว่าเป็นพหูสูต เพราะบริบูรณ์ด้วยความเป็นพหูสูตทั้งทางปริยัติและปฏิเวธ. ชื่อว่าเป็นสมณะ เพราะระงับบาปได้โดยประการทั้งปวง.
บทว่า ปาฏลิปุตฺตวาสิโน เตสญฺญตโร ความว่า ภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าอยู่ประจำกรุงปาฏลีบุตร เพราะอยู่ที่นครปาฏลีบุตรเป็นปกติ บรรดาภิกษุเหล่านั้น ท่านผู้มีอายุ คือท่านผู้มีอายุยืนนี้ เป็นรูปใดรูปหนึ่ง.
บทว่า ทฺวาเร ติฏฺฐติ ความว่า ยืนอยู่ที่ประตูถ้ำสัตตบรรณคูหา. อธิบายว่า เพื่อจะเข้าไปตามอนุมัติของสงฆ์.
เทวดาครั้นได้ฟังคำนั้นแล้วจึงประกาศการมาของพระเถระให้พระสงฆ์ทราบ ได้กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า
สมณะเหล่าใดเป็นผู้กล่าวธรรมวิจิตร เป็นเป็นปกติ เป็นพหูสูต
เป็นชาวเมืองปาฏลีบุตร ท่านรูปนี้มาด้วยฤทธิ์ ดุจลมพัด ยืนอยู่
ที่ประตูถ้ำ เป็นรูปหนึ่งในจำนวนสมณะเหล่านั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มาลุเตริโต ความว่า ผู้มาแล้วด้วยลมที่เกิดจากฤทธิ์ของจิต. อธิบายว่า มาแล้วด้วยกำลังฤทธิ์.
พระเถระผู้ที่พระสงฆ์ให้โอกาสแล้วตามที่เทวดาองค์นั้นได้ประกาศให้ทราบอย่างนี้แล้ว เมื่อไปสำนักสงฆ์ ได้พยากรณ์พระอรหัตผลด้วยคาถาที่ ๓ นี้ว่า
ท่านผู้นี้ประสบความสุขด้วยอาการอย่างนี้ คือ ด้วยการรบ
อย่างดี ด้วยความปรารถนา (ของกัลยาณมิตร) ด้วยชัยชนะ
ในสงคราม และด้วยพรหมจรรย์ที่ประพฤติมาแล้วตามลำดับ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุยุทฺเธน ความว่า ด้วยการรบอย่างดีกับกิเลสทั้งหลาย ด้วยอำนาจแห่งตทังคปหาน (การละได้ด้วยองค์นั้น) และวิกขัมภนปหาน (การละด้วยการข่มไว้).
บทว่า สุยิฏฺเฐน ความว่า ด้วยธรรมทานเป็นที่สบายที่กัลยาณมิตรทั้งหลายให้แล้วในระหว่างๆ.
บทว่า สงฺคามวิชเยน จ ความว่า และด้วยชัยชนะในสงครามที่ได้แล้วด้วยอำนาจแห่งสมุจเฉทปหาน (การละได้โดยเด็ดขาด).
บทว่า พฺรหฺมจริยานุจิณฺเณน ความว่า ด้วยมรรคพรหมจรรย์ชั้นยอดที่ประพฤติมาแล้วตามลำดับ.
บทว่า เอวายํ สุขเมธติ ความว่า ท่านพระขุชชโสภิตเถระนี้ย่อมประสบ.
อธิบายว่า เสวยอยู่ซึ่งความสุขคือพระนิพพานและความสุขอันเกิดแต่ผลสมาบัติ ด้วยประการอย่างนี้ คือด้วยประการดังที่กล่าวมาแล้ว.
จบอรรถกถาขุชชโสภิตเถรคาถา -----------------------------------------------------