๕. อโนปมาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๕. อโนปมาเถรีคาถา สุภาษิตชี้ผลการฟังธรรม
|๔๕๕.๑๕๑| ๕ อุจฺเจ กุเล อหํ ชาตา พหุวิตฺเต มหทฺธเน วณฺณรูเปน สมฺปนฺนา ธีตา เมฆิสฺส อตฺรชา ฯ |๔๕๕.๑๕๒| ปตฺถิตา ราชปุตฺเตหิ เสฏฺฐิปุตฺเตหิ คิชฺฌิตา ปิตุ เม เปสยิ ทูตํ เทถ มยฺหํ อโนปมํ ฯ |๔๕๕.๑๕๓| ยตฺตกํ ตุลิตา เอสา ตุยฺหํ ธิตา อโนปมา ตโต อฏฺฐคุณํ ทสฺสํ หิรญฺญํ รตนานิ จ ฯ |๔๕๕.๑๕๔| สาหํ ทิสฺวาน สมฺพุทฺธํ โลกเชฏฺฐํ อนุตฺตรํ ตสฺส ปาทานิ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อุปาวิสึ ฯ |๔๕๕.๑๕๕| โส เม ธมฺมมเทเสสิ อนุกมฺปาย โคตโม นิสินฺนา อาสเน ตสฺมึ ผุสยึ ตติยํ ผลํ ฯ |๔๕๕.๑๕๖| ตโต เกสานิ เฉตฺวาน ปพฺพชึ อนคาริยํ สาชฺช เม สตฺตมี รตฺติ ยโต ตณฺหา วิโสสิตา ฯ อโนปมา ฯ
เราเกิดแล้วในสกุลสูง อันมีเครื่องปลื้มใจมาก มีทรัพย์มากสมบูรณ์ด้วย ผิวพรรณสัณฐาน เป็นธิดาของเมฆีเศรษฐี เป็นผู้อันพระราชบุตรปรารถนา พวกเศรษฐีบุตรพากันมุ่งหวัง อิสรชนมีพระราชบุตรเป็นต้น พากันส่งทูต ไปขอกะบิดาของเราว่า ขอจงให้นางอโนปมาแก่เรา นางอโนปมาธิดา ของท่านนั้นมีน้ำหนักเท่าใด เราจักให้เงินและทองมีน้ำหนัก ๘ เท่าของ น้ำหนักนั้น เรานั้นได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดในโลกไม่มีผู้อื่น ยิ่งไปกว่า ได้ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์แล้ว เข้าไปนั่ง ณ ที่ ควรส่วนข้างหนึ่ง พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมแก่เราด้วยความทรง อนุเคราะห์ เรานั่งอยู่ที่อาสนะนั้นบรรลุผลที่ ๓ ครั้นแล้ว ได้โกนผม ออกบวชในพระธรรมวินัย ตั้งแต่ตัณหาอันเราให้เหือดแห้งแล้ว ถึงวันนี้ เป็นวันที่ ๗.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. อโนปมาเถรีคาถา ภาษิตของพระอโนปมาเถรี (พระอโนปมาเถรีได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ด้วยการเปล่งอุทานว่า)
เราเกิดในตระกูลสูงมีสิ่งของเครื่องปลื้มใจมาก มีทรัพย์มาก สมบูรณ์ด้วยผิวพรรณสัณฐานและรูปร่าง เป็นธิดาซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ของเมฆีเศรษฐี
เป็นผู้ที่พระราชโอรสปรารถนา บุตรเศรษฐีหมายปอง เขาพากันส่งทูตไปขอต่อบิดาของเราว่า ขอจงให้อโนปมาแก่เรา
อโนปมาธิดาของท่านนั้นมีค่าตัวเท่าใด เราจะให้เงินและทองเป็น ๘ เท่าต่อค่าตัวนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๗๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๖. ฉักกนิบาต] ๖. มหาปชาปติโคตมีเถรีคาถา
เรานั้นได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ไม่มีผู้อื่นยิ่งไปกว่า แล้วเข้าไปเฝ้า ณ ที่สมควร ได้ถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระองค์
พระโคดมพระองค์นั้นได้ทรงพระกรุณาแสดงธรรมโปรดเรา เรานั่งอยู่ ณ อาสนะนั้น ก็ได้บรรลุผลที่ ๓
ครั้นแล้วก็โกนผมบวชเป็นบรรพชิต วันนี้เป็นคืนที่ ๗ นับแต่วันที่เราทำตัณหาให้แห้งสนิทแล้ว๖. มหาปชาปติโคตมีเถรีคาถา ภาษิตของพระมหาปชาบดีโคตมีเถรี (พระมหาปชาบดีโคตมีเถรีประสงค์จะสดุดีพระคุณพระศาสดา จึงได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
พระพุทธเจ้าผู้ทรงแกล้วกล้าสูงสุดกว่าสัตว์ทั้งปวง หม่อมฉันขอนอบน้อมพระพุทธองค์ผู้ทรงช่วยปลดเปลื้องหม่อมฉัน และชนอื่นเป็นจำนวนมากให้พ้นจากทุกข์
หม่อมฉันกำหนดรู้ทุกข์ทั้งปวงแล้ว ทำตัณหาซึ่งเป็นเหตุแห่งทุกข์ให้เหือดแห้งแล้ว ได้เจริญมรรคซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ และได้บรรลุนิโรธแล้ว
ชนทั้งหลายเป็นมารดาบิดา เป็นบุตรธิดา เป็นพี่น้อง เป็นปู่ย่าตายายกันมาในชาติก่อนๆ หม่อมฉันไม่รู้ตามความเป็นจริง ไม่พบที่พึ่งจึงท่องเที่ยวไป @เชิงอรรถ : @ อนาคามิผล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๘๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. อรรถกถาอโนปมาเถรีคาถา
คาถาว่า อุจฺเจ กุเล ดังนี้เป็นต้นเป็นคาถาของพระอโนปมาเถรี.
พระเถรีแม้รูปนี้ก็ได้บำเพ็ญบารมีมาในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สร้างสมกุศลซึ่งเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพาน มาในภพเหล่านั้นๆ เพิ่มพูนธรรมทั้งหลายอันเป็นเครื่องอบรมบ่มวิมุตติ มาโดยลำดับ ในพุทธุปบาทกาลนี้บังเกิดเป็นธิดาของเศรษฐีชื่อเมฆี ในนครสาเกต นางมีนามว่าอโนปมา ก็เพราะรูปสมบัติ.
ในเวลานางเติบโตเป็นสาวแล้ว บุตรเศรษฐี มหาอำมาตย์ของพระราชาและพระราชาเป็นอันมาก ได้พากันส่งทูตไปขอต่อบิดาว่า ขอท่านจงให้ธิดาชื่ออโนปมาแก่ตนเถิด ข้าพเจ้าทั้งหลายจักให้สิ่งนี้ๆ แก่ท่าน.
นางได้ฟังทูตนั้นแล้วคิดว่า เราไม่ต้องการเป็นฆราวาส เพราะถึงพร้อมด้วยอุปนิสัยจึงไปเฝ้าพระศาสดาฟังธรรม เริ่มวิปัสสนาไปตามกระแสพระธรรมเทศนาเพราะญาณแก่กล้าแล้ว เมื่อขวนขวายวิปัสสนานั้น ได้ตั้งอยู่แล้วในผลที่สาม [อนาคามิผล] ตามลำดับแห่งมรรค.
นางทูลขอบรรพชากะพระศาสดาแล้ว เข้าไปสำนักของนางภิกษุณี โดยพระบัญชาของพระศาสดา บวชในสำนักของภิกษุณีทั้งหลายได้ทำให้แจ้งอรหัตในวันที่ ๗ ได้พิจารณาการปฏิบัติของตนแล้วได้กล่าวคาถาเหล่านี้เป็นอุทานว่า
ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลสูงที่มีสิ่งของเครื่องปลื้มใจมาก
มีทรัพย์มาก สมบูรณ์ด้วยผิวพรรณสัณฐานและรูป เป็นธิดา
ของเมฆีเศรษฐี เป็นผู้อันพระราชบุตรปรารถนา พวกบุตร
เศรษฐีพากันหมายปอง อิสรชนมีพระราชบุตรเป็นต้น พากัน
ส่งทูตไปขอต่อบิดาของข้าพเจ้าว่า
ขอจงให้อโนปมาแก่เรา อโนปมาธิดาของท่านนั้นมี
ค่าตัวเท่าใด เราจักให้เงินและทองเป็น ๘ เท่าของค่าตัวนั้น
ข้าพเจ้านั้นได้พบพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดในโลก
ไม่มีผู้อื่นยิ่งไปกว่า ได้ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์
เข้าไปเฝ้า นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
พระโคดมพระองค์นั้นได้ทรงแสดงธรรมโปรดข้าพเจ้า
ด้วยพระกรุณาอนุเคราะห์ ข้าพเจ้านั่งอยู่ที่อาสนะนั้นก็บรรลุ
ผลที่สาม ครั้นแล้วได้โกนผมออกบวชไม่มีเรือน นับตั้งแต่
ตัณหาอันข้าพเจ้าทำให้เหือดแห้งแล้ว ถึงวันนี้ก็นับเป็นราตรี
ที่ครบ ๗.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุจฺเจ กุเล ได้แก่ ในตระกูลแพศย์ซึ่งสูงสุด.
บทว่า พหุวิตฺเต ได้แก่ อุปกรณ์แก่ทรัพย์เครื่องปลื้มใจเป็นอันมากมีเครื่องประดับเป็นต้น.
บทว่า มหทฺธเน ประกอบความว่า เราเกิดแล้วในตระกูลมีทรัพย์มาก เพราะมีทรัพย์อยู่มากประมาณ ๔๐ โกฏิซึ่งเก็บไว้เป็นต้น.
บทว่า วณฺณรูเปน สมฺปนฺนา ความว่า สมบูรณ์ด้วยผิวพรรณ สัณฐานและสมบูรณ์ด้วยรูป คือมีผิวพรรณน่ารัก ประกอบด้วยสมบัติคือฉวีวรรณที่สะอาดเปล่งปลั่ง และสมบัติของส่วนร่างกายมีพัตราภรณ์เป็นต้น.
บทว่า ธีตา เมฆิสฺส อตฺรชา ความว่า เป็นธิดาตัวเองของเศรษฐีชื่อเมฆี.
บทว่า ปตฺถิตา ราชปุตฺเตหิ ความว่า พระราชกุมารทั้งหลายปรารถนาว่า พวกเราจะพึงได้ธิดานั้นอย่างไรหนอ.
บทว่า เสฏฺฐิปุตฺเตหิ คิชฺฌิตา ได้แก่ แม้เศรษฐีกุมารทั้งหลาย ก็ต้องการคือมุ่งหวังอย่างนั้น.
บทว่า เทถ มยฺหํ อโนปมํ ความว่า พระราชบุตรเป็นต้นได้ส่งทูตมาขอในสำนักบิดาว่า ขอท่านทั้งหลายจงให้อโนปมาธิดาแก่เราๆ เถิด.
บทว่า ยตฺตกํ ตุลิตา เอสา ประกอบความว่า อิสรชนมีกุมารเป็นต้นส่งทูตมาหาบิดาของข้าพเจ้าแจ้งว่า อโนปมาธิดาของท่าน ท่านตีราคา คือผู้รู้ลักษณะกำหนดค่าว่า มีคุณค่าเป็นทรัพย์เท่าใด เราจักเพิ่มเป็น ๘ เท่าจากทรัพย์นั้น.
คำที่เหลือมีนัยอันกล่าวมาแล้วในหนหลังแล้วทั้งนั้น.
จบอรรถกถาอโนปมาเถรีคาถาที่ ๕ -----------------------------------------------------