๕. กัญชกทายิกาวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๕. กัญชกทายิกาวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในกัญชิกทายิกาวิมาน พระโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า
|๔๓.๕๐๒| ๕ อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต ... เป ... โอสธี วิย ตารกา |๔๓.๕๐๓| เกน เตตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๔๓.๕๐๔| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๔๓.๕๐๕| อหํ อนฺธกวินฺทสฺมึ พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน อทาสึ โกลสมฺปากํ กญฺชิกํ เตลธูปิตํ |๔๓.๕๐๖| ปิปฺผลฺยา ลสุเณน จ มิสฺสํ ลามชฺชเกน จ อทาสึ อุชุภูตสฺมึ วิปฺปสนฺเนน เจตสา |๔๓.๕๐๗| ยา มเหสิตํ กาเรยฺย จกฺกวตฺติสฺส ราชิโน นารี สพฺพงฺคกลฺยาณี ภตฺตุ จาโนมทสฺสิกา เอตสฺส กญฺชิกทานสฺส กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ |๔๓.๕๐๘| สตํ นิกฺขา สตํ อสฺสา สตํ อสฺสตรีรถา สตํ กญฺญาสหสฺสานิ อามุตฺตมณิกุณฺฑลา เอตสฺส กญฺชิกทานสฺส กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ |๔๓.๕๐๙| สตํ เหมวตา นาคา อีสาทนฺตา อุรูฬฺหวา สุวณฺณกจฺฉา มาตงฺคา เหมกปฺปนิวาสสา เอตสฺส กญฺชิกทานสฺส กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ |๔๓.๕๑๐| จตุนฺนํปิ ปทีปานํ อิสฺสรํ โยธ การเย เอตสฺส กญฺชิกทานสฺส กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสินฺติ ฯ กญฺชิกทายิกาวิมานํ ปญฺจมํ ฯ
ดูกรแม่เทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก มีรัศมีส่องสว่างไสวไปทั่วทุก ทิศ สถิตอยู่เหมือนดาวประกายพฤกษ์ เพราะบุญกรรมอะไร ท่านจึงมี วรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรม อะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบ ปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า เมื่อชาติก่อน ฉันเกิดเป็นมนุษย์ มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายน้ำข้าวอันปรุง ด้วยพริกและใส่น้ำมันอันเจียวแล้ว และปรุงด้วยดีปลี กระเทียม ขิง ข่า กระชาย แด่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์ ซึ่งประทับ อยู่ ณ พระนครอันธกวินทะ ดิฉันจึงได้เสวยทิพยสมบัติเช่นนี้ นางแก้ว ผู้งดงามทั่วสรรพางค์ สามีไม่จืดจางในการมองชม ได้รับอภิเษกเป็น เอกอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิราช ก็ยังไม่เทียบเท่าเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวนั้น ทองคำแท่งตั้งร้อยแท่ง ม้าอัสดรร้อยม้า รถ อันเทียมด้วยม้าอัสดรร้อยคัน นางราชกัญญาอันประดับประดาด้วยแก้ว มุกดาแก้วมณี และกุณฑลประมาณตั้งแสน ก็ยังไม่เทียบเท่าเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวนั้น คชสารตัวประเสริฐอันเกิดแต่ป่าหิมพานต์เป็น ตระกูลคชสารมาตังคะ มีงาอันงอนงามดุจงอนรถ มีสายรัดแล้วด้วย ทองคำ ร้อยเชือก ก็ยังไม่เทียบเท่าเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวนั้น ถึงแม้พระเจ้าจักรพรรดิผู้ได้เสวยราชสมบัติเป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ก็ยัง ไม่เทียบเท่าเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวนั้น. จบ กัญชิกทายิกาวิมานที่ ๕.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. กัญชิกทายิกาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายน้ำข้าวปรุงผสมผลพุทราอบ (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)
เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก [๗๒๐-๗๒๑] เพราะบุญอะไรเธอจึงมีผิวพรรณงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๘๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๖. วิหารวิมาน
ดิฉันเมื่ออยู่ในเมืองอันธกวินทะ ได้ถวายน้ำข้าวปรุงด้วยผลพุทราอบด้วยน้ำมัน แด่พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์
มีจิตเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคผู้ปฏิบัติตรง ได้ถวายน้ำข้าวผสมด้วยดีปลี กระเทียม และรากผักชี
การที่นารีผู้มีเรือนร่างงามทุกส่วนสัด สามีมองไม่เบื่อ ได้ครองความเป็นอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดินั้น ยังไม่เทียบเท่าเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวครั้งเดียว
ทองคำ ๑๐๐ แท่ง ม้า ๑๐๐ ตัว ราชรถเทียมด้วยม้าอัสดร ๑๐๐ คัน หญิงสาวประดับต่างหูแก้วมณี ๑๐๐,๐๐๐ นาง ก็ยังมีค่าไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งทานคือการถวายน้ำข้าวครั้งเดียว
ช้างมาตังคะ ๑๐๐ เชือก เกิดในป่าหิมพานต์ มีงางอนงาม ทรงพลังมาก มีสายคล้องคอทองคำ ตกแต่งด้วยเครื่องลาดและเครื่องประดับที่วิจิตรบรรจงด้วยทองคำ ก็ยังมีค่าไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ ของการถวายน้ำข้าวครั้งเดียว
การที่พระเจ้าจักรพรรดิได้ครอบครองทวีปทั้ง ๔ ในโลกนี้นั้น ก็ยังมีค่าไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวครั้งเดียวนั้นกัญชิกทายิกาวิมานที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถากัญชิกทายิกาวิมาน
กัญชิกทายิกาวิมาน มีคาถาว่า อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน เป็นต้น.
กัญชิกทายิกาวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าประชวรโรคลมในพระนาภี จึงตรัสเรียกท่านพระอานนท์สั่งว่า อานนท์ เธอจงไปเที่ยวบิณฑบาต นำน้ำข้าวมาเพื่อทำยาแก่เรา. ท่านพระอานนท์ทูลตอบรับพระพุทธดำรัสว่า พระพุทธเจ้าข้า. ถือบาตรที่ท้าวมหาราชถวาย ยืนอยู่ที่ประตูนิเวศน์ของหมอผู้เป็นอุปัฏฐากของตน. ภริยาของหมอเห็นท่าน ก็ออกไปต้อนรับไหว้แล้วรับบาตรพลางถามพระเถระว่า ต้องการยาอะไร เจ้าข้า.
เล่ากันว่า ภริยาของหมอนั้นเป็นคนมีปัญญา สังเกตรู้ว่า เมื่อจะประกอบยา พระเถระจึงมาที่นี้ มิใช่มาเพื่อภิกษา. และเมื่อพระเถระบอกว่าต้องการน้ำข้าว นางคิดว่านี้มิใช่ยาสำหรับพระผู้เป็นเจ้าของเรา บาตรนี้ก็เป็นบาตรของพระผู้มีพระภาคเจ้าโดยแท้ เอาละ เราจะจัดน้ำข้าวอันเหมาะแก่พระโลกนาถ นางดีใจเกิดความนับถือมาก จึงปรุงยาคู ข้าวต้มด้วยพุทราและถั่วพูใส่เต็มบาตร และจัดโภชนะอย่างอื่นเป็นบริวารของยาคูนั้นส่งไปถวาย.
พอพระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยยาคูนั้นเท่านั้น อาพาธนั้นก็สงบ. ต่อมา นางตายไปบังเกิดในภพดาวดึงส์ เสวยทิพยสมบัติยิ่งใหญ่ บันเทิงอยู่.
ท่านพระมหาโมคคัลลานะถามเทพธิดานั้นด้วยคาถาเหล่านี้ว่า
ดูก่อนเทพธิดา ท่านมีวรรณะงาม เปล่งรัศมีสว่างไปทุกทิศ ดุจดาวประกายพรึก เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีวรรณะเช่นนี้ เพราะบุญอะไร ผลนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดขึ้นแก่ท่าน.
ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ท่านทำบุญอะไร เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทวดานั้นดีใจ ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้
เทพธิดาแม้นั้นพยากรณ์ว่า
ดีฉันมีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าผู้ซื่อตรงได้ถวายน้ำข้าวที่ปรุงด้วยพุทรา อบด้วยน้ำมันและผสมด้วยดีปลี กระเทียมและรากผักชี แด่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระอาทิตย์ ณ อันธกวินทนคร. นารีผู้งามทั่วสรรพางค์ สามีมองไม่จืด ครองความเป็นมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ก็ยังไม่เท่าเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวนั้น.
ทองคำร้อยแท่ง ม้าร้อยตัว รถเทียมด้วยแม่ม้าอัสดรร้อยคัน สาวน้อยประดับตุ้มหูแก้วมณีแสนนาง ก็ยังไม่เท่าเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวครั้งหนึ่ง. ช้างตัวประเสริฐตระกูลเหมวตะ มีงาดุจงอนไถ มีสายรัดทองคำ มีที่อยู่อาศัยเป็นทอง [ถ้ำทอง] ร้อยเชือกก็ยังไม่เท่าเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวครั้งหนึ่ง.
ถึงแม้พระเจ้าจักรพรรดิ ครองความเป็นใหญ่แห่งทวีปทั้ง ๔ ก็ยังไม่เท่าเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งการถวายน้ำข้าวครั้งหนึ่ง.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อทาสึ โกลสมฺปากํ กญฺชิกํ เตลธูปิตํ เทพธิดาแสดงว่า ดีฉันเอาน้ำพุทราและมะซางเติมน้ำสี่ส่วน เคี่ยวยาคูข้าวต้มเหลือส่วนที่สี่ ปรุงด้วยของเผ็ดร้อนทั้งหลายมีของเผ็ดร้อน ๓ อย่าง ผักชีมหาหิงคุ์ยี่หร่าและกระเทียมเป็นต้น อบอย่างดีให้ข้าวยาคูนั้นจับกลิ่นพริกไทยแล้วเกลี่ยลงในบาตรของพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ถวายเฉพาะพระศาสดาด้วยจิตเลื่อมใส ดีฉันวางไว้ในมือของพระเถระ.
เพราะเหตุนั้น เทพธิดาจึงกล่าวว่า
ดีฉันมีใจเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าผู้ซื่อตรงได้ถวายน้ำข้าวที่ผสมด้วยดีปลี กระเทียมและพริกไทยดังนี้.
คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วทั้งนั้น
เมื่อเทวดานั้นชี้แจงถึงกรรมสุจริตที่ตนสั่งสมไว้แล้ว ท่านพระมหาโมคคัลลานะก็แสดงธรรมแก่เธอพร้อมทั้งบริวารอย่างนี้แล้ว กลับมายังมนุษยโลก กราบทูลเรื่องนั้นถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำเนื้อความนั้นให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุเกิดขึ้นแห่งเรื่อง ทรงแสดงธรรมในท่ามกลางบริษัท ๔. เทศนานั้นได้เป็นประโยชน์แก่มหาชน ดังนี้แล.
จบอรรถกถากัญชิกทายิกาวิมาน -----------------------------------------------------