๑๖. วิมลเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๖. วิมลเถรคาถา สุภาษิตสอนการคบมิตร
|๓๒๒.๒๖๔| ๑๖ ปาปมิตฺเต วิวชฺเชตฺวา ภเชยฺยุตฺตมปุคฺคเล โอวาเท จสฺส ติฏฺเฐยฺย ปตฺเถนฺโต อจลํ สุขํ ฯ |๓๒๒.๒๖๕| ปริตฺตํ ทารุมารุยฺห ยถา สีเท มหณฺณเว เอวํ กุสีตมาคมฺม สาธุชีวีปิ สีทติ ฯ ตสฺมา ตํ ปริวชฺเชยฺย กุสีตํ หีนวีริยํ ฯ |๓๒๒.๒๖๖| ปวิวิตฺเตหิ อริเยหิ ปหิตตฺเตหิ ฌายิหิ นิจฺจํ อารทฺธวิริเยหิ ปณฺฑิเตหิ สหาวเสติ ฯ วิมโล เถโร ฯ อุทฺทานํ องฺคณิโก ภารทฺวาโช ปจฺจโย พากุโล อิสิ ธนิโย มาตงฺคปุตฺโต จ โสภิโต วารโณ อิสิ ปสฺสิโก จ ยโสโช จ สาฏิมตฺติยุปาลิ จ อุตฺตรปาโล อภิภูโต โคตโม หาริโตปิ จ เถโร ติกนิปาตมฺหิ นิพฺพาเน วิมโล กโต อฏฺฐตาฬีส คาถาโย เถรา โสฬส กิตฺติตาติ ฯ ติกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ ---------------
บุคคลปรารถนาความสุขอันแน่นอน พึงเว้นบาปมิตรแล้ว พึงคบหา กัลยาณมิตร และพึงตั้งอยู่ในโอวาทของกัลยาณมิตรนั้น เต่าตาบอด เกาะขอนไม้เล็กๆ จมอยู่ในห้วงน้ำใหญ่ ฉันใด กุลบุตรอาศัยคนเกียจ คร้านเป็นอยู่ ย่อมจมลงในสังสารวัฏ ฉันนั้น เพราะฉะนั้น บุคคลพึง เว้นคนเกียจคร้าน มีความเพียรเลวทราม ควรอยู่ร่วมกับบัณฑิตทั้งหลาย ผู้สงัดเป็นอริยะ มีใจเด็ดเดี่ยว เพ่งฌาน ปรารภความเพียรเป็นนิตย์. ในติกนิบาตนี้ รวมพระเถระได้ ๑๖ องค์ คือ ๑. พระอังคณิกภารทวาชเถระ ๒. พระปัจจยเถระ ๓. พระพากุลเถระ ๔. พระธนิยเถระ ๕. พระมาตังคปุตตเถระ ๖. พระขุชชโสภิตเถระ ๗. พระวารณเถระ ๘. พระปัสสิกเถระ ๙. พระยโสชเถระ ๑๐. พระสาฏิมัตติยเถระ ๑๑. พระอุบาลีเถระ ๑๒. พระอุตตรปาลเถระ ๑๓. พระอภิภูตเถระ ๑๔. พระโคตมเถระ ๑๕. พระหาริตเถระ ๑๖. พระวิมลเถระ เป็นคาถาที่ท่านรจนาไว้รวม ๔๘ คาถา ฉะนี้แล. จบ ติกนิบาต. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๓. ติกนิบาต] รวมเรื่องพระเถรที่มีในนิบาต ๑๖. วิมลเถรคาถา ภาษิตของพระวิมลเถระ (พระวิมลเถระได้กล่าว ๓ คาถาไว้ดังนี้ว่า)
ผู้ปรารถนาความสุขที่ยั่งยืน พึงเว้นปาปมิตรเสียให้ไกล คบหาแต่คนดี และพึงอยู่ในโอวาทของท่าน
บุคคลเกาะท่อนไม้เล็กๆ ย่อมจมลงในมหาสมุทร ฉันใด บุคคลแม้มีความเป็นอยู่ดี อาศัยคนเกียจคร้าน ก็จมลงในสังสารวัฏได้ ฉันนั้น เพราะฉะนั้น บุคคลควรเว้นคนเกียจคร้าน มีความเพียรย่อหย่อนเสีย
บุคคลพึงอยู่ร่วมกับเหล่าบัณฑิตผู้สงัด เป็นอริยะ มีใจเด็ดเดี่ยว เข้าฌานอยู่ ปรารภความเพียรเป็นนิตย์ ติกนิบาต จบ รวมเรื่องพระเถรที่มีในนิบาตนี้ คือ ๑. พระอังคณิกภารทวาชเถระ ๒. พระปัจจยเถระ ๓. พระพากุลเถระ ๔. พระธนิยเถระ ๕. พระมาตังคบุตรเถระ ๖. พระขุชชโสภิตเถระ ๗. พระวารณเถระ ๘. พระปัสสิกเถระ ๙. พระยโสชเถระ ๑๐. พระสาฏิมัตติยเถระ ๑๑. พระอุบาลีเถระ ๑๒. พระอุตตรปาลเถระ ๑๓. พระอภิภูตเถระ ๑๔. พระโคตมเถระ ๑๕. พระพาริตเถระ ๑๖. พระวิมลเถระ ในติกนิบาต รวมพระเถระได้ ๑๖ รูป รวมคาถาได้ ๔๘ คาถา ฉะนี้แล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๘๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาวิมลเถรคาถา
คาถาของท่านพระวิมลเถระ มีคำเริ่มต้นว่า ปาปมิตฺเต.
มีเรื่องเกิดขึ้นอย่างไร?
แม้ท่านพระวิมลเถระนี้มีบุญญาธิการได้ทำไว้แล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ เมื่อสั่งสมบุญที่เป็นอุปนิสัยแห่งวิวัฏฏะ ในภพนั้นๆ มาในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ได้เกิดในคฤหาสน์ของผู้มีตระกูล รู้เดียงสาแล้ว เมื่อพระศาสดาปรินิพพานแล้ว วันเล่นสนุกสนานผ่านไปแล้ว เมื่ออุบาสกอุบาสิกาทั้งหลายรับเอาพระพุทธสรีระไปสู่ที่ถวายพระเพลิง รำลึกถึงพระคุณของพระศาสดาแล้ว มีจิตเลื่อมใสได้ทำการบูชาด้วยดอกมะลิ.
ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านได้ท่องเที่ยวไปมาในเทวโลกและมนุษยโลก มาในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้เกิดในตระกูลพราหมณ์ ในเมืองพาราณสี มีชื่อว่าวิมละ เจริญวัยแล้ว อาศัยท่านโสมมิตเถระ บวชในพระศาสนา ถูกท่านพระโสมมิตเถระนั่นเองกระตุ้นเตือน เริ่มบำเพ็ญวิปัสสนาไม่ช้านักก็ได้บรรลุพระอรหัตผล.
ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงได้กล่าวไว้ในอปทานว่า
เมื่อกลองดังกระหึ่มขึ้น ในเมื่อชนทั้งหลายนำพระพุทธสรีระออกไป ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ดีใจ ได้บูชาด้วยดอกไม้โลทแดง ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เพราะเหตุที่ข้าพเจ้าบูชาด้วยดอกไม้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลของการบูชาพระพุทธสรีระ. กิเลสทั้งหลาย ข้าพเจ้าเผาแล้ว ฯลฯ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าปฏิบัติแล้ว.
____________________________
ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๔๙
อนึ่ง ท่านครั้นบรรลุพระอรหัตผลแล้ว เมื่อจะให้โอวาทแก่ภิกษุผู้เป็นสหายของตน ได้ภาษิตคาถาไว้ ๓ คาถาว่า
บุคคลปรารถนาความสุขอันถาวร ควรเว้นบาปมิตร
คบหาแต่บุคคลผู้สูงสุด และควรตั้งอยู่ในโอวาทของ
ท่าน. คนเกาะไม้เล็กๆ ต้องจมลงในห้วงมหรรณพ
ฉันใด คนแม้ดำรงชีพอย่างดี แต่อาศัยคนเกียจคร้าน
ก็ต้องจมอยู่ (ในวัฏสงสาร) ฉันนั้น เพราะฉะนั้นจึง
ควรเว้นคนเกียจคร้าน มีความเพียรเลวทราม ควร
อยู่ร่วมกับบัณฑิตทั้งหลาย ผู้สงัดเป็นอริยะ มีใจเด็ด
เดี่ยว เข้าฌานเป็นปกติ ปรารภความเพียรเป็นนิจ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปาปมิตฺเต ได้แก่ ผู้ไม่เป็นกัลยาณมิตร คือผู้ไม่ใช่สัตบุรุษ มีความเพียรเสื่อมแล้ว.
บทว่า วิวชฺเชตฺวา ความว่า เว้นบาปมิตรนั้นแต่ไกล โดยการไม่คบหา.
บทว่า ภเชยฺยุตฺตมปุคฺคลํ ความว่า ควรซ่องเสพกัลยาณมิตรที่เป็นสัตบุรุษ เป็นบัณฑิต ด้วยการรับเอาโอวาทานุสาสนี.
บทว่า โอวาเท จสฺส ติฏฺเฐยฺย ความว่า ควรตั้งอยู่ในโอวาทของกัลยาณมิตรนั้น โดยการปฏิบัติตามที่สอน คือตามที่อนุศาสน์.
บทว่า ปฏฺเฐนฺโต ได้แก่ จำนงอยู่.
บทว่า อจลํ สุขํ ได้แก่ ทั้งนิพพานสุข ทั้งผลสุข.
ด้วยว่า ความสุขนั้นท่านเรียก อจละ เพราะเป็นความสุขไม่กำเริบ.
คำที่เหลือมีเนื้อความดังกล่าวมาแล้วนั่นแล.
จบอรรถกถาวิมลเถรคาถา จบติกนิบาตอรรถวรรณนา จบภาค ๑ -----------------------------------------------------
ในติกนิบาตนี้ รวมพระเถระได้ ๑๖ องค์ คือ
๑. พระอังคณิกภารทวาชเถระ
๒. พระปัจจยเถระ
๓. พระพากุลเถระ
๔. พระธนิยเถระ
๕. พระมาตังคปุตตเถระ
๖. พระขุชชโสภิตเถระ
๗. พระวารณเถระ
๘. พระปัสสิกเถระ
๙. พระยโสชเถระ
๑๐. พระสาฏิมัตติยเถระ
๑๑. พระอุบาลีเถระ
๑๒. พระอุตตรปาลเถระ
๑๓. พระอภิภูตเถระ
๑๔. พระโคตมเถระ
๑๕. พระหาริตเถระ
๑๖. พระวิมลเถระ
เป็นคาถาที่ท่านรจนาไว้รวม ๔๘ คาถา ฉะนี้แล. จบติกนิบาต -----------------------------------------------------