อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๘๐

๖. โคปาลวิมาน

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๐พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 12 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. โคปาลวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในโคปาลวิมาน พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า

ข้อ ๘๐

|๘๐.๘๘๑| ๖ ทิสฺวาน เทวํ ปฏิปุจฺฉิ ภิกฺขุ อุจฺเจ วิมานมฺหิ จิรฏฺฐิติเก อามุตฺตหตฺถาภรโณ ยสสฺสี ทิพฺเพ วิมานมฺหิ ยถาปิ จนฺทิมา |๘๐.๘๘๒| ทิพฺพา จ วีณา ปวทนฺติ วคฺคู อฏฺฐฏฺฐกา สิกฺขิตา สาธุรูปา ทิพฺพา จ กญฺญา ติทสจรา อุฬารา นจฺจนฺติ คายนฺติ ปโมทยนฺติ |๘๐.๘๘๓| เทวิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว มนุสฺสภูโต กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาโว วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๘๐.๘๘๔| โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิโต ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๘๐.๘๘๕| อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูโต สงฺคมฺม รกฺขิสฺสํ ปเรสํ เธนุโย ตโต จ อาคา สมโณ มม สนฺติเก คาโว จ มาเส อคมํสุ ขาทิตุํ |๘๐.๘๘๖| ทฺวยชฺชกิจฺจํ อุภยญฺจ การิสฺสํ อิจฺเจวหํ ภนฺเต ตทา วิจินฺตยํ ตโต จ สญฺญํ ปฏิลทฺธโยนิโส อทาสิ ภนฺเตติ ขิปึ อนนฺตกํ |๘๐.๘๘๗| โส มาสเขตฺตํ ตุริโต อวาสรึ ปุรายํ ภญฺชติ ยสฺสิทํ ธนํ ตโต จ กโณฺห อุรโค มหาวิโส อฑํสิ ปาเท ตุริตสฺส เม สโต |๘๐.๘๘๘| สฺวาหํ อฏฺโฏมฺหิ ทุกฺเขน ปีฬิโต ภิกฺขุ จ ตํ มุญฺจิตฺวา อนนฺตกํ อทาสิ กุมฺมาสํ มมานุกมฺปาย ตโต จุโต กาลมกโตมฺหิ เทวตา |๘๐.๘๘๙| ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา ตยา หิ ภนฺเต อนุกมฺปิโต ภุสํ กตญฺญุตาย อภิวาทยามิ ตํ |๘๐.๘๙๐| สเทวเก โลเก สมารเก จ อญฺโญ มุนิ นตฺถิ ตยานุกมฺปโก ตยา หิ ภนฺเต อนุกมฺปิโต ภุสํ กตญฺญุตาย อภิวาทยามิ ตํ |๘๐.๘๙๑| อิมสฺมึ โลเก ปรสฺมึ วา ปน อญฺโญ มุนิ นตฺถิ ตยานุกมฺปโก ตยา หิ ภนฺเต อนุกมฺปิโต ภุสํ กตญฺญุตาย อภิวาทยามิ ตนฺติ ฯ โคปาลวิมานํ ฉฏฺฐํ ฯ

ภิกษุเห็นข้าพเจ้าแล้วได้ถามว่า ท่านมีมือสวมเครื่องประดับเรืองยศ รุ่งโรจน์อยู่ในวิมานอันสูง อันตั้งอยู่สิ้นกาลนาน ดุจพระจันทร์ รุ่งโรจน์ อยู่ในทิพยวิมานฉะนั้น อนึ่ง เทพบุตรผู้มีเสียงอันไพเราะพากันมาบรร- เลงพิณทิพย์ให้ฟัง ในปราสาทหลังหนึ่งๆ มีนางเทพอัปสร ๖ หมื่นนาง ล้วนได้ศึกษาแล้วมีรูปงามยิ่ง เที่ยวไปในไตรทศ พากันมาฟ้อนรำขับร้อง ให้ท่านบันเทิงใจ ท่านถึงความเป็นเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เมื่อ ท่านเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีสว่าง ไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไร? เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งกรรมที่ถูกถามนั้นว่า ข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ ในมนุษย์ ได้รับจ้างรักษาแม่โคนมของชนเหล่าอื่น ภายหลังมีสมณะ มายังสำนักของข้าพเจ้า แม่โคทั้งหลาย ได้ไปเพื่อจะกินถั่วราชมาส และ ข้าพเจ้าได้ทำกิจสองอย่างในวันนี้ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ครั้งนั้น ข้าพเจ้า ได้คิดอยู่อย่างนั้น ภายหลังกลับได้สัญญาโดยอุบายอันแยบคาย จึงวาง- ขนมกุมมาสลงในมือของพระเถระ พร้อมกับกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอจงให้โอกาส ข้าพเจ้าได้รีบเข้าไปสู่ไร่ถั่วราชมาสก่อนกว่าเจ้าของไร่ ที่หมู่โคหักรานทรัพย์นั้น งูเห่าที่มีพิษมากได้กัดเท้าของข้าพเจ้าผู้รีบไปใน ไร่ถั่วราชมาสนั้น ข้าพเจ้าผู้อันทุกข์บีบคั้นแล้ว เป็นผู้อึดอัดใจ ภิกษุฉัน ขนมกุมมาสนั้นเองแล้วได้ให้ขนมกุมมาสเพื่ออนุเคราะห์ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า กระทำกาละ จุติจากอัตภาพนั้น แล้วไปบังเกิดเป็นเทวดา กุศลกรรม เพียงเท่านั้น อันข้าพเจ้ากระทำแล้ว ข้าพเจ้าได้เสวยกรรมอันเป็นสุข ด้วยตนเอง ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็ข้าพเจ้าเป็นผู้อันพระคุณเจ้าอนุเคราะห์ แล้วอย่างยิ่ง ขออภิวาทพระคุณเจ้าด้วยความเป็นผู้กตัญญู มุนีอื่นในโลก พร้อมเทวโลก มารโลก เป็นผู้อนุเคราะห์ยิ่งกว่าพระคุณเจ้ามิได้มี ข้าแต่ ท่านผู้เจริญ ก็ข้าพเจ้าเป็นผู้อันพระคุณเจ้าอนุเคราะห์แล้วอย่างยิ่ง ขออภิ- วาทพระคุณเจ้าด้วยความเป็นผู้กตัญญู มุนีอื่นในโลกนี้หรือในโลกหน้า เป็นผู้อนุเคราะห์ยิ่งกว่าพระคุณเจ้า มิได้มี ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็ข้าพเจ้าเป็น ผู้อันพระคุณเจ้าอนุเคราะห์แล้วอย่างยิ่ง ขออภิวาทพระคุณเจ้าด้วยความ เป็นผู้กตัญญู. จบ โคปาลวิมานที่ ๖.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๗. สุนิกขิตตวรรค ๖. โคปาลวิมาน ๖. โคปาลวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่คนเลี้ยงโคผู้ถวายขนมแด่ภิกษุ (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า)

ข้อ ๑๑๕๙

ภิกษุรูปหนึ่งเห็นเทวดาแล้ว สอบถามว่า ท่านสวมเครื่องประดับข้อมือ มีบริวารยศ รุ่งเรืองอยู่ในวิมานสูงซึ่งตั้งอยู่ชั่วกาลนาน เหมือนจันทเทพบุตรรุ่งเรืองอยู่ในทิพยวิมาน

ข้อ ๑๑๖๐

ท่านประดับแล้ว ทัดทรงดอกไม้ ทรงพัสตราภรณ์สวยงาม ใส่ต่างหูงดงาม ตัดผมโกนหนวดเรียบร้อย สวมเครื่องประดับข้อมือ มีบริวารยศ รุ่งเรืองอยู่ในทิพยวิมานดังดวงจันทร์

ข้อ ๑๑๖๑

อนึ่ง ทวยเทพพากันมาบรรเลงพิณทิพย์ดังไพเราะ และเทพกัญญา ๖๔,๐๐๐ นางมีรูปงาม ท่องเที่ยวไปมาอย่างสำราญในภพดาวดึงส์ มีสมบัติมากมาย เป็นผู้ชำนาญการ พากันมาฟ้อนรำขับร้อง ให้ความบันเทิงใจอยู่

ข้อ ๑๑๖๒

ท่านได้บรรลุเทวฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

ข้อ ๑๑๖๓

เทพบุตรนั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า

ข้อ ๑๑๖๔

เมื่อข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ รับจ้างเลี้ยงโคนมทั้งหลายของคนเหล่าอื่น ต่อมามีสมณะมาหาข้าพเจ้า และฝูงโคได้พากันไปเพื่อจะกินถั่วราชมาส

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๔๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๒. ปุริสวิมาน] ๗. สุนิกขิตตวรรค ๖. โคปาลวิมาน

ข้อ ๑๑๖๕

อนึ่ง วันนี้ข้าพเจ้าต้องทำกิจสองอย่างควบคู่กันไป ท่านขอรับ ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้คิดอย่างนั้นแหละ แต่นั้นจึงกลับได้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง จึงวางห่อขนมถวายในมือพร้อมกับกราบเรียนว่า ผมขอถวาย ขอรับ

ข้อ ๑๑๖๖

ข้าพเจ้านั้นรีบรุดไปยังไร่ถั่วราชมาส ก่อนที่ไร่ถั่วราชมาสซึ่งเป็นทรัพย์สินของเจ้าของไร่จะถูกฝูงโคทำลาย ณ ที่นั้น งูเห่ามีพิษร้ายได้กัดเท้าข้าพเจ้าผู้กำลังรีบด่วน

ข้อ ๑๑๖๗

ข้าพเจ้านั้นถูกความทุกข์เบียดเบียนบีบคั้น และภิกษุได้แก้ห่อขนมนั้นออก แล้วฉันขนมเพื่ออนุเคราะห์ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าตายเคลื่อนจากอัตภาพนั้นแล้วตายไปเกิดเป็นเทวดา

ข้อ ๑๑๖๘

ข้าพเจ้ากระทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้ ตนเองจึงได้เสวยผลกรรมที่นำความสุขมาให้ เพราะพระคุณเจ้าอนุเคราะห์ไว้มากแล้ว ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระคุณเจ้าด้วยความกตัญญู

ข้อ ๑๑๖๙

ในมนุษยโลกพร้อมทั้งเทวโลกและมารโลก ไม่มีมุนีท่านอื่นผู้อนุเคราะห์เช่นกับพระคุณเจ้า เพราะพระคุณเจ้าอนุเคราะห์ไว้มากแล้ว ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระคุณเจ้าด้วยความกตัญญู

ข้อ ๑๑๗๐

อนึ่ง ไม่ว่าในโลกนี้หรือโลกหน้า ไม่มีมุนีท่านอื่นผู้อนุเคราะห์เช่นกับพระคุณเจ้า เพราะพระคุณเจ้าอนุเคราะห์ไว้มากแล้ว ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระคุณเจ้าด้วยความกตัญญู โคปาลวิมานที่ ๖ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๔๖}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาโคปาลวิมาน

โคปาลวิมาน มีคาถาว่า ทิสฺวาน เทวํ ปฏิปุจฺฉิ ภิกฺขุ เป็นต้น.

โคปาลวิมานนั้นเกิดขึ้นอย่างไร?

พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน กรุงราชคฤห์.

สมัยนั้น คนเลี้ยงโคชาวราชคฤห์คนหนึ่ง ถือขนมสดที่ห่อด้วยผ้าเก่าเพื่อเป็นอาหารเช้า ออกจากเมืองไปถึงโคจรภูมิซึ่งเป็นที่เที่ยวไปของแม่โคทั้งหลาย.

ท่านพระมหาโมคคัลลานะทราบว่า เขาผู้นี้จักตายในบัดนี้เอง และจักเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพราะถวายขนมสดแก่เรา ดังนี้ จึงได้ไปใกล้เขา.

เขาดูเวลาแล้วประสงค์จะถวายขนมสดแด่พระเถระ ขณะนั้นแม่โคทั้งหลายเข้าไปยังไร่ถั่ว

ครั้งนั้น คนเลี้ยงโคคิดว่า เราควรจะถวายขนมสดแด่พระเถระ หรือว่าควรจะไล่แม่โคทั้งหลายออกจากไร่ถั่ว

ตอนนั้นเขาคิดว่า พวกเจ้าของไร่ถั่วจงทำกะเราตามที่ต้องการเถิด แต่เมื่อพระเถระไปเสียแล้ว เราจะไม่ได้ถวายขนมสด เอาเถิด เราจักถวายขนมสดแด่พระผู้เป็นเจ้าก่อนละ ได้นำขนมสดนั้นเข้าถวายแด่พระเถระ.

พระเถระรับเพื่ออนุเคราะห์เขา.

ขณะที่เขาวิ่งไปโดยเร็วเพื่อจะไล่ต้อนแม่โคทั้งหลายให้กลับ มิทันได้พิจารณาถึงอันตรายงูพิษที่ถูกเขาเหยียบก็กัดเอา แม้พระเถระเมื่ออนุเคราะห์เขา ก็เริ่มฉันขนมสดนั้น คนเลี้ยงโคต้อนแม่โคทั้งหลายกลับมาแล้วเห็นพระเถระกำลังฉันขนมอยู่ มีจิตเลื่อมใสนั่งเสวยปีติโสมนัสอย่างยิ่ง พิษงูแล่นท่วมทั่วสรีระของเขาในขณะนั้นเองเมื่อพิษแล่นถึงศีรษะ เขาตายในครู่นั้นแหละ ครั้นตายแล้ว เขาไปบังเกิดในวิมานทอง ๑๒โยชน์ ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์.

ท่านพระมหาโมคคัลลานะไปพบเขาจึงไต่ถามด้วยคาถาเหล่านี้ว่า

ภิกษุเห็นเทพบุตรผู้สวมเครื่องประดับมือ ผู้มียศ ในวิมานสูง ซึ่งตั้งอยู่สิ้นกาลนาน รุ่งโรจน์อยู่ในทิพยวิมาน ดุจพระจันทร์ จึงไต่ถามว่า

ท่านเป็นผู้ประดับองค์ ทรงมาลัย มีพัสตราภรณ์สวย มีกุณฑลงาม แต่งผมและหนวดแล้วสวมเครื่องประดับมือ มียศ รุ่งโรจน์อยู่ในทิพยวิมาน เหมือนพระจันทร์ พิณทิพย์ทั้งหลายก็บรรเลงไพเราะเหล่าเทพอัปสรชั้นไตรทศจำนวน ๖๔,๐๐๐ ล้วนแต่คนดี ผู้ชำนาญศิลป์ พากันฟ้อนรำขับร้องทำความบันเทิงอยู่

ท่านบรรลุเทพฤทธิ์ มีอานุภาพมาก ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ. เทพบุตรแม้นั้น ก็ได้พยากรณ์แก่พระมหาโมคคัลลานเถระนั้นว่า

เทพบุตรนั้นถูกพระโมคคัลลานะถามแล้วดีใจ ครั้นแล้วก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า

ครั้งเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก ข้าพเจ้าได้รับจ้างเลี้ยงโคของคนเหล่าอื่น ต่อมามีสมณะมาหาข้าพเจ้า โคทั้งหลายได้ไปกินถั่วราชมาษ ข้าพเจ้าต้องกระทำกิจสองอย่างในวันนี้ท่านเจ้าข้า ครั้งนั้นข้าพเจ้าได้คิดอย่างนั้น ภายหลังกลับได้สัญญา ความสำคัญโดยแยบคาย จึงวางห่อขนมสดลงในมือพระเถระพร้อมกับกล่าวว่า ข้าพเจ้าถวาย เจ้าข้า.

ข้าพเจ้านั้นได้รีบรุดไปไร่ถั่ว ก่อนที่ไร่ถั่วซึ่งเป็นทรัพย์ของเจ้าของจะถูกฝูงโคทำลาย ณ ที่นั้น งูเห่ามีพิษมากได้กัดเท้าของข้าพเจ้าผู้กำลังเร่งรีบไป ข้าพเจ้าถูกความทุกข์เบียดเบียนบีบคั้น และภิกษุได้ฉันขนมสดที่ข้าพเจ้าถวายนั้นเองเพื่ออนุเคราะห์ข้าพเจ้า ข้าพเจ้ากระทำกาลกิริยาตายไปจุติจากอัตภาพนั้น บังเกิดเป็นเทวดา. กุศลกรรมนั้นเอง ข้าพเจ้ากระทำไว้ ข้าพเจ้าจึงได้เสวยผลกรรมอันเป็นสุขด้วยตนเอง เจ้าข้า.

พระคุณเจ้าอนุเคราะห์ข้าพเจ้ามากแล้ว ข้าพเจ้าขออภิวาทพระคุณเจ้าด้วยความเป็นผู้กตัญญู ในโลกพร้อมทั้งเทวโลกและมารโลก ไม่มีมุนีอื่นที่อนุเคราะห์ยิ่งกว่าพระคุณเจ้า ท่านเจ้าข้า พระคุณเจ้าอนุเคราะห์ข้าพเจ้ามากแล้วข้าพเจ้าขออภิวาทพระคุณเจ้าด้วยความเป็นผู้กตัญญู ในโลกนี้หรือในโลกอื่น ไม่มุนีอื่นที่อนุเคราะห์ยิ่งกว่าพระคุณเจ้าท่านเจ้าข้า พระคุณเจ้าอนุเคราะห์ข้าพเจ้ามากแล้ว ข้าพเจ้าขออภิวาทพระคุณเจ้าด้วยความเป็นผู้กตัญญู.

ครั้งนั้น ท่านพระโมคคัลลานะได้กราบทูลเรื่องนั้นถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า ตามทำนองที่ตนและเทพบุตรพูดกัน.

พระศาสดาทรงภาษิตเนื้อความแล้ว ทรงทำเรื่องนั้นให้เป็นอัตถุปปัตติเหตุเกิดเรื่อง ตรัสพระพุทธพจน์ว่า ทิสฺวาน เทวํ ปฏิปุจฺฉิ ภิกฺขุ เป็นต้น เพื่อทรงแสดงธรรมโปรดแด่บริษัทที่ประชุมกันอยู่.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เทวํ ได้แก่ โคปาลเทพบุตร.

พระศาสดาตรัสว่า ภิกฺขุ ทรงหมายถึงท่านพระมหาโมคคัลลานะ ด้วยว่า ท่านพระโมคคัลลานะนั้น ชื่อว่าภิกษุ เพราะทำลายกิเลสโดยประการทั้งปวง.

ตรัสว่า จิรฏฺฐิติเก เพราะวิมานตั้งมั่นตลอดกาลเป็นอันมากหรือตั้งอยู่ชั่วกัปทีเดียว. บางท่านกล่าวว่า จิรฏฺฐิติกํ ก็มี.

บทว่า จิรฏฺฐิติกํ นั้น พึงเชื่อมกับบท เทวํ นี้ ความจริง เทวบุตรแม้นั้นควรจะเรียกได้ว่า จิรฏฺฐิติเก เพราะดำรงอยู่ในวิมานนั้นถึงสามโกฏิหกล้านปี.

บทว่า ยถาปี จนฺทิมา ความว่า เหมือนจันทเทพบุตรไพโรจน์ อยู่ในทิพยวิมานของตน ซึ่งรุ่งเรืองด้วยข่ายรัศมีที่น่ารักเย็นและเป็นที่จับใจ.

พึงประกอบคำที่เหลือว่า ไพโรจน์อยู่ฉันนั้น.

บทว่า อลงฺกโต เป็นต้น เป็นบทแสดงอาการที่เทพบุตรนั้นถูกพระเถระถาม.

บทนั้นมีนัยดังกล่าวแล้วแม้ในหนหลังนั่นแล.

บทว่า สงฺคมฺม ได้แก่ เกี่ยวข้อง.

อีกอย่างหนึ่ง บทว่า สงฺคมฺม ได้แก่ สงเคราะห์ แม้จะมีอรรถว่าเหตุในที่นี้ท่านทำไว้ภายใน. อธิบายว่า หลายคนร่วมกัน.

บทว่า อาคา แปลว่า มาแล้ว.

บทว่า มาเส ได้แก่ กล้าถั่วราชมาษ.

บทว่า ทฺวยชฺช ความว่า เราทำกิจสองอย่างในวันนี้ คือเดี๋ยวนี้.

บทว่า อุภยญฺจ การิยํ เป็นคำบรรยายเนื้อความที่กล่าวแล้วนั่นแล.

บทว่า สญฺญํ ได้แก่ สัญญาโดยธรรม. เพราะเหตุนั้นเทวดาจึงกล่าวว่า โยนิโส ดังนี้.

บทว่า ปฏิลทฺธา แปลว่า กลับได้แล้ว.

บทว่า ขิปึ ความว่า วางในมือเพื่อให้รับ.

บทว่า อนนฺตกํ ได้แก่ ผ้าเปื้อน คือผ้าเก่าที่ห่อขนมสดวางไว้.

ก็ อ อักษรในที่นี้เป็นเพียงนิบาต.

บทว่า โส ได้แก่ ข้าพเจ้านั้น.

บทว่า ตุริโต ได้แก่ หันไปโดยด่วน.

บทว่า อวาสรึ แปลว่า เข้าถึง หรือเข้าไปแล้ว.

บทว่า ปุรายํ ภญฺชติ ยสฺสิทํ ธนํ ความว่า กล้าถั่วราชมาษนี้เป็นทรัพย์ของเจ้าของไร่คนใด ฝูงโคนี้จะทำลายทรัพย์นั้น (ข้าพเจ้าได้รีบไปยังไร่ถั่ว) ก่อน คือก่อนกว่าฝูงโคจะทำลายคือย่ำเหยียบทรัพย์ของเจ้าของนั้นทีเดียว.

บทว่า ตโต ได้แก่ ในที่นั้น.

บทว่า ตุริตสฺส เม สโต อธิบายว่า เมื่อข้าพเจ้ากำลังหันไป คือไปโดยไม่แลดูงูเห่าที่หนทางเพราะรีบไป.

บทว่า อฏฺโฏมฺหิ ทุกฺเขน ปีฬิโต ความว่า ข้าพเจ้าอึดอัดมาก ทุรนทุราย คือถูกมรณทุกข์เบียดเบียน เพราะถูกอสรพิษกัดนั้น.

บทว่า อโหสิ ได้แก่ ได้ฉัน. อธิบายว่า ได้บริโภค (ฉัน).

บทว่า ตโต จุโต กาลกโตมฺหิ เทวตา ความว่า จุติจากอัตภาพมนุษย์นั้นเพราะถึงเวลาตาย.

อีกอย่างหนึ่ง ในบทนั้นมีความว่า ข้าพเจ้าทำกาละ เพราะทำกาละกล่าวคือสิ้นอายุสังขาร และเป็นเทวดา คือเป็นเทวดาเพราะถึงอัตภาพของเทวดาในลำดับนั้นทีเดียว.

บทว่า ตยา ความว่า มุนีอื่น คือฤาษีที่ประกอบคุณคือความเป็นผู้รู้เช่นท่าน ไม่มี.

อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ตยา นี้ เป็นตติยาวิภัตติลงในอรรถปัญจมีวิภัตติ.

คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.

จบอรรถกถาโคปาลวิมาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา