๑๐. อุจฉุวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๐. อุจฉุวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุจฉุวิมาน พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า
|๔๘.๕๗๖| ๑๐ โอภาสยิตฺวา ปฐวึ สเทวกํ อติโรจสิ จนฺทิมสุริยา วิย สิริยา จ วณฺเณน ยเสน เตชสา พฺรหฺมาว เทเว ติทเส สหินฺทเก |๔๘.๕๗๗| ปุจฺฉามิ ตํ อุปฺปลมาลธาริเน อาเวฬิเน กญฺจนสนฺนิภตฺตเจ อลงฺกเต อุตฺตมวตฺถธาริเน กา ตฺวํ สุเภ เทวเต วนฺทเส มมํ |๔๘.๕๗๘| ทานํ สุจิณฺณํ อถ สีลสญฺญโม เกนูปปนฺนา สุคตึ ยสสฺสินี เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ (อิติ) ฯ |๔๘.๕๗๙| อิทานิ ภนฺเต อิมเมว คามํ ปิณฺฑาย อมฺหาก ฆรํ อุปาคมิ ตโต เต อุจฺฉุสฺส อทาสึ ขณฺฑิกํ ปสนฺนจิตฺตา อตุลาย ปีติยา |๔๘.๕๘๐| สสฺสุ จ ปจฺฉา อนุยุญฺชเต มมํ กหํ นุ อุจฺฉุํ วธุ เต อวากริ น ฉฑฺฑิตํ น ปน ขาทิตํ มยา สนฺตสฺส ภิกฺขุสฺส สยํ อทาสิหํ |๔๘.๕๘๑| ตุยฺหญฺจิทํ อิสฺสริยํ อโถ มม อิติสฺส สสฺสุ ปริภาสเต มมํ เลฑฺฑุํ คเหตฺวา ปหารํ อทาสิ เม ตโต จุตา กาลกตมฺหิ เทวตา |๔๘.๕๘๒| ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา เทเวหิ สทฺธึ ปริจาริยามหํ โมทามหํ กามคุเณหิ ปญฺจหิ |๔๘.๕๘๓| ตเทว กมฺมํ กุสลํ กตํ มยา สุขญฺจ กมฺมํ อนุโภมิ อตฺตนา เทวินฺทคุตฺตา ติทเสหิ รกฺขิตา สมปฺปิตา กามคุเณหิ ปญฺจหิ |๔๘.๕๘๔| เอตาทิสํ ปุญฺญผลํ อนปฺปกํ มหาวิปากา มม อุจฺฉุทกฺขิณา เทเวหิ สทฺธึ ปริจาริยามหํ โมทามหํ กามคุเณหิ ปญฺจหิ |๔๘.๕๘๕| เอตาทิสํ ปุญฺญผลํ อนปฺปกํ มหาชุติกา มม อุจฺฉุทกฺขิณา เทวินฺทคุตฺตา ติทเสหิ รกฺขิตา สหสฺสเนตฺโตริว นนฺทเน วเน |๔๘.๕๘๖| ตุวญฺจ ภนฺเต อนุกมฺปกํ วิทุํ อุเปจฺจ วนฺทึ กุสลญฺจ ปุจฺฉิมํ ตโต เต อุจฺฉุสฺส อทาสิ ขณฺฑิกํ ปสนฺนจิตฺตา อตุลาย ปีติยาติ ฯ อุจฺฉุวิมานํ ทสมํ ฯ
ท่านมีศิริ วรรณะ ยศ และเดช มีรัศมีส่องสว่างไปทั่วพื้นปฐพี ตลอด ถึงเทวโลก งามไพโรจน์ ดังพระจันทร์และพระอาทิตย์และเหมือนท้าว มหาพรหม รวมทั้งสมเด็จอัมรินทราธิราช ผู้เป็นใหญ่กว่าทวยเทพชั้น ดาวดึงส์ อาตมาขอถามท่าน ดูกรนางเทพธิดาผู้งามทั่วสรรพรางค์ ทัด ทรงพวงมาลัยอุบล มีช้องผมอันล้วนแล้วด้วยทอง มีผิวพรรณงดงาม เปล่งปลั่งทอง ตกแต่งประดับประดาด้วยภูษาอันเป็นทิพย์ ท่านเป็นใคร ไหว้เราอยู่ ดูกรท่านผู้เรืองยศ ท่านได้บริจาคทาน หรือสำรวมในศีล อย่างไร จึงได้เข้าถึงสุคติ ดูกรนางเทพธิดา อาตมาถามท่านแล้วขอท่าน โปรดบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร? นางเทพธิดานั้นตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ (เมื่อดิฉันอยู่ในมนุษยโลก) พระคุณเจ้าเข้าไป บิณฑบาตตามบ้านจนถึงเรือนของดิฉัน ขณะนั้นดิฉันมีจิตเลื่อมใส เต็มตื้น ด้วยปีติหาประมาณมิได้ ได้ถวายท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้า แต่ภายหลัง แม่ผัวมาซักถามดิฉันว่า นางใจร้าย เจ้าเอาอ้อยไปไว้ที่ไหน ดิฉันตอบ ว่า ฉันไม่ได้เอาไปทิ้งและไม่ได้รับประทาน ได้ถวายแก่ภิกษุผู้มีความ สงบด้วยตนเอง แม่ผัวได้บริภาษดิฉันว่า อ้อยนี้เป็นของข้าและข้าก็เป็น เจ้าของ ฉะนี้แล้ว คว้าได้ก้อนดินขว้างดิฉัน (จนตาย) เมื่อดิฉันตาย จากมนุษยโลกนั้นแล้ว มาบังเกิดเป็นเทพธิดา เพราะเหตุที่ดิฉันทำกุศล กรรมนั้นไว้ ดิฉันจึงได้มาเสวยความสุขด้วยตนเอง ได้ร่วมบำรุงบำเรอ อยู่กับเทวดาทั้งหลาย และร่าเริงบันเทิงใจอยู่ด้วยเบญจกามคุณอันเป็น ทิพย์ เพราะเหตุที่ดิฉันได้กระทำกุศลกรรมนั้น ดิฉันจึงมาเสวยสุขด้วย ตนเอง อันท้าวเทวราชจอมเทพทรงคุ้มครอง อันเทวดาชาวไตรทศรักษา เพียบพร้อมด้วยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ โอ ผลแห่งบุญนี้มิใช่นิด หน่อย การถวายอ้อยของดิฉันมีวิบากมากมาย ดิฉันได้ร่วมบำรุงบำเรอ อยู่กับเทวดาทั้งหลาย ร่าเริงบันเทิงใจอยู่ด้วยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ ผลบุญเช่นนี้มิใช่น้อย การถวายอ้อยของดิฉัน มีผลอันรุ่งโรจน์มาก ดิฉันอยู่ในความคุ้มครองรักษาของท้าวเทวราช และชาวไตรทศทั้งหลาย ดังหนึ่งท้าวสหัสนัยน์ในสวนนันทวัน ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันระลึกถึง พระคุณเจ้าผู้มีพระคุณอนุเคราะห์ดิฉัน จึงเข้ามาสู่ที่ใกล้ถวายนมัสการ ถามถึงสุขทุกข์ ดิฉันมีจิตเลื่อมใสเต็มตื้นด้วยปีติเป็นล้นพ้น ได้ถวาย ท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้าครั้งเป็นมนุษย์. จบ อุจฉุวิมานที่ ๑๐
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๑๐. อุจฉุวิมาน ๑๐. อุจฉุวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายท่อนอ้อย (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)
เธอมีสิริ มีรัศมีกาย มีบริวารยศและมีเดช เปล่งรัศมีส่องทั่วแผ่นดินพร้อมทั้งเทวโลกให้สว่างไสว รุ่งเรืองดังพระจันทร์และพระอาทิตย์ และดังท้าวมหาพรหม เปล่งรัศมีงามล้ำกว่าทวยเทพชาวไตรทศ พร้อมทั้งพระอินทร์
อาตมาขอถามเธอ เทพธิดาผู้เลอโฉม ประดับมาลัยดอกอุบล มีมาลัยแก้วประดับเทริด มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งทองคำ ประดับประดาอาภรณ์อย่างสวยงาม ทรงพัสตราภรณ์ชั้นเลิศ เธอเป็นใครมาไหว้อาตมา
ชาติก่อนเธอเกิดเป็นมนุษย์ ได้ทำกรรมอะไรมาก่อน ได้สั่งสมทานไว้ดี หรือว่ารักษาศีลไว้ดี เกิดในสวรรค์ มีบริวารยศ เพราะกรรมอะไร เทพธิดา อาตมาถามแล้ว ขอเธอจงบอกเถิดว่า นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า (เทพธิดานั้นตอบว่า)
พระคุณเจ้าผู้เจริญ เมื่อไม่นานมานี้ พระเถระรูปหนึ่ง เข้ามาบิณฑบาตยังเรือนของดิฉันในหมู่บ้านนี้แหละ จากนั้นดิฉันมีจิตเลื่อมใส เกิดปีติสุดประมาณ จึงได้ถวายท่อนอ้อยแด่ท่าน
แต่ต่อมาภายหลัง แม่ผัวซักถามดิฉันว่า แม่ตัวดี แกเอาอ้อยไปทิ้งไว้ที่ไหนล่ะ ดิฉันจึงตอบว่า ไม่ได้ทิ้งและก็ไม่ได้กิน แต่ดิฉันได้ถวายแด่ภิกษุผู้สงบระงับไปแล้ว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๙๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๑๐.อุจฉุวิมาน
ทันใดนั้น แม่ผัวนั้นได้ด่าดิฉันว่า นี่แกหรือฉันเป็นใหญ่กันแน่ ว่าแล้วก็คว้าก้อนดินทุ่มดิฉัน ดิฉันตายจากมนุษยโลกนั้นแล้วก็มาเกิดเป็นเทพธิดา
ดิฉันทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้ ตนเองจึงได้มาเสวยผลกรรมที่นำความสุขมาให้ ได้รับการบำเรอบันเทิงใจอยู่ ด้วยกามคุณ ๕ ร่วมกับหมู่เทพ
ดิฉันทำกุศลกรรมนั้นไว้เท่านี้ ตนเองจึงได้มาเสวยผลกรรมที่นำความสุขมาให้ มีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา เพียบพร้อมอยู่ด้วยกามคุณ ๕
ผลบุญดังกล่าวมานี้มิใช่เล็กน้อย บุญที่ดิฉันได้ถวายอ้อยให้ผลมาก ดิฉันจึงได้รับการบำเรอบันเทิงใจอยู่ ด้วยกามคุณ ๕ ร่วมกับหมู่เทพ
ผลบุญดังกล่าวมานี้มิใช่เล็กน้อย บุญที่ดิฉันได้ถวายอ้อยมีอานุภาพมาก ดิฉันจึงมีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา ดังท้าวสหัสสนัยน์ในนันทวัน
พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันเข้าไปหาพระคุณเจ้า ผู้อนุเคราะห์ซึ่งมีปัญญาแล้ว กราบไหว้และถามถึงความไม่มีโรค จากนั้นก็มีจิตเลื่อมใส เกิดปีติสุดประมาณ ได้ถวายท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้า อุจฉุวิมานที่ ๑๐ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๙๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอุจฉุวิมาน
อุจฉุวิมาน มีคาถาว่า โอภาสยิตวา ปฐวึ สเทวกํ เป็นต้น.
อุจฉุวิมานนั้นเช่นเดียวกับวิมานอ้อยในหนหลัง ทั้งโดยพระบาลีและโดยเหตุเกิดเรื่องนั่นเอง.
ในเรื่องนั้น แม่ผัวใช้ตั่งอย่างเดียวตีลูกสะใภ้ตาย แต่ในเรื่องนี้ใช้ก้อนดิน ความต่างกันดังนี้เท่านั้น. แต่เพราะวัตถุ (ที่ใช้ประหาร) ต่างกัน ทั้งสองเรื่องจึงขึ้นสู่สังคายนาแยกกัน บัณฑิตพึงทราบดังนี้.
ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า
ท่านส่องสว่างตลอดปฐพี เหมือนดวงจันทร์และดวงอาทิตย์รุ่งโรจน์ล้ำโลกพร้อมทั้งเทวโลกด้วยสิริ วรรณะ ยศและเดช เหมือนดังท้าวมหาพรหมรุ่งโรจน์ล้ำทวยเทพชั้นไตรทศพร้อมทั้งองค์อินทร์ ดูราเทพธิดาผู้เลอโฉม ทัดทรงมาลัยดอกอุบล มีดอกไม้กรองบนศีรษะ มีผิวพรรณผุดผ่องดังทอง ประดับองค์ ทรงภูษาอันสูงสุด
อาตมาขอถามท่าน ท่านเป็นใคร มาไหว้อาตมา เมื่อก่อนท่านได้ทำกรรมอะไรไว้ด้วยตน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ท่านสั่งสมทานหรือรักษาศีล เพราะบุญอะไร ท่านจึงเข้าถึงสุคติ มียศ [อิสริยะ, เกียรติ, บริวาร]
ดูราเทวดา ท่านถูกอาตมาถามแล้ว ขอท่านโปรดบอกทีเถิด นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร.
ลำดับนั้น เทวดาได้กล่าวตอบด้วยคาถาเหล่านี้ว่า
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ปัจจุบันพระคุณเจ้าเข้าไปบิณฑบาตยังบ้านตำบลนี้นี่แหละ มาจนถึงเรือนของพวกดีฉัน ขณะนั้น ดีฉันมีจิตใจเลื่อมใส เปี่ยมด้วยปีติไม่มีอะไรเปรียบได้ ได้ถวายท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้า.
แต่ภายหลัง แม่ผัวมาซักถามดีฉันว่า อีใจร้าย เจ้าเอาอ้อยไปไว้ที่ไหน ดีฉันตอบว่า ฉันไม่ได้ทิ้งและมิได้รับประทาน ฉันเองได้ถวายแด่ภิกษุผู้สงบ แม่ผัวผู้นั้นได้บริภาษดีฉันว่า อ้อยนี้ของเจ้าหรือ ที่แท้ข้าเป็นเจ้าของ ดังนี้แล้ว นางคว้าก้อนดินทุ่มดีฉัน ดีฉันก็ตาย จุติจากมนุษยโลกนั้นแล้วมาเป็นเทวดา
ดีฉันได้กระทำกุศลกรรมนั้นแหละ จึงได้เสวยความสุขด้วยตน ได้ร่วมบำรุงบำเรออยู่กับเทวดาทั้งหลาย และบันเทิงใจอยู่ด้วยกามคุณห้า ดีฉันได้กระทำกุศลกรรมนั่นแหละ จึงได้เสวยความสุขด้วยตน มีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา เพียบพร้อมไปด้วยกามคุณห้า.
ผลบุญเช่นนี้มิใช่น้อย การถวายอ้อยของดีฉันมีผลมาก ดีฉันได้ร่วมบำรุงบำเรออยู่กับเทวดาทั้งหลาย และบันเทิงใจอยู่ด้วยกามคุณห้า.
ผลบุญเช่นนี้มิใช่น้อย การถวายอ้อยของดีฉันมีผลรุ่งเรืองมาก ดีฉันมีท้าวสักกะจอมเทพคุ้มครอง มีทวยเทพชั้นไตรทศรักษา เพียงดังว่าท้าวสหัสนัยน์ในสวนนันทนวัน
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดีฉันสำนึกถึงพระคุณเจ้าผู้อนุเคราะห์ จึงเข้ามาถวายนมัสการ และบอกกล่าวถึงกรรมที่เป็นกุศล ขณะนั้น ดีฉันมีจิตเลื่อมใส เปี่ยมด้วยปีติ ไม่มีอะไรเปรียบได้ ได้ถวายท่อนอ้อยแด่พระคุณเจ้าดังนี้.
คำที่เหลือก็เช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้วนั่นเองแล.
จบอรรถกถาอุจฉุวิมาน -----------------------------------------------------